[BT] Akom: 002
posted on 22 Oct 2009 16:02 by eveba in Blodwenเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
อาคม: ๐๐๒ - untitled
“คุณจะบอกว่า คุณคือเสือเดชา” หมอเงยหน้าจากชาร์ตประวัติ มองคนไข้
“ไม่ใช่ สมองผมไม่มีความทรงจำของเสือเดชา...ร่างกายนี้...จิตใจ...ไม่ใช่ แต่วิญญาณของผมกับเสือเดชาเป็นดวงเดียวกัน ทุกอย่างถูกจารึกไว้ที่นี่” คนไข้ยกนิ้วแตะหว่างคิ้วตนเอง
“ผมควรเชื่อคุณไหม?”
“ไม่ควร แต่ถ้าหมออยากรวยกว่านี้ ไปขุดที่ที่ผมบอก เสือเดชาฝังสมบัติไว้ที่นั่นจริง”
.
.
.
อาคมกระดิกเท้า มองร้านที่ว่างเปล่าไร้ลูกค้าของตนเอง
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สามแล้วที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ในบลอดเวนอย่างเป็นทางการ และถือเป็นวันครบรอบการเปิดร้านครบเจ็ดวัน หลังจากลองเดินแจกใบปลิว ติดโฆษณาทั่วเมือง เขายังไม่เห็นอะไรดีขึ้น ยกเว้นการได้คู่อริอีกคน...คือเจ้าหนุ่มคนเก็บขยะ
“สงสัยฮวงจุ้ยไม่ดี” เขาพึมพำ มองผ่านหน้าต่าง บนถนนไม่มีคนสัญจรผ่าน
เจ้าของอพาร์ตเม้นต์เคยบอกว่า ร้านอาหารที่เคยอยู่มาก่อนหน้ายังทำอยู่ได้ตั้งปีกว่า อย่างน้อยอาคมก็น่าจะทำได้เกินนั้น
ดวงอาทิตย์ลอยสูงขึ้น แล้วลดตัวจมหายไปท่ามกลางหมู่เมฆ ณ สุดปลายฟ้า
อาคมยังนั่งกระดิกเท้า
ไม่มีลูกค้าเข้าร้านแม้แต่คนเดียว
เขาปิดร้าน เช็คความเรียบร้อย แล้วปีนไปเก็บป้ายนอกหน้าต่าง ลมหนาวพัดปะทะหน้า
“เก็บแล้วเหรอครับ?” เสียงแหบๆ ของชายคนหนึ่งดังขึ้น อาคมเหลียวหน้ากลับ เขาพบชายวัยไล่เลี่ยกับตนเองยืนหัวโด่อยู่ในร้าน ชายคนดังกล่าวเป็นชาวเอเชีย ดวงตายาวรี ผิวขาวอย่างคนไม่ค่อยออกแดด สวมสูท ใส่แว่นกรอบกระ แวบแรก อาคมนึกว่าทัตสึมิ – นายธนาคารที่พักอยู่ฝั่งตรงกันข้าม
แต่ไม่ใช่
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?” อาคมถาม ถูมือสองข้างไปมา พลางมองเสื้อผ้าเปียกโชกของชายคนดังกล่าว หยาดน้ำทิ้งตัวลงพื้นหยดแล้วหยดเล่าโดยไร้เสียง
“ผมหาภรรยาไม่เจอ” ชายคนดังกล่าวตอบ
“แนะนำให้ไปสถานีตำรวจ อยู่ตรง...” เสียงของอาคมขาดหายไปกลางครัน เขาเหลือบมองประตูซึ่งยังล็อคสนิทแน่นจากด้านใน แล้วรั้งสายตากลับมามองชายทื่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ผมหาภรรยาไม่เจอ” ชายปริศนากล่าวซ้ำ
“เอ่อ...ผมก็ไม่รู้จะช่วยคุณยังไงน่ะนะ”
“คุณมองเห็นผมใช่ไหม? ได้ยินผมใช่ไหม?”
“เห็นครับ ได้ยินครับ”
“ช่วยผมด้วย”
“ถ้าผมบอกว่าคุณตายไปแล้วคุณจะโกรธผมไหมเนี่ย?”
“ตาย...?”
