[MIE-MISSION] - (5) Serkan Cole

posted on 16 Jul 2013 16:18 by eveba

[MIE-MISSION] - (5) Serkan Cole

 เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

Serkan Cole VS Walter A. Burnicot

สถานการณ์ : คุ้มกันบุคคลสำคัญที่MIEส่งเอเจนต์00ไปดูแลที่ Notre Dame Cathedral

ผลลัพธ์ : ภารกิจสำเร็จ

 

----------------------------------------------------------

 

เขาคัดค้าน  แต่ถูกตอกกลับว่าหน้าที่ของเขาไม่ใช่การออกความเห็น 

            ไม่ใช่ในภารกิจครั้งนี้

                นักการทูตของ 3 ประเทศลงมติเป็นเอกฉันท์  นัดพบปะสังสรรค์  พูดคุยเรื่องสำคัญอย่างเป็นกันเองที่มหาวิหารน็อทร์-ดาม

                ....ปารีส

                As crazy as it sounds

                เขา...เซอร์กาน โคล...สายลับรหัส 006 ผู้ประจำอยู่แถบตะวันออกกลาง  ต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในฝรั่งเศส

                เขาได้รับมอบหมายให้คุ้มกันนักการทูตตุรกี  ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่จากตุรกีในฐานะบอดี้การ์ดคนหนึ่ง  สายลับระดับหัวหน้าสเตชั่นถูกโยกลงมาทำหน้าที่บอดี้การ์ด  หรือพูดแถให้หรูหราตรงตามสายงาน  ‘แฝงตัวเป็นหนึ่งในผู้คุ้มกัน’

                หน้าที่ของเขาคือดูแลให้นักการทูตปลอดภัย

                จุดประสงค์มีหนึ่งเดียวเท่านั้น

                นี่เป็นความปรานีจากเบื้องบน...ไม่ว่าเบื้องบนจะเป็นใครก็ตาม  สภาพจิตของเขาไม่ผ่านการประเมิน  ไม่พร้อมรับภารกิจแฝงตัวในแดนโหด  เขาควรถูกสั่งพักงาน  แต่กลับได้รับมอบหมายให้มาทำงานคุ้มกันที่ปารีส  งานสบายเหมือนมาพักร้อนหากเทียบกับงานปกติ  ความปรานีนี้เขาไม่อยากได้รับสักเท่าไร

                เขาไม่เชื่อว่าตนไม่พร้อมกลับไปรับภารกิจใด ๆ ก็ตามที่ต้องเสี่ยงชีวิตกลางสมรภูมิ  อารมณ์เสีย...เลยยวนหมอนิดหน่อยเท่านั้นเอง  เขาก็แค่หงุดหงิดที่ถูกจับไปเข้ารับการประเมินโดยไม่แจ้งล่วงหน้า  และหงุดหงิดหนักเป็นสองเท่าเมื่อตอนนั้นยังเมาค้าง

                เขาไม่ใช่คนดื่มบ่อย  แต่จะดื่มติดต่อกันบ้างระหว่างไม่มีภารกิจติดพันมันผิดตรงไหน

                นึกดูแล้ว  ความจริงเขาอาจไม่พอใจที่ถูกแยกจากขวดสุรา...หวานใจใหม่หมาด  มากกว่าไม่พอใจที่ถูกมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจในประเทศที่ไม่คุ้นเคย  และโดนแผนการนัดพบที่ไร้เหตุผลสิ้นดีของเหล่านักการทูตตีแสกหน้า

               

มหาวิหารน็อทร์-ดามตั้งเด่นเป็นสง่า  งดงามชวนตะลึง 

            บอดี้การ์ดจัดขบวนรูปเพชรคุ้มกันนักการทูตตุรกี  เซอร์กาน โคล เป็นหนึ่งในขบวน  เขาประกบข้างนักการทูต  ขณะกวาดตามองสถานที่ที่ตรวจสอบมาแล้วก่อนหน้า  เห็นนักข่าวที่ไม่รู้ว่าได้ข่าวมาจากไหนกำลังกวักมือเรียกตากล้อง  เขาทำเป็นมองไม่เห็น  ไม่ใช่หน้าที่...

                เมื่อช้อนตามองเบื้องบน  มหาวิหารชะโงกมองกลับมา  โครงร่างของมหาวิหารตัดกับสีฟ้าเจิดจ้าของท้องฟ้าโปร่งเมฆ

                แสงอาทิตย์ยามเที่ยงบังคับให้ต้องหรี่ตา  เขาเห็นบางสิ่งเคลื่อนไหว  สะท้อนแดด...

