สป๊อคต้องตาย 10 - คำตัดสิน
posted on 26 May 2009 12:22 by eveba in Fiction
สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
10.
คำตัดสิน
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4196.2
การหาทางป้องกันหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เหมือนกัน พิจารณาทุกอย่างแล้ว สป๊อคหนึ่งน่าจะเลือกดาดฟ้าพัสดุเป็นที่ซ่อนแห่งที่สอง บริเวณนั้นกว้างใหญ่ขนาดสนามในมหาวิทยาลัย คนจะขึ้นไปเมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่เราก็ไม่เคยจำเป็นต้องใช้กระสวยอวกาศซึ่งเป็นยานขนส่งที่เร็วและดีมากนี้เลย ยิ่งกว่านั้นยานเล็กลำนี้ยังมีซอกมากมายให้หลบซ่อน พร้อมทั้งน้ำดื่มสำรองด้วย (หมอแม็คคอยบอกผมว่า สป๊อคคนหนึ่งสามารถกินคาร์โบไฮเดรตจากห้องอาหารของยานได้เพราะคาร์โบไฮเดรตไม่มีรูปโมเลกุลให้เลือก) และเรามียานแบบนี้ถึงหกลำ เราไม่สามารถถ่ายภาพภายในยานจากห้องบังคับการใหญ่ได้ นอกจากห้องควบคุมและระดับพลังงานสะสมของมัน แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดกับเรามาก่อนจนกระทั่งทุกอย่างสายเกินแก้ การมีสป๊อคเป็นศัตรูเป็นสถานการณ์อันตรายเหนือธรรมดา
จากการติดตามร่องรอยแสดงว่าสป๊อคหนึ่ง ถ้าเป็นเขาจริง กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังสิ่งที่เคยเป็นดาวออร์กาเนีย ด้วยเหตุผลที่เราได้แต่เดา เรื่องลึกลับอีกอย่างคือ สป๊อคหนึ่งจัดการปรับเครื่องยนต์ของกระสวยอวกาศให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ปในระยะเวลาสั้นขนาดนั้นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรเลย แต่สก๊อตเพียงแค่สงสัย สักวันหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเทคโนโลยีของสหพันธ์ แต่ภายใต้สถานการณ์นี้ผมตัดสินว่ามันเป็นเรื่องรองลงมา
“ผมรู้คำตอบแล้วครับกัปตัน” สก๊อตพูด
สก๊อตอยู่ในห้องของเคิร์กพร้อมด้วยหมอแม็คคอย และเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งที่เหลืออยู่ ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์ยังอยู่ในวงโคจรของดาวออร์กาเนียทางด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ของดาว จากบริเวณที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงนั้น ยานลำนี้ยังอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม แม้จะไม่มียานคลิงกอนลำใหม่ปรากฏตัวขึ้น แต่มันอาจโผล่มาเวลาใดก็ได้ โดยเฉพาะเวลานี้ เคิร์กคิดว่ายานต่อสู้ชั้นยอดลำนี้ตกอยู่ท่ามกลางศัตรู เอ็นเตอร์ไพร้ส์สามารถสู้กับศัตรูได้เต็มที่ แต่ไม่อาจประเมินผลที่ออกมาได้
กองบังคับการอวกาศไม่ติดต่อกลับมาเลยทั้งที่เป็นภาษาธุรกิจ หรือภาษารหัสอื่น
“คำตอบรึ? ปัญหาการปรับปรุงให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ป บันทึกไว้ด้วยสก๊อตตี้ เราได้ปลาตัวใหญ่มาทอดแล้วตอนนี้”
“แต่กัปตันครับ นั่นมันปัญหาเล็กน้อย ถึงแม้ผมยังแก้ไม่ได้ตอนนี้ก็ตาม คำตอบที่ผมพูด ผมหมายถึงว่าผมพอจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนียและคุณสป๊อคที่นี่
“คนละเรื่องกันจริงๆ เล่าไปเร็วๆ เข้า”
“ครับ กัปตัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย...”