“ครับ”
ชายปริศนาก้มมองร่างตนเอง ยกมือสองข้างขึ้น พลิกไปมา ท่าทางไม่เชื่อ
“คุณตายแล้วครับ” อาคมกล่าวย้ำ ส่งยิ้มให้กำลังใจ “ยินดีด้วย”
“เพราะงั้น...คนอื่นถึงไม่เห็นผมสินะครับ?” ชายปริศนายิ้มตอบ ท่าทางเหนื่อย ร่างของเขาเลือนจางลง และหายไป
“อ้าว คุณ...” อาคมเรียก แต่ร่างของชายคนดังกล่าวหายไปโดยสมบูรณ์แล้ว รวมทั้งหยดน้ำบนพื้นด้วย
อาคมยืนเกาหัวอยู่สองสามวินาที แล้วตัดสินใจว่าจะถูพื้นสักหน่อย เขาหยิบไม้ถูพื้น ไม้กวาด และที่โกยผงออกมา เริ่มทำความสะอาดพื้นร้านที่สะอาดอยู่แล้ว เพราะไม่มีใครเหยียบเข้ามาตั้งแต่ตอนทำความสะอาดรอบเช้า
ชายปริศนาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เหนือเก้าอี้โยกของอาคม
“คุณครับ รู้ทางออกจากเมืองนี้ไหม? ผมหลง” เขาถาม
“คุณอยากไปไหนคุณก็นึกถึงที่นั่น เดี๋ยวก็แว้บไปเองแหละ” อาคมตอบ ก้มหน้าก้มตาขัดพื้น
“ฮึบ!” ชายปริศนา – หรือที่ถูกคือวิญญาณปริศนา ทำหน้ายู่ยี่เหมือนเบ่งอึอยู่พักใหญ่ แล้วก็เลิก เปลี่ยนเป็นมองอาคมด้วยสายตาตำหนิ
“ไม่เห็นได้เลย” เขากล่าว
“ผีอย่างนี้ก็มีด้วย” อาคมพึมพำ ตั้งหน้าตั้งตาขัดพื้นที่สะอาดอยู่แล้วตรงหน้า
“คนอย่างนี้ก็มีด้วย” คุณผีพึมพำกลับ จงใจให้ได้ยิน
“คุณตายแล้ว ถึงไปหาเมียได้เธอก็ไม่เห็นคุณ สื่อสารกันไม่ได้หรอก ตัดใจแล้วรีบๆ ข้ามภพไปเถอะ”
“คุณยังพูดกับผมได้เลย ทำไมเมียผมจะพูดกับผมไม่รู้เรื่อง? แล้วข้ามภพนี่มันอะไร?”
“ก็แบบว่า...” อาคมหยุดขัดพื้น ยืดตัวขึ้น เท้าเอว พยายามนึกหาคำอธิบาย
“ไม่เป็นไร คุณอธิบายไปผมก็คงงงอยู่ดี”
“ฮะ...ก็ว่างั้น” อาคมพยักหน้าหงึกหงัก เช็ดมือเปียกๆ กับก้นตัวเอง
“เออนี่ แล้วผม...ยังไงล่ะ...ผมยืมร่างคุณได้ไหม?”
“จะสิงผมเรอะ?”
“ก็เผื่อเมียผมมองไม่เห็นไง”
“...”
“...”
“เอาก็เอา แต่ผมให้คุณแค่ 80 เปอร์เซ็นต์นะ ถ้ามีอะไรเลยเถิดผมจะดึงกลับ โอเคไหม?”
“ดีล”
“ดีล”
ชายปริศนาพุ่งเข้าใส่อาคม แล้วกลับทะลุผ่านไป
“ผมเข้าร่างคุณไม่ได้”
“อ้าว?”
“ทำไม่เป็น”
อาคมยกมือเกาหัว ทำหน้ายุ่ง
ประมาณทุ่มเศษ อาคม ปราณชีพ ไปปรากฏตัวหน้าบ้านนักทำนายหนึ่งเดียวในบลอดเวน
เอสเธอร์ มารี เจมิมาห์ พาคาปิบาร่าน้อยในอ้อมแขนมาเปิดประตูรับ
เธอผงะไปเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือน
“ฮี่...” อาคมยิ้มกว้างจนแทบเห็นฟันครบทุกซี่ “สวัสดีครับ ด็อกเตอร์”
“ค่ะ” แม่หมอฉีกยิ้ม แต่ตาไม่ยิ้มด้วย
“สวัสดี” อาคมจับขาหน้าของเจ้าตัวเล็กขึ้นมาเขย่า มันดึงกลับ มุดตัวซุกหน้าอกเอสเธอร์ หันก้นให้ผู้มาเยือน
“แล้วคุณสุภาพบุรุษข้างหลังนั่น?”