                เสียงระฆังดังก้องกังวาน

                ...เกือบพร้อมกับที่กระสุนสังหารถูกปลดปล่อย

                ชายหนุ่มรู้ตัวล่วงหน้าเพียงชั่วเสี้ยววินาที  และนั่นไม่เพียงพอจะฉุดพาผู้อยู่ใต้การอารักขาให้พ้นภัย  ปฏิกิริยาของเขาไม่เร็วเท่ากระสุนปืน  แต่ยังเพียงพอจะผลักให้อีกฝ่ายพ้นจากการถูกระเบิดมันสมอง

                กระสุนหัวสว่านเจาะเข้าที่ขาแทนที่จะเป็นศีรษะ

               

มันอาจเป็นสัญชาตญาณของหมาล่าเนื้อ...สัญชาตญาณของนักล่า 

            หรืออาจเป็นเพียงความกราดเกรี้ยวไร้เหตุผลของชายติดเหล้า

                เซอร์กานทำเกินหน้าที่

                เขานำเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งบุกขึ้นมหาวิหาร  ตรงไปยังทิศที่กระสุนสังหารพุ่งมา  จุดที่มือปืนใช้ซุ่มยิงนั้นคาดเดาได้ไม่ยาก  กระสุนอีกชุดถูกสาดกดลงมา  เขาวิ่งสวนขึ้นไป  ยิงกลับ

                ผู้ที่เขาพบคือ วอลเตอร์ ... วี  เอซ ออฟ สเปด

                MIS

               

เสียงกระดูกหักฟังหวานหู 

            ตรงข้ามกับใบหน้าที่ชวนให้คิดถึงนักบุญ  เซอร์กานไม่มีความเมตตาต่อผู้กระทำผิด  ไม่ต้องพูดไปถึงการให้อภัย

                ...ร่างผอมเกร็งของมือสังหารไม่อึดทนเท่ากับร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเพรียวแกร่ง  เพียงออกแรงกระแทกเล็กน้อยก็แตกร้าวราวกับแก้วเปราะบาง

                เซอร์กานยังยึดแขนหักห้อยร่องแร่งของอีกฝ่ายไว้  ขณะสดับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด  ทุกอณูในร่างของเขาเต้นเริงร่า

                เขาชอบการต่อสู้ด้วยมือเปล่า

                ชื่นชอบเสมอมา

                มีเพียงการต่อสู้ด้วยร่างกายเท่านั้นที่เป็นการต่อสู้ที่แท้จริง

                น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของเขาไม่ถนัดการต่อสู้ระยะประชิด  การต่อสู้จึงไม่ยืดเยื้อ  หลังจากสาดกระสุนใส่กันพอหอมปากหอมคอ  เขาก็สามารถยึดจับอีกฝ่ายและหักแขนได้อย่างง่ายดาย

                ใบหน้าของวอลเตอร์บิดเบี้ยว  ชุ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ  แต่เขายังไม่ยอมละทิ้งความหวังในการหลบหนี  เซอร์กานนับถือชายอ่อนวัยกว่าในจุดนั้น

                ...ถ้าเพียงแต่ร่างกายของวอลเตอร์จะแกร่งกล้าเท่าประกายในดวงตา

 

เซอร์กานเกือบจะหักขาเรียวบางข้างนั้นแล้ว  หากไม่ใช่เพราะมือที่เป็นอิสระของเจ้าของขาเปะปะมาคว้าคอเสื้อ 

                ชายหนุ่มตะปบคว้าอกเสื้อของตนตามสัญชาตญาณปกป้อง  ที่ตรงนั้นเคยมีของสำคัญยิ่งอยู่

                การคว้าจับและพบกับความว่างเปล่าให้ความรู้สึกคล้ายพลัดตกจากหน้าผา

                ไม่มีอีกแล้ว 

            เวลาเพียงเสี้ยวอึดใจที่เขาชะงัก  กลายเป็นช่องให้ศัตรูฉวยใช้  วอลเตอร์เป็นฝ่ายเล่นงานขาของเขา  แรงถีบทำให้เสียหลัก  และเสียปืน...

 

แม้ว่าการลอบสังหารจะเป็นวิถีของคนขลาด  แต่วอลเตอร์กลับมีแรงทรหดของนักสู้

                ไม่หมดหวัง  ไม่ร้องขอความเห็นใจ

                ดิ้นรนด้วยกำลังของตนเองเพื่อเอาชีวิตรอด

                เซอร์กานเห็นร่างเปรียวเคลื่อนไหวผ่านตา  เขาพุ่งเข้าหาร่างนั้น  แต่โดนยิงสวน  ปืนที่ยิงเป็นปืนของเขาเอง  เคราะห์ดีที่กระสุนนัดนั้นเพียงเฉี่ยวต้นขา

 

                ...คนร้ายรอดไปได้  ต่อหน้าต่อตา

 

.

.

.