“ผมก็ไม่เคยคิดอย่างนั้น พูดออกมาตรงๆ เลยซิ”
“ครับ อย่างน้อยคำตอบนี้ก็เกี่ยวพันกับเรื่องอื่นทั้งหมดตามที่คณะประชุมของผมตกลงกัน เริ่มต้นเลยนะครับ : ในความรู้สึกปกติ ถ้าคุณจะตกลงว่ามันเกี่ยวกับภาพกระจกเงาคุณก็ต้องหวังว่าจะมีกระจกเงาอยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงซึ่งหมอแม็คคอยได้พิสูจน์แล้ว และผมคิดว่าเราทุกคนต่างเห็นด้วยว่าร่างจำลองของสป๊อคเป็นภาพซ้อนกระจกเงาที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงระดับโมเลกุล”
น้ำเสียงของวิศวกรประจำยานค่อยๆ จางหายไป ทันใดนั้นเขาก็พูดภาษาอังกฤษด้วยเสียงสูงและเย็นชาต่อไป
“หลังจากผมได้รับรายงานจากหมอแม็คคอยเกี่ยวกับกรดอะมิโน ผมก็นึกถึงขั้นของรังสีลำดับต่อไป ผมสันนิษฐานว่าการเกิดภาพซ้อนจากกระจกเงาเกิดจากอนูพื้นฐานของอวกาศแห่งนั้น เวลาและพลังทำให้สสารเกิดขึ้น ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ มวลมนุษยชาติมีความสลับซับซ้อนแต่ตรงกัน นอกจากนั้นความคล้ายคลึงกัน ความถนัดของมือ ไม่ได้ถูกรักษาให้คงไว้ในระดับนั้น ที่จริงแล้วโครงสร้างที่ดีที่สุดของมวลมนุษย์ที่ต่างสืบทอดการถนัดขวาซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติ ถ้าไม่ใช่ยังงั้น ปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่น การหันไปทางเหนือเหมือนกันของแม่เหล็กทุกอันคงเป็นไปไม่ได้ และแม้แต่ปืนเฟเซอร์ของเราก็คงจะไม่ทำงาน”
“เราทั้งหมดรู้เรื่องนั้นแล้วสก๊อตตี้” เคิร์กพูดอย่างสุภาพ “ช่วยบอกซิว่าจะต้องทำยังไงกับปัญหาของเรา”
“ครับกัปตัน เริ่มเลยนะครับ ตัวแทนของเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของเราถูกส่งไปสู่ดาวออร์กาเนียในรูปสัญญาณตัวแทนวัตถุซึ่งประกอบจากอณูพื้นฐานซึ่งเอนเอียงไปทางลักษณะปกติถูกมั้ยครับ แต่เมื่อเราเปิดประตู เราพบทั้งร่างต้นแบบและร่างจำลองซึ่งเกิดจากอนูพื้นฐานที่เอนเอียงไปในลักษณะตรงกันข้าม สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง
ผมพบคำตอบเดียวเท่านั้นที่มีเหตุผลทางฟิสิกส์ สัญญาณของเราถูกส่งออกไปในรูปของแท็ชยอนส์ มันได้ไปกระทบกับบางสิ่งซึ่งเป็นเครื่องส่องแสงสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของแท็ชยอนส์ระหว่างทาง สัญญาณนั้นถูกส่งตรงกลับมายังยานของเราในรูปลำดับโครงสร้างที่ดีเหมือนแสงเรดาร์ การสะท้อนที่สมบูรณ์มาก จากนั้นเราก็สร้างมันขึ้นเป็นอณูนิวเคลียร์ปกติตามที่ระบบขนส่งใหม่ถูกจัดไว้ เคราะห์ร้ายจริงๆ
แต่กระจกเงานี้ควรเป็นอะไร มันต้องเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำแบบนี้กับดาวออร์กาเนีย เวลานี้เราก็พบว่าดาวออร์กาเนียถูกล้อมรอบหรือแทนที่ด้วยสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนฉากป้องกันหรือสนามพลังบางอย่าง ถ้านั่นไม่ใช่กระจกเงาของเขา เราจะเริ่มต้นหามันจากที่ว่างเปล่าที่ไหนอีก”
มันเป็นคำถามที่เล่นสำนวนชวนคิด
“ต่อไปซิสก๊อต ชัยชนะยังเป็นของคุณอยู่” เคิร์กพูด
“แต่ผมไม่ต้องการมากไปกว่านี้ครับกัปตัน เพราะแค่นี้ผมก็มีปัญหาพอแล้ว ผมไม่สามารถระบุได้ว่า ชาวออร์กาเนียนหรือชาวคลิงกอนกันแน่ที่หวังจะได้รับประโยชน์จากการครอบงำดาวพระเคราะห์ดวงนั้นไว้ด้วยเครื่องสะท้อนแสงแท็ชยอนส์ ดังนั้นผมขอผ่านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปให้หมอแม็คคอยและคุณสป๊อค และขออนุญาตกัปตันจบเรื่องของผมแค่นี้ครับ”