“เห็นผมด้วยเหรอครับ?!” คุณผีในแว่นกรอบกระร้องอย่างตื่นเต้น “ผม โทนี่ เหลียง ครับ”
อาคมสำลัก
“โทนี่ เหลียง? เหลียงเฉาเหว่ยอะนะ?”
“ใครคือเหลียงเฉาเหว่ย?” คุณผีหันมาถามอาคม ทำตาปริบๆ
“ช่างเถอะๆ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน คุณเหลียงเฉาเหว่ย...”
“โทนี่ เหลียง” คุณผีขัด อาคมไม่สน
“...อยากพบภรรยา บ้านเขาอยู่เมืองข้างๆ นี่เอง คุณช่วยสอนเขาสิงร่างคนทีได้ไหม?”
“คุณพูดอะไรน่ะ?” แม่หมอเขม้นมองอาคม หัวคิ้วเรียวแทบจะจรดเข้าหากันสนิท
“ผมจะให้เขาใช้ร่างผมไปคุยกับเมียไง”
“คุณก็สอนเขาเองสิ”
“ทำได้ก็ดีสิ ช่วยหน่อยไม่ได้หรือไงแม่คุณ?”
“...” เอสเธอร์ยกมือกอดอก เธอทำท่าเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
“เออนี่” อาคมนึกได้ “ดาบของผมยังอยู่ดีไหม?”
“ดาบฟ้าฟื้นเป็นของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?” คนถูกถามยันกลับเสียงห้วน
“ตั้งแต่ชาติที่แล้ว” อาคมตอบหน้าตาเฉย เขย่งมองข้ามไหล่เจ้าของบ้าน “แต่ยกให้คุณก็ได้ ถ้าคุณยอมช่วยผมงวดนี้”
“ยกให้? ดาบนั่นเป็นของฉันโดยถูกต้องนะคะ เผื่อคุณกำลังเข้าใจอะไรบางอย่างผิด”
“ไม่เป็นไรๆ ของคุณก็ของคุณ ผมขี้เกียจอธิบาย ตกลงคุณจะช่วยหรือไม่ช่วย?”
“ขี้เกียจอธิบาย?! นี่คุณ...” แม่หมอขึ้นเสียงสูง คุณผีที่ยืนอยู่ด้วยทำหน้าเลิกลั่ก และตัดสินใจพูดขัดก่อนที่มนุษย์ชายหญิงทั้งสองจะกระโดดเข้ากัดกัน – แบบตรงตัว
“ผมว่า เอางี้ดีกว่าครับ พาผมไปหาภรรยา แล้วพวกคุณก็ช่วยพูดแทนผม”
บ้านของคุณผีอยู่กลางเมือง แวดล้อมด้วยมลพิษและแสงสี ผิดจากบลอดเวนลิบลับ
“แถวนี้เหมือนไชน่าทาวน์เลย” อาคมพึมพำ ตาช่วยคุณผีมองหาบ้าน
“ก็มันคือไชน่าทาวน์ของเมืองนี้นี่ครับ” โทนี่กล่าว ขยับแว่น ขณะนี้เขากำลังสนุกกับการลอยละล่องในอากาศ ความสามารถใหม่สดที่เพิ่งค้นพบ
“คุณจำผิดหรือเปล่าคะ? แถวนี้ไม่เห็นมีตึกที่คุณว่าเลย” เอสเธอร์ถามโทนี่ กระตุกเขาลงมา
“ไม่ผิดหรอก ใครจะบ้าจำบ้านตัวเองผิดกันล่ะคุณ” โทนี่ยืนยัน
“นั่นสิ นั่นสิ” อาคมพยักหน้า ลูบเครา
“เอ๊ะ?!”
“อะไร?” สองหนุ่มสาวถามประสานเสียง เมื่อจู่ๆ โทนี่ก็อุทานออกมาดังลั่น
“เป็นไปไม่ได้!”
“อะไรเป็นไปไม่ได้?”
