กลยุทธ์หัวขโมย!
posted on 29 Jun 2009 12:10 by evebaกลยุทธ์หัวขโมย!
ขโมยในที่นี้หมายถึงพวกที่แฝงตัวเป็นลูกค้ามายืนซื้อของหน้าร้าน แล้วฉกไปเนียนๆ....
เอนทรี่นี้จะขอยกเรื่องจริงจากประสบการณ์มาพูดอีกเรื่องนะคะ (ไม่รู้จะขุดเอาอะไรมาหากินแล้ว ฮ่าๆ)
การยืนรับลูกค้าอยู่หลังตู้กระจกในห้องแอร์(ที่ดูเหมือนจะเป็นอาณาจักรของเรา)นี่...ใครบอกไม่เหนื่อยอีฟเถียงขาดใจ เวลามีลูกค้ามามุงดูเยอะๆ นี่เหนื่อยมาก และอันตรายมาก ต้องหูตาไวจริงๆ ถึงจะติดกล้องวงจรปิดก็ไม่ควรวางใจ โดยเฉพาะร้านที่ขายของมูลค่าสูง...หายไปสักชิ้นนี่ทั้งเจ็บตัวและเจ็บใจ
อย่างที่รู้ ลูกค้าคือพระเจ้า โดยเฉพาะเมื่อคุณค้าขายของที่ชิ้นเล็ก...มีราคาแพง...และไม่ใช่ปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต...แต่ใส่ออกงานแล้วโก้เก๋ดูดี คุณต้องพร้อมเอาใจลูกค้า และลูกค้าที่เงินหนามักจะเอาแต่ใจ ถ้าขอให้รอหรือมัววุ่นวายอยู่กับลูกค้ากลุ่มอื่น...ก็จะงอนเดินหนี บางรายว่าแม่ค้าหยิ่งอีกต่างหาก เวลาลูกค้าเข้ามาพร้อมๆ กันจึงเป็นเวลาที่เหนื่อยมาก เพราะต้องเอาใจให้ทั่วถึงทุกคน ใครชี้ชิ้นไหนก็ต้องหยิบส่งให้...
...แล้วบังเอิญว่าขโมยมันก็ไม่ได้มีป้ายแปะติดหน้าผากว่า ‘ขโมย’ เสียด้วย
เท่าที่สังเกต ลูกค้าที่ตั้งใจซื้อจริง มักจะทั้ง ‘ติ’ ทั้ง ‘ต่อ’ พวก ‘เขาชะโงก’ กับ ‘นางแล’ มักจะชื่นชมสินค้าอย่างเดียว
ส่วนหัวขโมย มีหลายลีลาเหลือเกิน แต่ก็มีพฤติกรรมไปในแนวทางเดียวกันพอให้จับสังเกตได้
ขอคัดเคสหลักๆ ที่เจอกับตัวมาเล่าสู่กันฟังนะคะ...
1. ทำให้มึน แล้วแอบหย่อนลงกระเป๋า
ขอดูของหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน ลองโน่นลองนี่ ไม่ยอมให้เก็บ เลือกตั้งแต่ตู้แรกยันตู้สุดท้าย จับของชิ้นใหญ่ ต่อราคา ขอให้เปิดดูทุน ‘คำสุดท้าย ได้เท่าไหร่?’ ด้วยความหน้ามืดอยากได้เงิน เราก็เปิดหาไปสิ สมุดบัญชงสมุดบัญชี รื้อกันกระจุย ระหว่างนั้น เขา/เธอ ผู้นี้ก็จะปฏิบัติการ เนียนปัดของตก หาทางก้มลงใต้ตู้ หย่อนชิ้นที่หมายตาลงกระเป๋า แล้วก็จ่ายเงินซื้อชิ้นที่ราคาไม่แรง ซื้อ...ให้เราตายใจ แล้วก็เดินออกจากร้านไปอย่างเนียนๆ
ตัวเราที่ต้องดูลูกค้าคนอื่นด้วย และมัวแต่พะวงกับของชิ้นใหญ่ๆ ก็ไม่ทันนึกถึงชิ้นที่ถูกเอาไป ยิ่งยืนอยู่หลังตู้กันหลายคน...มักจะพลาด เพราะนึกว่าอีกคนเก็บให้แล้ว
เราเคยพลาดมาแล้ว กรณีนี้ ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย ตอนเช็คของก่อนปิดร้านหัวใจจะวาย กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ หย่อนลงกระเป๋าช่วงที่เผลอ...เนียนๆ เลย
กรณีนี้ถือเป็นกรณียอดนิยมอันดับหนึ่ง และได้ผลเป็นอันดับหนึ่ง ยังไงก็ระวังกันด้วยนะคะ ทางที่ดีอย่าให้ลูกค้าดูของหลายชิ้นในเวลาเดียวกันเลย...ถ้าเลือกได้นะ
2. ส่งต่อ...