“ใครจะเริ่มก่อนดีล่ะ?” เคิร์กถามขึ้น ทั้งๆ ที่ตึงเครียดกับปัญหานี้ เขายังอดไม่ได้ที่จะขบขันไปด้วย
“ผมขอพูดก่อน จิม” แม็คคอยพูด “ให้ตายซิ ผมรู้เรื่องแท็ชยอนส์น้อยกว่าสก๊อตรู้เรื่องโลหิตขาวซึ่งมีอยู่หลายนิวเคลียส หลายรูปเสียอีก แต่ผมเป็นนักจิตวิทยา และสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตพบจากสภาวะปัจจุบันของดาวออร์กาเนีย ก็คือ มันมีผลต่อจิตใจของทุกคนบนเอ็นเตอร์ไพร้ส์อย่างรุนแรงและผิดกว่าเคย มันไม่ยอมรับเราทางอารมณ์เหมือนบุคคลที่มีสติสำนึกอยู่ทุกเวลา แน่ใจได้ว่ามันสะท้อนอนูพื้นฐานที่สก๊อตส่งไปกลับคืนมา”
“อย่ามั่นใจว่าอีเล็คตรอนไม่รู้จักคิดนะ” สก๊อคพูดขัดขึ้น
“เดี๋ยวซิ สก๊อตตี้ ผมกำลังจะพูดเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน คุณให้เวลาผมบ้างซิ อย่างแรกนะ เราเชื่อว่าดาวออร์กาเนียไม่ต้องการผู้มาเยี่ยมเยียนด้วยเหตุผลบางประการและปล่อยให้ทุกคนที่เข้ามาใกล้รู้ความต้องการของเขา โดยไม่ต้องบอกด้วยคำพูด สมมติว่ายังเชื่ออย่างนั้นอยู่ ถ้าเช่นนั้นอะไรมาก่อน ไก่หรือไข่? อะไรคือมูลเหตุทางจิตวิทยาสำหรับฉากป้องกันนั้น ถ้ามันเพียงแค่ผลักแท็ชยอนส์กลับมา ผลทางอารมณ์อาจเกิดจากอุบัติเหตุ แต่ถ้ามันไม่ยอมรับมนุษย์แล้ว การสะท้อนกลับของแท็ชยอนส์อาจเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือผลรองลงมา
ทั้งหมดนี้ทำให้ผมคิดว่า แม้เราในฐานะมนุษย์จะรู้อนูพื้นฐานของสสารและพลังงาน รู้หลักของแรงโน้มถ่วง และตามที่สก๊อตบอก ผมยังเคยพิสูจน์สิ่งที่เรียกว่า โครนอน ซึ่งเป็นเสี้ยวเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของเวลาสามารถแบ่งย่อยลงได้อีก แต่เรายังไม่รู้หน่วยพื้นฐานของความมีสติ เราไม่รู้ถึงความเร้วของความคิด”
“เราไม่รู้รึ?” เคิร์กถามย้ำ
“ไม่รู้หรอกจิม เรารู้ความเร็วของระบบประสาทที่กระตุ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ความคิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูก็ได้ คุณคิดดูซิว่าพวกเขาแต่ละคนสามารถระลึกถึงความทรงจำในวัยเด็กหลังจากผ่านมาหลายๆ ปีแล้วได้ยังไง มันเป็นตัวอย่างตามธรรมชาติ ถ้ามีอณูพื้นฐานหรือคลื่นของความคิดซึ่งเร็วกว่าแสงเหมือนแท็ชยอนส์”
“แน่นอน ผมยังสงสัยเกี่ยวกับปัญหาสติสัมปชัญญะที่สัมพันธ์กับการทำงานของระบบขนส่ง ซึ่งสร้างเรื่องยุ่งเหยิงทั้งหมดนี้ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มแรกเลย ผมเริ่มรู้สึกว่ามันมีเหตุผลเข้าเค้า แต่ยังมีปัญหาทางตรรกะอีกอย่างที่ทำให้ผมจนปัญญา และผมต้องหันไปให้สป๊อคสองช่วยแล้ว”
“พวกคุณทุกคนทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่มีหัวอยู่บนบ่าแล้วนะ!” เคิร์กพูดอย่างเสียใจ “และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย คุณสป๊อคสอง เชิญเข้าร่วมวงเลย”