โทนี่ชี้ไปที่หนังสือพิมพ์บนแผง อาคมหยิบขึ้นมา มันก็แค่หนังสือพิมพ์หัวเล็กๆ หนังสือพิมพ์ที่ออกเป็นประจำทุกวัน...แบบที่ใครๆ ก็ซื้ออ่านกัน
“หนังสือพิมพ์นี่มันออกล่วงหน้าตั้งยี่สิบปี!” โทนี่ร้อง
“อ๊อ~~~~อ คุณนายเหลียงแกหอบลูกๆ หนีไปอยู่ฮ่องกงตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนแล้ว”
เจ้าของร้านขายเทปผีซีดีเถื่อนแถบไชน่าทาวน์รายงาน พลางเก็บเงินเข้ากระเป๋า ผมสีทองกับตาสีฟ้าของเธอดูขัดกับสภาพรอบข้างเป็นอย่างมาก โหงวเฮ้งฝรั่งจ๋าอย่างเธอควรจะไปนั่งอยู่ที่ไหนสักที่ที่ไม่ใช่ที่นี่...หลังแผงขายของเถื่อน
“ก็ตั้งแต่สามีแกโดนเจ้าของบ่อนจับถ่วงน้ำน่ะนะ โอ้ย ฉันยังจำได้ ตอนนั้นลงข่าวกันเกรียวกราว ลูกๆ คุณนายแกร้องไห้ดังไปสามบ้านแปดบ้าน ฉันยังไปช่วยปลอบหนูนาโอมิอยู่เลย”
"แปลว่า สามีของคุณนายเหลียงตายไปตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีก่อนแล้วเหรอครับ?"
"ใช่สิ ถามอะไรปัญญาอ่อนไปได้"
“เอ๊ะ...งั้นเหรอครับ?” อาคมยืนทำตาปริบๆ สองมือหิ้วถุงใส่ซีดีเถื่อน
“แต่แกก็ไปได้ดิบได้ดีนะ เห็นว่าไปเปิดร้านเสริมสวยหรือร้านอาหาร...อะไรสักอย่างนี่แหละ เค้าเล่ากันว่าแกส่งลูกๆ ไปเรียนต่อที่อเมริกาทุกคนเลย อะฮุ พูดถึงอเมริกา...ก็บ้านเกิดฉันน่ะนะ”
“อ้อ...ครับ” อาคมพยักหน้า เหลือบมองคุณผีข้างตัวแวบหนึ่ง ก่อนลากสายตากลับไปที่แผง สะดุ้ง “เป็นไปไม่ได้!”
“อะไร?” เอสเธอร์เผลอสะดุ้งไปด้วยอีกคน
“นี่ ดูสิ มีขายถึงที่นี่เลยนะ” เขาหยิบพวงล็อคเก็ตที่วางอยู่ในกระจาดข้างแผงซีดีขึ้นมา
“นั่นอะไรน่ะ?” เอสเธอร์ขมวดคิ้ว
อาคมเปิดล็อคเก็ต ทำท่าเขินอายอย่างจงใจ ภายในมีภาพชายหนวดเครารกครึ้มนั่งขัดสมาธิบนตั่ง ท่าทางขลังเอาเรื่อง
“แฟนคลับผมทำขายน่ะ” เขาพูด ยกมือปิดแก้ม เอียงคอ “ก็...สมัยที่เปิดบ้านรับช่วยเหลือคนอื่นนิดๆ หน่อยๆ น่ะนะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาไกลถึงนี่”
“แฟนคลับคุณ? เดี๋ยว...นั่นใคร? หรือว่า...” เอสเธอร์มองชายในภาพ สลับกับชายตรงหน้า แล้วก็อ้าปากค้าง
“ไอ้พวงนั้นลูกชายฉันโดนหลอกซื้อมา มันบอกเป็นเครื่องรางของขลัง ใช้แล้วทำมาค้าขึ้น เอาไหม? ให้ฟรี ติดร้านอยู่นานแล้ว ขายไม่ออก” เจ้าของแผงกล่าว อาคมทรุดฮวบ เหี่ยวลงทันตา
“แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ?”