โดนไปแล้วเจ็บกระดองใจจริงๆ
ขโมยประเภทนี้มีสเต็ปแรกเหมือนกรณีที่หนึ่งเป๊ะๆ ต่างกันที่...
ในขณะที่เราหันไปรับลูกค้าอื่น ชั่วแวบเดียว เขา/เธอ จะส่งของต่อให้คนที่เดินโฉบเข้ามาแค่ ‘แวบเดียว’ เหมือนกัน คนที่รับต่อจะเข้ามาในร้านแป๊บเดียว...แป๊บเดียวจริงๆ แล้วเดินออกไปเลย พวกเราที่อยู่หลังตู้ ถึงเห็นก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนตอนทวงของคืนนั่นแหละ เขา/เธอจะยืนกรานว่า ‘คืนของไปแล้ว’ แถมถ้าจี้มากๆ ก็โวยวายลั่นร้าน เทของในกระเป๋าออกมากองบนหลังตู้ ท้าให้ค้นกันเดี๋ยวนั้น
...ของไม่ได้อยู่ที่เขา/เธอเสียแล้ว
เมื่อเหตุการดำเนินไปถึงขั้นนั้น ลูกค้าดีก็จะขยาดหนีหาย ไม่อยากอยู่ต่อ ลูกค้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็หาว่าทางร้านปรักปรำ มั่วซั่ว เสียสองเด้ง โดนขโมยด่าฟรีอีกต่างหาก
อยากจะจับให้ได้คาหนังคาเขาจริงเชียว คงสะใจพิลึก
3. กำ/โปะ/ทับ/ใส่ติดมือ
บางครั้งก็เข้ามามั่วตอนคนอยู่เยอะๆ บางครั้งก็เข้ามาตอนไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ ของที่จะขโมยมักเป็นของที่ เขา/เธอ ชี้เป็นชิ้นแรกๆ
เท่าที่สังเกตนะคะ ขโมยจะทำเป็นไม่สนใจของที่ตั้งใจจะขโมย แต่หันไปสนใจของชิ้นอื่นแทน ส่วนใหญ่จะเลือกของที่มีราคาสูง ดึงความสนใจของเราให้ไประวังชิ้นที่ว่าแทน ส่วนชิ้นที่หมายตาก็จะใส่ติดมือติดหูติดตัวติดฯลฯ/กำ/ใช้กระเป๋าทับ/ใช้ทิชชู่โปะ/และอื่นๆ ที่ทำให้เราไม่เห็นของชิ้นนั้น
หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ขอของคืนทันทีดีกว่า...เพื่อความปลอดภัย เพราะมีโอกาสสูงที่เราจะลืมทวงของชิ้นนั้นคืนมา...
ครั้งที่เจ็บใจมากคือครั้งที่ตัวเราไม่อยู่ที่ร้านตั้งแต่แรก แต่กลับมาเจอ คุณ***กำลังรับลูกค้า(ขโมย)รายที่ใช้เทคนิคนี้อยู่ เป็นลูกค้ารายเดียวที่อยู่ในร้านด้วย เราเห็นเป็นลูกค้ารายเดียวเลยไม่ค่อยระวัง ตอนเรามาถึง เห็นเธอขอดูของชิ้นหนึ่งอยู่ พอเธอคืนแล้วเดินออกไปเราก็โอเค จบ ที่ไหนได้...พอเช็คของ เช็คกล้อง ไอ๊หยา เธอสวมของติดมือไปด้วยชิ้นหนึ่ง สวมเดินออกไปได้โดยที่คุณ***ลืมสนิทไปแล้วว่าให้เธอลอง!