“ครับ” สป๊อคสองพูดอย่างเป็นพิธี “ผมไม่สามารถพูดถึงความซับซ้อนนี้เหมือนปัญหาทั่วไปแบบตรรกะ หรือปัญหาในแง่ทฤษฎี หรือในแง่ของแคลคูลัสได้ เพราะพื้นฐานส่วนมากของมันมาจากการเดา แม้จะมีตัวอย่างตามทฤษฎีที่หมอแม็คคอยและคุณสก๊อตสร้างขึ้นรวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังมีปัญหาทางตรรกะอยู่คือ ใครได้รับผลประโยชน์จากเกราะความคิดรอบดาวออร์กาเนีย ไม่มีใครสักคนในพวกเราสามารถเดาได้ว่าทำไมชาวออร์กาเนียนจึงต้องการเกราะกำบังแบบนั้น หรือว่าการเดาไม่มีประโยชน์ เพราะชาวคลิงกอนน่าจะได้รับประโยชน์มากกว่า ฉากกำบังนั้นอาจกักขังชาวออร์กาเนียนผู้ซึ่งไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามพลังความคิดที่มีต่อดาวเคราะห์ของตนเอง และป้องกันไม่ให้พวกเขารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างนอก อีกอย่างหนึ่ง มันกำจัดไม่ให้ภายนอกเห็นหรือติดต่อกับดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ สนามพลังที่เราพบนี้ผลักดันตามความรู้สึก....”
“ผมว่าทั้งหมดเป็นการขู่ให้ตกใจกลัว” แม็คคอยพูดเสริมขึ้น
“....และคอยเฝ้าป้องกันจิตจากการคิดเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับดาวออร์กาเนีย นอกจากดาวเคราะห์ดวงนั้นดับสูญไปแล้ว” สป๊อคสองเล่าต่อไปเรื่อยๆ “มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเกราะกำบังนั้นถูกสร้างขึ้นโดยพวกคลิงกอน น่าเชื่อว่ามันเป็นอาวุธชนิดใหม่ของชาวคลิงกอน แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้เดี๋ยวนี้ มันเป็นการค้นพบที่ทำให้เขากล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อสงครามก่อน เรื่องนี้คงอธิบายได้ว่าทำไมเราจึงพบยานลาดตระเวนขนาดต่างๆ ของคลิงกอนประจำอยู่ใกล้ๆ ที่นี่ พวกนั้นไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาสืบสาวสถานการณ์นี้ หรือแม้แต่รู้ว่าทำไมมันถึงสำคัญต่อพวกเขา อาวุธชนิดนี้ไม่สามารถควบคุมได้ง่ายๆ แต่ก็ให้ผลมหาศาล พูดง่ายๆ ก็คือพวกเขาคงจะใช้มันในการต่อสู้กับยานของเราและแสวงหาผลประโยชน์ทางยุทธวิธี
แต่มันก็อาจควบคุมได้ดีพอที่จะสร้างฉากป้องกันแบบเดียวกันขึ้นรอบโลกได้ถ้าชาวคลิงกอนสามารถเข้าไปใกล้โลกพอหรืออาจะเป็นดาววัลแคน หรือทั้งสองดวงเลยก็ได้ เราไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงถ้าต้องอาศัยอยู่ภายใต้เกราะกำลังอย่างนั้น แต่จากกฎการกลับกันของสี่เหลี่ยม แสดงว่าผลต่างๆ น่าจะรุนแรงกว่าผลที่เราพบจากภายนอก ถ้าชาวคลิงกอนทำสำเร็จเขาจะนะสงครามและอาจลดจำนวนมนุษยชาติ และหรือเผ่าพันธุ์วัลแคนลง พร้อมทั้งให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่อย่างผู้แพ้หรือทาสก็ได้”
ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปตามคำกล่าวของสป๊อคสอง ทุกอย่างคงน่าหวาดกลัว
เคิร์กพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียด “ผมไม่คิดว่ากองบังคับการจะยอมให้พวกนั้นเข้าใกล้โลก แต่วัลแคนอาจไม่ต้านทานการรุกได้ดีพอ เอาละ เราจัดการยานสงครามของคลิงกอนได้ห้าลำ หนึ่งในนั้นเป็นยานลาดตระเวนบังคับการ และก็เป็นไปตามที่เราหวังกันไว้แต่แรก พวกนั้นคงแค้นใจมากที่พวกเราสามารถจัดการกับนายทหารชั้นยอดของเขาได้ โดยเฉพาะถ้าหากเรารีบออกจากวงโคจรของออร์กาเนียก่อนกำลังสนับสนุนมาถึง แต่ผมไม่ต้องการหนี เราควรจะเข้าไปหาตัวการของเรื่องเพราะเราอยู่ใกล้มันและอาจแก้ไขได้ทัน ใช่มั้ย?”
