[BT] Akom: 003
posted on 24 Oct 2009 19:01 by eveba in Blodwenเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
อาคม: ๐๐๓
บางครั้ง คนเราต้องการแรงสนับสนุนจากภายในตนเอง เช่น ความเชื่อมั่น
ความเชื่อมั่นทำให้จิตใจเข้มแข็ง เมื่อจิตใจเข้มแข็งก็เกิดพลัง
ดังนั้น ผมถึงให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก
ยังไงก็ต้องดูขลังไว้ก่อน เพื่อให้ผู้มาขอความช่วยเหลือเกิดความเชื่อมั่นในตัวผม
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง” โทนี่ เหลียง พยักหน้า ขณะกวาดมือว่ายท่าผีเสื้อในอากาศ
อาคมดูรูปถ่ายในล็อคเก็ต ยิ้มขำ
“คนที่มาหาผมบางคนไม่ได้โดนของหรอก แต่พวกเขาป่วยจริงๆ ...ตรงนี้” อาคมแตะหน้าอกตนเอง ถอนหายใจเมื่อคิดถึงความหลัง รอยยิ้มบางๆ ระบายอยู่บนใบหน้า ตอนแรก เขารู้สึกแปลกๆ ที่มีคนเรียกว่า พ่อหมอ แต่หลังๆ ก็กลายเป็นความเคยชิน ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่การช่วยรักษาคนถูกคุณไสยเล่นงานกลายมาเป็นหน้าที่หลัก
“แล้วทำไมไม่ทำต่อไปล่ะ? ขี้เกียจขึ้นมาเหรอ?” โทนี่ลอยมานั่งข้างเก้าอี้โยก
“เปล่า” อาคมเอนหลังลง โยกเก้าอี้ไปมา หลับตารับลมเย็นสบายที่พัดจากนอกหน้าต่าง วันนี้ที่ร้านก็ไม่มีลูกค้าเช่นเคย “มีคนตาย”
“ไฮ้! เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
“ไว้ค่อยเล่า”
“ทำไมล่ะ?”
“รีบเฉลยเรื่องก็จบไวน่ะสิ นี่เพิ่งตอนที่สามเองนะคุณ”
“ตอน...?”
“มองข้างบน เห็นตัวเลขไหม? ศูนย์ ศูนย์ สาม”
“ไม่เห็นมีเลย”
“ช่างเถอะ”
ใครบางคนก้าวเข้ามาในร้าน หยิบชุดเชี่ยนหมากเงินขึ้นมอง อาคมรีบวิ่งไปบริการ
“เอาของกินมาให้ เห็นว่าอดอยากหลายมื้อ” ใครคนนั้นวางเชี่ยนหมาก โยนถุงขนมปังให้เจ้าของร้าน
“โธ่ คุณนี่เอง นึกว่าลูกค้าเข้าร้านซะอีก” อาคมรับถุงขนมปัง แต่พลาด เลยต้องก้มลงหยิบ ผู้มาเยือนตีก้นเขาแรงๆ หนึ่งที หัวเราะ
“จะให้ช่วยซื้อก็ได้นะ สงสาร”
“ใครเหรอ?” โทนี่ลอยมาเกาะไหล่อาคม
“ดีไง ดี ดาริล บรูค เห็นกันตั้งหลายครั้งยังจำไม่ได้อีกเหรอ?” อาคมกระซิบกระซาบ พลางลูบคลำก้นที่บอบช้ำของตนเอง
“พูดกับใครน่ะ? เหงามากจนต้องสร้างเพื่อนในจินตนาการแล้วเหรอ?” ดาริลเงื้อมือตีก้นอาคมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเอี้ยวหลบทัน เธอร้องอย่างเสียดาย
“ไม่ใช่เพื่อนในจินตนาการสักหน่อย คุณแค่มองไม่เห็นเขาเท่านั้นเอง” อาคมพึมพำ หยิบขนมปังจากถุงขึ้นมาดม
“ไม่คิดจะขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนกันบ้างเหรอ?” ดาริลก้มมองเชี่ยนหมาก สเกตซ์ลวดลายของมัน
“พูดเป็นเล่น ผมขอแบ่งเช่าเป็นห้องเก็บของ บอกแล้วนี่”
“ฉันไม่ลักหลับผู้ชายหรอกน่า ไม่ใช่รสนิยม” ดาริลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางตีก้นอาคมอีกครั้ง...จนได้
“ทำไมปิดร้านไวนักล่ะ?”