(ปล.รายนี้เห็นหน้าชัดมาก เงยมองกล้องพอดี มีสะดุ้งด้วยนะคะ...แต่จนบัดนี้ก็ยังจับไม่ได้)
4. สลับของ
ที่สุดแห่งความจงใจ ที่สุดแห่งความเมพ...
กล้องก็จับไม่ได้
.
.
.
ส่งของจริงให้ ได้กลับมาเป็นของเก๊!
ไม่รู้เลย ไม่รู้เลยจริงๆ จนกระทั่งผ่านไปหลายวัน มีลูกค้าคนอื่นขอดูของชิ้นนั้นอีกครั้งและขอให้ใช้เครื่องเทสต์...
อัศจรรย์ราวน้ำเค็มเปลี่ยนเป็นน้ำจืด...
ของจริง คัดมาขึ้นเรือน วัดหน้า ตีกล้อง ช่างน้ำหนัก ผ่านการเซอร์(...ติฟิเคชั่น)เรียบร้อย...ทำไมเทสต์ไม่ผ่านวะคะ!?
คือ...มันโดนเปลี่ยนไปแล้วเรียบร้อย สลับกับของเก๊ที่ทำมาเหมือนของจริงแบบลงทุนและจงใจจริงจริ๊ง! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...ขนาดน้ำหนักไม่ผิดมือเลย ให้ตายเถอะโรบิน
โปรดอย่าสงสัยว่าแค่นี้ดูไม่ออกหรือ...แยกไม่ออกหรือ...ว่าโดนเปลี่ยน... เวลาอยู่หน้าร้านวุ่นๆ รับของคืนแล้วก็จบค่ะ ไม่มีเวลาส่อง/เทสต์หรือพินิจพิจารณาอีกรอบทุกชิ้นหรอก ยิ่งเห็นอยู่ต่อหน้าต่อตา ส่งชิ้นนี้ให้ ได้คืนกลับมาหน้าตาเหมือนเดิม ก็ยิ่งไม่ระวัง
อา...ใครมันจะไปนึก orz
ได้แต่โอดครวญ พลาดแล้วกรูว...เปิดภาพวิดีโอก็ไม่รู้ว่าสับไปตอนไหน ไวขนาด...
.
.
.
คิดอยู่ว่าเอาเรื่องพวกนี้ลงบล็อกอาจกลายเป็นการชี้โพรงให้กระรอก แต่...ไม่หรอกมั้ง! มัวแต่กลัวก็ไม่ได้ทำอะไรกันพอดี...
จุดหลักๆ ก็คืออยากแชร์ประสบการณ์ ว่า...ไอ้เคสแบบนี้มันมีอยู่จริงๆ นะคะ ระวังตัวด้วย พ่อแม่พี่น้อง
ยุทธภพนี้กว้างใหญ่ไพศาล หัวขโมยมีอยู่ทั่วไป แต่ละสำนักก็มีเคล็ดวิชาไม่เหมือนกัน เราต้องระวังตัว ถ้าทำได้ก็เตือนๆ กัน จะได้ไม่พลาดท่าเสียทีให้พวกหัวขโมยง่ายๆ ค่ะ
(ว่าไป ดีไม่ดีหลายคนอาจจะเคยโดนฉกแบบวิจิตรพิสดารกว่าที่เราเจออีก orz)
ปล. ขอเป็นกำลังใจให้พ่อค้าแม่ค้าทุกท่านนะคะ ทั้งมือใหม่มือเก่า สู้ๆ นะคะ อย่าไปยอมแพ้พวกมิจฉาชีพ!
ปล.2 Altair จ๋า...อยากเล่นแบบไม่กระตุกง่ะ ไว้ PS3 ราคาตกอีกหน่อยจะซื้อเพื่อ Altair เลยนะ...ฮึก
/
บอกไว้อะเราว่าดีแล้วล่ะ เพราะเผื่ออนาคตใครขายของ
ก็จะได้ระแวดระวังได้
#1 By เอื้องอลิน จตุรดา shakri เทพหมี น้ำตาล on 2009-06-29 12:18