 

นักการทูตตุรกีปล่อยมุกตลกเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภายหลัง

            ...การไปเยือนปารีส  นักยิงต้นขาที่ยิงแม่นราวกับจับวาง  และบอดี้การ์ดเซ่อซ่าที่โดนปืนของตนเองยิง

                เรื่องจริงชวนหัวยิ่งกว่าเรื่องแต่ง  ไม่มีประเทศใดขุ่นข้องหมองใจต่อประเทศใด  องค์กรก่อการร้าย MIS เป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้  การลอบสังหารกลายเป็นเรื่องตลก  และน้ำหนักของเหตุการณ์ก็เบาบางลงอย่างมากเมื่อถูกหยิบยกมาบอกเล่าระหว่างดินเนอร์โดยเคลือบด้วยอารมณ์ขัน

                ทุกอย่างจบลงด้วยดี  ไม่มีการลอบสังหารเกิดขึ้นซ้ำสอง

                เซอร์กาน โคล เดินทางกลับสเตชั่น T  และไม่ได้กลับไปรายงานผลปฏิบัติการด้วยตนเอง

 
 

Comment

Comment:

Tweet

ถ้าเอ็มรู้ว่าเซอร์กานห่วงหน้าพะวงหลังกับแหวนนะ...
/ถอดเก็บไว้บ้าน  มันทำให้พลาดพลั้งได้เลยนะเนี่ย
ไม่ค่อยเห็นเซอร์กานดาร์คเท่าไหร่
(มีบางในสไกป์ cry)
เท่จังเลยอะะะะ  
คุณอีฟเขียนให้เซอร์กานเป็นสายลับที่เท่คูลสุดๆ วีก็ดูตัวบางร่างน้อยจริงๆ หักกันเห็นๆเลยค่าา รอดไปได้ก็เก่งมากแล้วเนี่ย วีน้อยๆ
/วิ่งกลับไปใส่คะแนนเต็มให้ cry

#7 By Jan on 2013-07-26 02:02

ปกติอีฟจะเขียนเซอร์การแต่ด้านที่อ่อนโยน
พอได้มาอ่านในมุมนี้บ้างนี่ใจเต้นเลย เท่มากก
ดาร์กได้ใจ แล้วก็รู้สึกถึงความเจ็บตัวทั้งของวีแล้วก็เจ็บใจเซอร์กานเยย

#6 By [MIS]Mia/ [BT]lili on 2013-07-18 22:12

//ดานิเอลปาดเหงื่อรัวๆ\\
โฮววววววว คุณเซอร์กานเท่มากกกกกกกกก 
เก๊าชอบการเขียนของคุณอีฟ ไม่เคยผิดหวังเลยจริงๆค่ะ สนุก เท่ มีชั้นเชิง ชอบอารมณ์เซ็งๆและความผิดหวังของคุณเซอร์กาน...มันจี๊ด ;___; (แต่ปัจจุบันดีกันแล้วนะ~)

#5 By มาโช on 2013-07-17 13:10

/แอบลูบแขนตัวเองตอนอ่านเสร็จ/
โหดแท้เซอกาน
อีวาน :: อย่าลืมของฝากจากฝรั่งเศสล่ะ :) //โดนชก

#4 By KaZe_OnLy on 2013-07-16 22:04

แอบอ่านในเวลางาน
ไม่ได้เมนท์ฟิกอีฟนานเท่าไหร่แล้วเนี่ย -_-;; เขิน
ชอบอารมณ์เซ็งๆของคนเพิ่งอกหักอย่างเซอร์กานต์
ตอนที่หักแขนแบบไม่ลังเล เท่มาก ตอนตั้งใจจะหักขาก็เท่
ชอบที่อีฟเขียนคู่กับใครแล้วยังดึงเสน่ห์ของอีกคนออกมาได้ด้วย แบบไม่ได้ทิ้งอ่า (หรือเพราะเป็นวี เชคเลยเลิฟๆก็ไม่รู้ ฮ่าๆ)
แอบคิดจริงๆว่าถ้านี่ไม่ใช่คอมมู วีคงรอดกลับมายาก
เศร้าด้วยตอนที่ตะปปแหวนแต่มันว่างเปล่า TvT ชอบนะ เชคอยากจะเขียนบ้าง เชคว่าจะกลับมาแล้วล่ะ ฮึบฮึบ

#3 By Sheck (125.24.123.149) on 2013-07-16 20:32

เซอร์กานโหดได้ใจจริงมิชชั่นนี้
ฮือออ เท่
เขินฟฟฟฟฟฟฟฟฟโอ้ววววเขินนน
สำนวนพี่อีฟถึงจะบอกว่าแต่งตอนตันๆก็ยังอ่านสนุกมาก YvY
....อ่านแ้ล้วก็ตระหนักอีกครั้งว่าวีก็กรอบเกรียวเคี้ยวโปเต้มาก อ่านถึงตอนโดนหักแขนก็หลอนได้ยินเสียงหักดังแป๊ะในหู //ทรุด
แต่่เซอร์กานแบบว่า ... มากพี่.... #อะไร
พ่อนักบุญกระหายเลือด ชอบฟฟ
สรุปแล้วชอบมากข่า ขอบคุณมากนะคะที่มาร่วมทำมิชชั่นกัน YvY //ปิดตานิ้วถ่างจากไป

#1 By TooFar on 2013-07-16 16:59