อาคมเหลือบมองคุณผีที่ถามซอกแซก ถอนใจ
“ก็มันเซ็ง นั่งรอลูกค้าจนก้นบานหมดแล้ว ออกมาเดินเปลี่ยนบรรยากาศดีกว่า”
“ก้นบานเหรอ ไหนดูซิ?”
“ทำอะไรน่ะ? ไม่เอาน่า” อาคมรีบใช้สองมือปิดก้นเมื่อเห็นโทนี่ลอยไปด้านหลัง
ถนนหนทางในบลอดเวนยามนี้ถูกสาดจับด้วยแสงสีแสด พระอาทิตย์ดวงโตค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปแอบหลังม่านเมฆ หนึ่งคนหนึ่งผีสัญจรเคียงกันไปช้าๆ บนทางเท้า
อาคมกางแผนที่ ลูบคาง
“วันนี้เราลองไปที่นั่นกันดีไหม?”
“ที่ไหน?”
“ทะเลสาบ”
“ไม่เอา ผมเกลียดน้ำ” โทนี่ยกมือปาดเหงื่อทั้งที่ไม่มีเหงื่อจะให้ปาด
“อ้อ ลืมไป”
“เราไปฮ่องกงกันดีกว่า”
“หา?! พูดเป็นเล่น”
“ก็ผมอยากเจอหน้าเมียนี่นา”
“คุณก็ไปของคุณเองซี่”
“ไปคนเดียวเกิดหลงทางขึ้นมาจะทำไง?”
“คุณไม่ใช่คนแล้ว ตัดใจลืมเรื่องตอนเป็นคน แล้วอยู่รอเวลาไปเกิดใหม่สบายๆ ดีกว่าไหม?”
“จะไปดีกว่าได้ยังไงกัน” โทนี่นิ่วหน้า “โธ่...ลูกเมียที่น่ารักของผม”
“ทำใจเถอะครับ การพลัดพรากนี่มันเลี่ยงกันไม่ได้ อย่างผมเอง ชาติก่อนๆ ก็ต้องพลัดพรากจากคนที่รักตั้งหลายคน”
“เอ๊ะ?! ชาติก่อนมีจริงเหรอ?”
“ปัดโธ่! ตายเป็นผีไปแล้วยังไม่เชื่ออีกเหรอ?”
“ไงคม ซ้อมบทอยู่เหรอ?”
ชายไทยแท้หน้าเข้มคมร้องกระเซ้าอย่างอารมณ์ดี อาคมยกมือไหว้
“สวัสดีครับ พี่กร”
เนื่องจากทั้งคู่เป็นคนไทยด้วยกัน เลยสื่อสารกันเป็นภาษาไทย ปัญหาจึงเกิดแก่ โทนี่ เหลียง เขาสะกิดไหล่อาคมยิกๆ พยายามถามว่าคุยอะไรกัน อาคมทำเป็นไม่สนใจ...กุลีกุจอช่วยชายไทยรุ่นพี่ถือข้าวของ
“กินข้าวกินปลาหรือยัง?” จิตรกร วิชิตวงศ์เอ่ยถาม ขณะทั้งคู่เดินย้อนกลับทางเก่า
“เรียบร้อยครับ แต่กินอีกมื้อก็ได้...ฮี่” อาคมฉีกยิ้ม
“ทำไมเราต้องเดินกลับทางเก่าด้วยล่ะ? ไม่ไปเดินเล่นกันแล้วเหรอ?” โทนี่เริ่มออกอาการงอแงเรียกร้องความสนใจ
“ฮ่าๆ ฉันถามไปอย่างนั้นแหละ ไม่ได้คิดจะเลี้ยงเราหรอกนะ” จิตรกรพูดกลั้วหัวเราะ ไม่รู้สึกตัวสักนิดว่ามีวิญญาณตนหนึ่งกำลังขึ้นขี่หลัง
“เฮ้ย! ลงมา!” อาคมกระซิบ พยายามปัดโทนี่ลงจากไหล่จิตรกร
“หือ?”
“ยุงน่ะครับ พอดีเห็นยุงเกาะหลังพี่กรน่ะ” อาคมหัวเราะแหะๆ
“ว่าแต่เรากำลังจะไปไหนล่ะ?”
