เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

Akom: 001 เคยคู่กันแล้ว จึงแคล้วกัน

 

“เรื่องสั้นหักมุมที่ดี  ไม่ควรตั้งชื่อสปอยล์เนื้อหา”

                “อือ...”  อาคม  ปราณชีพ พยักหน้าเออออขณะฟังเพื่อนนักอยากเขียนของเขาสาธยาย  พลางยกกาแฟขึ้นจิบแก้เบื่อ  ข้างถ้วยมีข้อความ I love, therefore I am

            “กูอยากเขียนเรื่องสั้นให้ทันส่งประกวดปีนี้ว่ะ  เพราะงั้น  ช่วยไปแทนที”

                “หา?  ว่าไงนะ?”  ชายหนุ่มเพิ่งมาตั้งใจฟังเอาประโยคสุดท้าย  เขาวางถ้วยกาแฟบนทิชชู่  เช็ดหนวดเคราด้วยกระดาษรองแก้ว  ชะงัก  เช็ดต่อ  ไหนๆ ก็หยิบผิดแล้ว

                “ที่นี่นะ”  อีกฝ่ายควักกระดาษ  จดวัน เวลา และสถานที่ให้  “เธอสวมเสื้อขาว  กลัดกุหลาบแดงที่อกซ้าย”

                .

                .

                .

 

อาคมจะไม่รับปากเลย  หากรู้ล่วงหน้าว่าเพื่อนเก่าเพื่อนแก่มีนัดบอดไกลถึงปารีส  แถมยังเป็นช่วงเดินทางของเขาอีกด้วย

                แต่ก็นั่นละ  กว่าจะรู้ตัวอีกที  หนุ่มไทยวัยต้นสามสิบก็พารองเท้าแตะ  หนวดเครา  และผมยาวเกือบถึงเอว  มายืนต่อหน้านางฟ้าในชุดขาวชาว...อะไรก็ไม่รู้  ที่ Grande Mosquée de Paris  ซึ่งเป็นมัสยิดแห่งเดียวที่มีอยู่ในปารีส  เขามองเส้นผมทำสีทองและดวงตาสีน้ำตาลของเธอ  ยกมือเซย์ไฮ

                “สวัสดีค่ะ”  นางฟ้าผมหยักศกตอบเขาเป็นภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำ  “เกสตาโป 123 ค่ะ”

                ความคิดแรกของเขาคือ  ผู้หญิงอะไรวะ  ชื่อเกสตาโป 123  แล้วเขาก็นึกได้ว่านั่นเป็นชื่อที่ใช้ในเว็บบอร์ด...หรือที่ไหนก็ตามที่เพื่อนของเขาและเธอคนนี้ได้ทำความรู้จักกัน  เธอขยับเข็มกลัดลงยารูปกุหลาบสีแดงเข้ม  เหลียวซ้ายแลขวา  ยิ้มให้เขาอย่างประหม่า

                “คุณ...ไม่ค่อยเหมือนในรูปเลย”

                “อืม  เพราะหนวดเครามั้ง”  อาคมไถลไปได้

                “ค่ะ  คงอย่างนั้น”

                “คุณเป็นคนไทย...”

                “คุณรู้อยู่แล้วนี่  ทำไมดูประหลาดใจจังคะ?”  ฝ่ายหญิงหัวเราะคิก  เขินมากกว่าขำ

                “เปล่าครับ  เข้าใจเลือกที่นัด”  เขาเปลี่ยนเรื่อง

                “คุณต่างหากที่เป็นคนกำหนดสถานที่”

                “แล้วทำไมผมถึงเลือกที่นี่?”

                “เพราะมันเป็นฉากหนึ่งใน Paris je t’aime ตอนที่คุณชอบที่สุดไงคะ  ฉันจำได้หรอกน่า”

                อาคมไม่เคยดู Paris je t’aime  เคยได้ยินก็แต่ชื่อ  เขาเงยมองอาคารซึ่งดูแตกต่างหากกลมกลืนกับสิ่งก่อสร้างอื่นเบื้องหน้า  หญิงสาวชาวไทยนาม เกสตาโป 123 ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า  เธอกระตุกชายเสื้อเขาเบาๆ  ชวนให้เข้าไปภายใน

                เพียงแค่ย่างเท้าเข้าไป  ก็เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลก

                คนเยอะ

                หนุ่มไทยรับชาที่บริกรเสิร์ฟอย่างเงอะงะ  หญิงสาวชิงเป็นฝ่ายออกเงิน  เธอกระซิบบอกเขาว่าเพิ่งเคยเข้ามาเป็นครั้งแรก  แต่ถึงอย่างนั้น  เธอก็ดูคล่องแคล่วไม่เคอะเขิน  ขัดกับบุคลิกซึ่งดูประหม่าอายอยู่เกือบตลอดเวลา

                “ยอดเลยนะคะ”  เธอกล่าวกับเขา  เป็นฝ่ายเดินนำสำรวจนั่นนี่  ใบหน้ารูปไข่ของเธอดูสดใสน่ารัก  โดยเฉพาะเมื่อประดับด้วยรอยยิ้ม

                เขาคันปากอยากถามเธอ  เหตุใดจึงใจกล้า  รับนัดคนแปลกหน้าไกลถึงปารีส

                “ฉันรู้สึกเหมือนเคยเห็นคุณที่ไหนมาก่อน”  เกสตาโป 123 กล่าว

                “เราคงเคยเดินสวนกัน”

                “ไม่มีทาง  ฉันมั่นใจ”

                “งั้นคงเพราะผมหน้าโหล”

                “แปลกนะคะ  ฉันรู้สึกคุ้นจริงๆ  ทั้งตัวคุณ...วิธีพูด...ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้ตอนคุยกันผ่าน...”  ปลายเสียงของเธอจมหายไปกับคำคอเนียนขาว

                “ผม...”  อาคมตั้งใจจบเรื่องตามที่เพื่อนไหว้วาน  ปฏิเสธเธอ  ทำให้มันจบๆ ไป  “...ก็คุ้นกับคุณเหมือนกัน”

                แต่เขากลับพูดออกไปอย่างที่คิด

                “นั่นสิคะ”

                “เชื่อเรื่องภพชาติไหม?”

                “เชื่อค่ะ  แต่คุณคงไม่บอกว่าเราเป็นเนื้อคู่กันตั้งแต่ชาติปางก่อนใช่ไหม?  คุณเคยบอกว่าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้”

                “ที่จริงแล้วผมเชื่อ”

                “สนใจไปเดินเลียบแม่น้ำกันไหมคะ?  ทำแบบในหนังไง”  หญิงสาวชวน  แต่ไม่รอคำตอบ

 

แม่น้ำแซนสวยกว่าในรูปถ่าย

                อาคมเดินเคียงเกสตาโป 123  ฟังเธอเล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่น้ำสายนี้และสถานที่สำคัญต่างๆ ในปารีส  อาการเขินอายของเธอเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกสนิทสนมซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

                เขาควรจะบอกปฏิเสธเธอ  ตัดจบ  แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทำ

                “อย่าว่าฉันเพี้ยนนะคะ  ฉันว่าเราต้องเคยเป็นอะไรกันมาก่อนแน่ๆ”  หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  แล้วหัวเราะเขินอีกครั้ง

                “ท่าจะเคยจริงๆ ด้วย”  อาคมยิ้ม  ก้มมองแตะสีสดของตนเอง  ความทรงจำเลือนรางไกลโพ้นโผล่ให้เห็นวับแวมจากหลังม่านบาง  จะเลิกม่านเพื่อมองให้ชัดก็ทำได้  แต่อาคมไม่คิดจะทำ  อะไรที่ผ่านแล้วก็ให้มันผ่านไป  ปัจจุบันควรเป็นตัวกำหนดอนาคต  ไม่ใช่อดีต

                “คนเราตายแล้วเกิดตั้งร้อยชาติพันชาติ  บังเอิญพบคู่เก่าจะแปลกอะไร”  เขาพูดอย่างอารมณ์ดี

            “โบราณเขาว่า  คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน  นะคะ  ถ้าจะคู่กันอีก...”

                “...ก็ให้มันเป็นไป”  เขาต่อให้  หัวเราะ  หากคิดในใจ  ถ้าเขาจะชอบเธอ  ซึ่งเขาเริ่มรู้สึกเช่นนั้นแล้ว  มันไม่ใช่เพราะอดีตเคยเป็น...หรือไม่เคยเป็นอะไรกัน  อาจมีผลบ้าง  แต่เหตุผลหลักเพราะตัวเธอที่เห็นอยู่เบื้องหน้า