“แล้วเขาจะทำยังไงดีล่ะ?” อาคมเหลียวไปถามเอสเธอร์ต่ออีกทอด
แม่หมอถอนใจ ส่ายหน้า มองหนึ่งคนหนึ่งผีที่ยืนขนาบข้าง ไม่แน่ว่าเธออาจรู้สึกเหมือนเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ยังสติดี
อาคมยกมือ
“ผมขอเสนอความเห็นให้คุณไปสู่สุขคติ”
“ไปยังไง? มันอยู่ไกลไหม?” โทนี่ หันมาถามเพื่อนมนุษย์อย่างสิ้นหวัง
“ไม่หรอก”
“แต่ผมอยากคุยกับเมียนี่ อยากเห็นหน้าลูกๆ ด้วย ไม่ได้อยากไปสุขคติอะไรนั่นสักหน่อย”
“คุณอาจจะตายก่อนเวลา เลยไม่มีคนมารับ” อาคมเกาหัวแกรกๆ ปล่อยผม แล้วรวบใหม่เป็นมวยหย่อนๆ เปิดให้ต้นคอมีโอกาสรับลมหนาว “ถ้าคุณยังไม่เบื่อก็เที่ยวเล่นอยู่จนกว่าจะถึงเวลาก็ได้ ไหนๆ ก็ตกสำรวจมาแล้วตั้งยี่สิบปีนี่นะ”
“ผ่านไปยี่สิบปี...ไม่น่าเชื่อ...ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปงีบเดียวเอง” โทนี่พึมพำ “ตื่นมาก็อยู่ริมน้ำ ไม่เห็นใคร”
“พูดถึงน้ำ แถวนี้มีน้ำทับทิมดื่มไหมด็อกเตอร์?” อาคมศอกหญิงสาวข้างกายเบาๆ
“ไม่รู้สิ” เอสเธอร์ตอบ เสียงเนือยไร้อารมณ์ บางทีเธออาจจะเหนื่อยจริงๆ หรืออาจจะคิดได้แล้วว่าถูกลากออกมาทำอะไรไร้สาระสิ้นดี
“ไปหาน้ำทับทิมคั้นสดกันดีกว่า ผมมีลางสังหรณ์ว่ามันจะมีขายแถวๆ นี้แหละ” อาคมก้าวฉับๆ เข้าซอยเล็กที่อยู่ระหว่างตึกหลังใหญ่สองตึก คุณผีผู้สับสนลอยตามเขาไป
เอสเธอร์หรี่ตา ถอนใจ แต่ก็ก้าวตามไปอีกคน
“ดื่มน้ำทับทิม ทำใจให้สบายๆ แล้วทุกอย่างมันก็จะดีเองนั่นแหละ”
อาคมเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นร้านขายน้ำผลไม้คั้น
มีน้ำทับทิมขายจริงๆ เสียด้วย
.
.
.
“เป็นไง? หมอเจอสมบัติไหม?”
“เจอ”
“ดีแล้ว”
“มันแค่ความบังเอิญ”
“พวกเครื่องทอง...หมอจะเอาไปทำอะไรก็ทำนะ ยกให้ แต่รัดประคดที่เจออยู่ด้วยกัน ผมขอ”
หมอส่งรัดประคดให้ คนไข้รับ ยกจรดหน้าผากอย่างเคารพยิ่ง หมอเลิกคิ้ว มอง...
“คนบ้าก็อย่างนี้แหละหมอ อย่าเสียเวลาคิดหาเหตุผลอะไรให้กับการกระทำของมันเลย”
**********************************
EVE: ไม่ได้เอ่ยถึง อองรี กับ ดิมิทริโอ + ทุกเอนทรี่ที่เขียนเกี่ยวกับอาคมมันชวนมึนพิกลแฮะ...นี่ก็มามึนๆ อีกละ
ปล. เอนทรี่นี้ ขอขอบคุณ เอสเธอร์ แอชลิ่ง ที่มาเป็นแขกรับเชิญนะคะ
ปล.2 เอนทรี่นี้ ยังไม่ผ่านการตรวจทานจากเจ้าของคาแรคเตอร์ แต่ก็อัพลงบล็อกไปซะแล้วล่ะนะ อา...ทำไมอีฟเลวเยี่ยงนี้ นี่มันมัดมือชกนี่นา
ปล.3 วานตั้งชื่อเอนทรี่ให้ด้วย 
น่าลงไม้ลงมือจริง...
ดีนะที่ไม่ได้เอาไว้ห้อยมือถือคู่กับพู่หางกระรอก
ถ้าได้มา.../ยกมือ เอาไว้ให้มือถือบลอดเวน
แล้วสัญญาณจะเสถียรขึ้นไหมคะท่าน...
ชอบชื่อคุณผี ฮ่าๆ
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-10-22 16:49