“อ๋อ ผมเดินเล่นเรื่อยเปื่อยครับ ตอนแรกว่าจะไปทะเลสาบ แต่ว่า...”
“อ้าว! ไปไงมาไงล่ะนี่?” จิตรกรเอ่ยทักหญิงสาวที่เดินสวนมา
“สวัสดีค่ะ”
หญิงสาวร่างเล็กทักทายสองหนุ่มอย่างเป็นกันเอง แม้ว่าเธอจะมีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าเมือง
“สวัสดีพระเจ้าค่ะ...เอ๊ะ...หรือพะยะค่ะ” อาคมสับสน
“เฮ้ย ไม่ต้อง พูดธรรมดาๆ พอ” จิตรกรตบไหล่เพื่อนร่วมชาติแล้วหันไปผงกหัวให้อามิน่า เป็นเชิงว่าอย่าสนใจเลย
“เอ่อ...ท่านพอจะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองให้กระหม่อม...”
“พูดธรรมดาก็พอแล้วคม ยิ่งพูดยิ่งออกลิเก” จิตรกรขมวดคิ้ว
อามิน่ามองสองหนุ่มสลับกัน แล้วหัวเราะออกมา รอยยิ้มของเธอสดใสพอกับช่อดอกไม้ในอ้อมแขน
“เคยไปเดินเล่นในมหาวิทยาลัยของเราหรือยังคะ? คุณน่าจะชอบนะ ได้ข่าวว่ามีคนเคยถ่ายภาพติดวิญญาณแถวนั้นด้วย”
“ครับ น่าสนใจมาก ขอบคุณครับ” โทนี่ชิงตอบ แต่แน่นอนว่าอามิน่าไม่ได้ยินเสียงของเขา
มหาวิทยาลัยประจำบลอดเวนถือเป็นสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ว่ากันว่ามันถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ ตัวเมืองเลยทีเดียว
...คนเขาเล่ามาว่างั้นน่ะนะ
หนึ่งคนหนึ่งผีเดินเลียบรั้วมหาวิทยาลัย จ้องมองบรรดาตึกโอ่โถงแต่ดูเป็นกันเองเบื้องหน้า อาคมสังเกตเห็นเชอริลถูกปลูกไว้ตามจุดนั้นจุดนี้ในสวนซึ่งโอบล้อมรอบตัวมหาวิทยาลัย เขาเดินไปเรื่อยเปื่อย โทนี่ลอยตาม
“ถ้ามีไกด์นำเที่ยวสักคนคงดี” อาคมพึมพำ ขณะคีบแตะเดินเรื่อยเปื่อย
“นั่นไง” โทนี่สะกิด ชี้
หลังพุ่มไม้ ชายคนหนึ่งกำลังยืนชมนกชมไม้ ดูจากโหงวเฮ้งแล้วน่าจะเป็นนักศึกษา...
“น้องครับ” อาคมป้องปากเรียก ชายคนนั้นเหลียวมา
อายุของชายหนุ่มคนดังกล่าวไม่น่าจะถึงสามสิบ ยังไงก็อ่อนกว่าอาคมแน่นอน
“สวัสดีครับ คือว่า ไม่ทราบว่า...ว่างอยู่หรือเปล่า?”
“...”
“?” อาคมส่งยิ้ม
“คุณกำลังจีบผมเหรอ?”
“โอ้! แหม...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ถึงคุณจะรูปหล่อกว่าสุดหล่ออย่างผมก็เถอะ ฮ่าๆ”
“ผมล้อเล่น”
“ครับ ฮ่าๆ เอ่อ...คืออย่างนี้ ผมชื่อ อาคม ปราณชีพ เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ได้ไม่นาน...”
“คุณสนใจจะเรียนต่อที่นี่หรือครับ?”
“ไม่ใช่ครับ ฮ่าๆ เข้าใจล้อเล่น ผมมันแก่เกินเรียนแล้ว”
“ไม่มีใครแก่เกินไปสำหรับการเรียนรู้หรอกครับ”
“เอ้อ...พูดอีกก็ถูกอีกนะครับ แต่ไม่ใช่ครับ ผมแค่อยากจะชมรอบๆ มหา’ลัยสักหน่อย แต่ว่ายังหาไกด์ไม่ได้เลย”
“อย่างนี้นี่เอง”
“ครับ อย่างนั้นละ”
“แต่วันนี้ผมคงเป็นไกด์ให้คุณไม่ได้ นัดเด็กไว้น่ะครับ มีสอนพิเศษ”
“ขยันจังเลยนะครับ เรียนไปด้วยหาลำไพ่พิเศษไปด้วยเนี่ย เอ่อ คุณ....?”