                เกสตาโป 123  เป็นผู้หญิงที่ทำให้ อาคม ปราณชีพ รู้สึกว่า  การแต่งงานมีครอบครัวก็ไม่เลวร้ายเท่าไรนัก  แต่สมมติตัวเลือกมีแค่สอง  คือผู้หญิงคนนี้  กับผู้หญิงที่ครอบครัวสรรหาให้  เขาเลือกผู้หญิงคนนี้แน่นอน

                เขาและเธอหยุดยืนที่แผงหนังสือเก่าริมน้ำ  เธอก้มมอง  บนแผงซึ่งตั้งติดขอบกำแพงไม่ได้มีเพียงหนังสือ  ยังมีของเก่ากระจุกกระจิก  โปสการ์ด  และภาพถ่าย  เขาเอื้อมมือหยิบภาพเดียวกับเธอโดยไม่ตั้งใจ  เขาถอย  ส่วนเธอเสไปหยิบภาพอื่น

                เขามองภาพเธอซึ่งกำลังก้มดูภาพถ่ายทีละใบ  โคนผมของเธอเริ่มปรากฏสีที่แท้จริงบ้างแล้ว

                ใครบางคนกดชัตเตอร์  อาคมเหลียวมอง  ใครคนนั้นกลืนหายเข้าไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชียกลุ่มใหญ่

                เขาก้าวตาม  นึกอยากเห็นหน้าคนถ่ายขึ้นมาปุบปับ

                สุดท้ายก็ตามไม่ทัน

                เมื่อวนกลับมายังจุดเดิม  เกสตาโป 123 หายไปแล้ว  อาคมรีรออยู่พักหนึ่ง  สลับเดินเวียนหา  เมื่อไม่พบจึงตัดสินใจกลับไปรอหน้าสุเหร่า  จุดนัดพบแรกเริ่มของเขาและเธอ

 

ใบหน้าที่ไม่เคยคุ้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

                อาคม ปราณชีพ ยืนโดดเดี่ยวอยู่จุดเดิม  มองหาร่างประเปรียวในชุดขาว

                ร่างของเธอตัดผ่านสายตาในวินาทีที่เขาเกือบตัดใจ

                เธอผินหน้ามาทางเขาพอดี

                เขากำลังจะโบกมือให้  แต่แล้วชายคนหนึ่งก็พุ่งเข้าแทรกกลาง  บดบังร่างเพรียวของเธอเสียจากสายตาของเขา  ชายคนดังกล่าวถือกล้องอยู่ในมือ  สวมเสื้อยืดพิมพ์ข้อความ  ‘I love, therefore I am’ ที่หลัง

                “คุณคือเกสตาโป 123 ใช่ไหมครับ?”  ในระยะห่างเพียงเท่านั้น  อาคมได้ยินสิ่งที่ชายคนดังกล่าวพูดชัดเจน  เขาก็เป็นคนไทย  “ผมมาผิดเวลามาก  คิดว่าจะไม่ได้พบคุณเสียแล้ว”

                อาคมไม่อาจเห็นสีหน้าหญิงสาว  แต่เขาสามารถได้ยินเสียงชายคนดังกล่าวพูดต่อ

                “ผมเห็นคุณครั้งหนึ่งแล้วที่ริมน้ำ  แต่ไม่แน่ใจ...ไม่กล้าทัก  มันต้องเป็นพรหมลิขิตแน่ๆ”

                ใช่เลย  พรหมลิขิตแน่ๆ  อาคมหัวเราะกับตัวเอง  เงยมองฟ้า

                “ผม...ถ่ายรูปคุณไว้ด้วย”  ชายคนนั้นยังคงพูดต่อไปอย่างเขินอาย

                จากหางตา  อาคมเห็นหญิงอีกคนหนึ่งยืนกระสับกระส่ายอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขายืนนัก  เธอคงยืนอยู่นานแล้ว  แต่เขาเพิ่งสังเกตเห็น

                เธอสวมชุดขาว  กลัดดอกกุหลาบแดงดอกเล็กที่อกเสื้อด้านซ้าย...ดอกกุหลาบจริงๆ

                ดอกกุหลาบที่เหี่ยวจนคอเริ่มพับลง

                .

                .

                .

               

                อาคม ปราณชีพ อยู่ในปารีสนานกว่าที่ตั้งใจ

                เขาค้นพบว่า...ไม่ว่าอยู่มุมไหนของปารีสก็สามารถมองเห็นหอไอเฟล  แล้วหอไอเฟลก็ดันทำให้เขานึกถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  ทั้งที่หน้าตาไม่ได้เหมือนกันเลย

                ที่นี่  เขามีโอกาสได้ดู Paris je t’aime เป็นครั้งแรกในชีวิต

               

                และที่นี่  ในอนาคตอันใกล้

                เขาจะถูกผู้หญิงแปลกหน้าขโมยจูบเป็นครั้งแรกในชีวิตเช่นกัน

 

                บางครั้ง  พระพรหมก็มีอารมณ์ขัน...

 

...................................

EVE:  เอ๊ะ เอนทรี่นี้มันยังไงกัน?...ช่างเถอะ  แล้วอาคมก็โดดข้ามจากนิยายสยองขวัญมาอยู่ในนิยายอีกประเภทแทน~ฮ่า!  (อีฟว่า  ชีวิตคนเราจะเหมือนอยู่ในนิยายประเภทไหนก็แล้วแต่มุมมองของคนๆ นั้นน่ะนะคะ)
ผ่านไปสี่เอนทรี่แล้วก็ยังไม่ได้เขียนถึงอาคมแบบ “อาค๊ม อาคม” เลย  ส่วนเอนทรี่หน้าก็จะเป็นการเข้าบลอดเวนอย่างเป็นทางการของอาคมแล้ว  คงจะได้มีโอกาสเขียนถึงแม่หมอเอสเธอร์อย่างเต็มที่  และคงจะได้แสดงความเป็นอาคมมากกว่าเดิม  (ถ้าอีฟไม่ไหลไปซะก่อน  555+)
ปล. “ปารีส เฌอ แตม”  เป็นหนังที่อีฟรอดูเต็มๆ พร้อมกับเพื่อนอยู่ค่ะ  แต่วันว่างไม่ลงล็อคกันสักที  จนเวลาหง่อมเหงาอดคิดไม่ได้ว่า  หรือเราจะไม่มีโอกาสได้ดูพร้อมกันนะ?

Special Thanks

ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นในเอนทรี่ที่ผ่านมา  อ่านแล้วอุ๊นอุ่นล่ะ ฮึก *ไล่ซุกทุกคน*
ขอบคุณค่ะ TAT b 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อมยิ้มตั้งแต่ประโยคแรกจนจบประโยคสุดท้ายเลย ฮาๆ
ขำชื่อคุณเธอ ตอนแรกนึกว่าจะเป็นสายลับมาจากไหน นึกว่าอาคมจะไปวิ่งไล่ล่าอาชญากรข้ามชาติกันซะแล้ว

เนไม่มั่นใจว่าเข้าใจถูกไหมในช่วงท้ายๆ แต่มันดูเหมือนว่าอาคมยืนอยู่ในจุดที่มีการซ้อนทับของมิติเวลาเลยพี่ อา อา... ชอบจริงๆจังๆเลย เวลาอ่านอะไรที่ทิ้งให้คิดต่อแบบนี้ >[]<

สุดท้าย เลิฟอาคม และแม่อาคมด้วยจ้ะ จุ๊บๆ >3<

#1 By Aiden on 2009-10-13 20:06

สวมรอยย สวมรอยยยยย ดอกไม้เหี่ยวงั้นเหรอ..../รดน้ำ

อาคมเปลี่ยนแนวอ่า เอาแนวซกมกคืนมาาาาาาาาา /กัดคอ
เอาอาคมซกมกมาาาาาาาาาาาาาาาาาา //พี่แป๋มถีบขาคู่