“อาซาเอล เมอร์เรย์ ครับ ผมเป็นอาจารย์ ไม่ใช่นักศึกษา เรียกผมว่าอาซก็ได้”
“อุ้ย เป็นอาจารย์หรอกเหรอ เรียกผมว่าคมละกันครับอาจารย์” อาคมยกมือไหว้ซะอีกรอบ
“มหาวิทยาลัยเราไม่กว้างมาก แต่ก็กว้างเอาเรื่อง คุณจะยืมจักรยานหน้าตึกอำนวยการขี่ชมรอบๆ ก็ได้นะครับ”
“ขอบคุณครับ”
“แต่วันนี้ใกล้ค่ำแล้ว...”
“เออใช่ อาจารย์ครับ มีตึกไหนมีเรื่องเล่าแบบ....เฮี้ยนๆ บ้างไหม?”
“อ้อ คุณอยากพิสูจน์ผีเหรอ? ตึกเรียนรวมนั่นไงครับ มีข่าวลือว่าถ้าไปถ่ายภาพหน้าตึกตอนหนึ่งทุ่มตรงจะมีวิญญาณติดมาด้วย”
“เสียดายจัง ผมไม่ได้พกกล้องมาด้วย”
“ที่ที่เรายืนอยู่นี่ก็มีเรื่องเล่าครับ ว่ากันว่า ถ้าหากเราหมุนรอบตัวเองสามรอบก่อนพระอาทิตย์ตกดิน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้อง”
“โอ้ อันนี้น่าสนใจ”
โทนี่ เหลียง หมุนรอบตัวเองสามรอบทันที
“กรี๊ด!!!!!”
“!!!”
“เสียงนั่น!” อาซาเอลผงะ อาคมกระโดดโหยง แม้แต่โทนี่ก็พลอยตระหนกไปด้วย เขาโผเข้าซุกอ้อมอกอาซาเอลทันที
“กรี๊ด!!!!!”
“เหวอ!”
“กรี๊ด!!!!”
โทนี่มุดหายเข้าไปในอ้อมอกอาซาเอล...ตรงตัว
“ม...มันเหมือนจะดังออกมาจากกระเป๋าคุณเลย” อาซาเอลขมวดคิ้ว เมื่อความตระหนกในทีแรกจางลง ความเป็นเหตุเป็นผลก็เริ่มกลับคืนมา
“เอ๊ะ...? อ้อ ใช่ๆ เสียงมือถือผมเอง มีข้อความเข้าน่ะ” อาคมตบกระเป๋ากางเกงเหมือนเพิ่งนึกได้ ก็ตั้งแต่เข้าเมืองมา สัญญาณมือถือก็เน่าจนแทบจะลืมไปแล้วว่ามีกับเขาอยู่เครื่อง...
เขาเปิดอ่านข้อความ...
“ถ้าไม่มาหาเดี๋ยวนี้ ฉันจะฆ่าตัวตาย”
****************************
EVE: ก่อนอื่น ขอขอบคุณแขกรับเชิญ ดังมีรายนามต่อไปนี้
ดาริล บรูึค - นี่มันตัวละครอีฟเอง...อืม...แต่ก็... ขอบคุณนะเจ๊
จิตรกร วิชิตวงษ์ - ขอบคุณที่มาร่วมเล่นกับคมนะคะ นี่ก็จิกตัวมาแบบไม่บอกไม่กล่าวเลย *โค้ง*
อามิน่า เออร์เว่น - ขอบคุณท่านเจ้าเมืองสำหรับรอยยิ้มสดใส และขออภัยที่ลากมาเล่นโดยไม่บอกกล่าว
อาซาเอล เมอร์เรย์ - ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มีน้ำใจสละเวลามาเล่าตำนานสยอง *กอด*
...พักนี้สนุกกับการแต่งฟิค BT จริงๆ นั่นแหละค่ะ ยิ่งแต่งยิ่งมัน แต่แต่งออกมามันหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง 555+
#1 By talalan on 2009-10-24 19:39