ตอนสุดท้ายอ่านสองรอบ /วังเวง
อ่านแล้ว จะเก็บไปคิดต่อให้เองน่อ อาคมก็จะโดนตำรวจซิว
เข้าคุกปายยยยยยยย (ไม่ใช่ละ)

~~~ ชอบจัง จังหวะการเว้นช่วงแบบนี้ ชอบจางงงงงงงง
นางฟ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา~~ ชอบอะไรที่สั้นๆ
แต่สื่อความหมายแบบนี้จังเลยย /กอดดดด

นะจ๊ะ วินชี่~

#2 By Nye on 2009-10-13 21:03

หนุ่มผมมวยกลายเป็นฮิปปี้ผมยาว in ปารีส
ถึงจะสงสารหนูกุหลาบเหี่ยวแต่ก็ชอบความบังเอิญแบบนี้จัง

#3 By talalan on 2009-10-13 21:39

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile Hot! Hot!
อ่านไป Hot!ยิ้มไป Hot!ผมชอบครับ Hot!ป.ล.เรียนเจ้าของบล็อคอย่าลืมดูเเลสุขภาพของตัวเองบ้างนะขอรับ cry double wink wink surprised smile embarrassed question question question question question question question question
อา.. มาคนละฟิลกับอาคมคนเดิมเลยทีเดียว

เหมือนนั่งอ่านนิยายรักเลยค่ะ (ฮา)
ชอบชื่อเธอจริงๆ น่ารักมาก (อ่านกี่ทีก็ขำ orz)

จะรออาคมมาที่เมืองนะคะ 55555

#5 By Amina Eirwen on 2009-10-14 01:27

เมนต์ได้แล้วว้อย (ถ่อมาถึงมหา'ลัยเลยนะ!)

มีความรู้สึกว่าหง่อมเหงากว่าเดิมเมื่ออ่าน

ก็เพราะ "แม่" ของแม่หมอ ไม่มีกระทั่งใครให้นัดบอดน่ะเซ่ (/ล้มโต๊ะ)

ฤดูนี้มันอะไรกัน รอบตัวมีแต่คนอยากหาคู่ นิยายรักออกใหม่ การ์ตูนรัก มาเจออะไรแบบรักๆนี่อีก!!

ส่งใครมารักฉันที (บ่นไปนั่น จริงๆแล้วคืออิจฉาตัวละครอย่างน้อยก็ได้เพลินกับการเดินกับเพศตรงข้ามมั่ง)

ต้องเป็นเพราะรถไฟฟ้ามาหานะเธอแน่!!!

แต่ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะคะ แป๋มชอบตอนนี้มากๆ ไม่ใช่เพราะอาคม แต่ชอบการ "จบ" แบบนี้มากกว่า แอบขำว่ามันหักมุมแจ่มจริง ชอบอ่ะ ชอบหักมุม แต่อย่าหักมุมว่าอาคมเป็นเกย์ก็พอ (ฟ้าจะผ่า)

แม่หมอไม่ได้ขโมยจูบนะ!! (*-*) อาคมก็เป็นจุ๊บแรกเหมือนกัน!!!

(ไม่นับที่จุ๊บๆกับหมาแมว พี่ชาย ญาติ และคาปิบาร่า อ่อ น้องธรด้วย ยังไม่นับเป็นผู้ชายซะหน่อย จริงไหม?)

ลุคของอาคมก็....เป็นอาคมชะมัด อยู่ในนครหลวงแห่งแฟชั่นแต่ก็แต่งได้เป็นตัวของตัวเองเหลือเกิน (!?) Autumn กับอีแตะสีชมพูปิ๊งปั๊ง บรรเจิดจริง แม่เจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ยยยยย





***มองขึ้นไปเห็นนุกิ......อุ้มขึ้นมาแบบกระต่ายน้อย แล้วจุ๊บเบาๆ


แล้วเขวี้ยงลงไปในบ่อปิรันย่า


โลกสู่สันติ open-mounthed smile

#6 By Esther on 2009-10-14 08:33

อ่า่นแล้วบิดม้วนไปมา..cry

ถึงนี่จะไม่อาค๊ม อาคม แต่อ่านแล้วอมยิ้มแก้มตุ่ยดีออกค่ะ

#7 By akua on 2009-10-16 16:26

***มองขึ้นไปเห็นนุกิ......อุ้มขึ้นมาแบบกระต่ายน้อย แล้วจุ๊บเบาๆ


แล้วเขวี้ยงลงไปในบ่อปิรันย่า


โลกสู่สันติ
^
^
เยี่ยมไปเลยค่ะพี่แป๋ม ประเทษชาติต้องการคนอย่างคุณ เรารอให้ใครสักคนทำแบบนี้มานานแล้ว ( ฮา )

------------------

ตายแล้วอาคม....ได้ไปเดทกับอาคมแบบนี้มันน่าอิจฉาจังเลยน่อ... ทำไมพอยกเรื่องชาติภพมาคุยแล้ว มันดูโรแมนติก(!?)ขึ้นมาจังเลยน่อ อ่ะอ๊างงงงงงงงง ไปเดทกับหวานหน่อยค่ะ ไปเดทกับหวานสักครั้งเถอะพ่อคู้ณณณณณณณณ~~~

ปล.ตายแล้วพ่อหนุ่มเจ้าเสน่ห์ นั่นมันจูบแรกอย่างงั้นเร้ออออออออออออออ!?

#8 By KUN as [Harao+Rui+Komui] on 2009-10-19 22:25