“ผมคิดว่าเราทำได้ครับกัปตัน” สก๊อตพูด “เกราะนั้นสะท้อนแท็ชยอนส์กลับมา ผมคิดว่ามันคงสะท้อนกลับเฉพาะแท็ชยอนส์เพียงอย่างเดียว ขณะนี้เราอยู่ภายในระยะขนส่งปกติของออร์กาเนีย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ระบบแท็ชยอนส์อีกแล้ว เราสามารถลงไปที่นั่นด้วยลำแสงได้เลย แล้วค้นหาชาวออร์กาเนียนให้ผม บอกให้เขารู้ว่ากำลังเกิดอะไรบ้างนับตั้งแต่พวกคลิงกอนจัดการปิดหูปิดตาพวกเขาแล้ว”
“อย่างนั้นดีแล้ว พวกเขายังถูกกักขังอยู่ใต้เกราะนั้นรึ?” แม็คคอยถาม “พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยการขนส่งได้ ผมอยากบอกว่าเป็นโชคดีของพวกเขาด้วยซ้ำไป”
“โอ้โฮ หมอ แต่ตอนนี้การเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอน่าสงสาร และรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นอย่างผม กัปตัน และอาจรวมทั้งตัวคุณด้วยก็เป็นประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น เราจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรช่วยเราคลี่คลายเรื่องนี้ด้วย เรารู้แล้วว่าจะทำและใช้มันยังไง ถ้าผมอยู่ภายใต้เกราะนั่นและต้องการความช่วยเหลือผมอาจต้องหาที่ตั้งของเครื่องมือคลิงกอนที่สร้างเกราะนั้นขึ้นมาและหาทางให้มันไม่ทำงาน หรือถ้าผมทำไม่ได้ผลอาจสร้างเครื่องมือของผมขึ้นมาเองเพื่อทำลายเกราะนั้นเสีย นั่นเป็นสิ่งซึ่งชาวออร์กาเนียนอาจไม่สามารถทำได้ หรือได้ทำมานานแล้วก็ได้”
“คุณแน่ใจว่าคุณทำได้รึสก๊อตตี้?”
“เปล่าครับกัปตัน ผมไม่แน่ใจ แต่ผมจะพยายามเสี่ยงดู”
“นั่นก็พอแล้วสำหรับผม” เคิร์กพูด “เราจะโคจรอยู่รอบดาวออร์กาเนีย และควบคุมผลกระทบทางอารมณ์เหล่านั้นอย่างดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ ผมจะให้อูฮูร่าเตือนลูกเรือทุกคนและหมอแม็คคอยจะเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือทางจิตถ้าใครต้องการ คุณสป๊อคสอง คุณจะลงไปที่นั่นกับผมและคุณสก๊อต อ้อ คอยเดี๋ยว เรายังไม่แน่ใจเลยว่าสป๊อคหนึ่งไม่ได้อยู่บนเอ็นเตอร์ไพร้ส์แล้ว ผมไม่อยากปล่อยที่นี่ไว้ให้เป็นที่ทำงานอย่างดีของเขา”
“ผมรับรองได้ครับกัปตัน” สป๊อคสองพูด “ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่เขาอยู่ไกลจากเอ็นเตอร์ไพร้ส์พอดู อย่างน้อยก็สองหน่วยดาราศาสตร์”
“คุณรู้ได้ยังไงกัน?”
“ผมเสียใจครับกัปตัน แต่ธรรมชาติของความรู้ทำให้ผมบอกคุณอย่างนั้น อย่างไรก็ตามผมแน่ใจในสิ่งที่ผมบอกคุณ”
เคิร์กกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาอีก แต่เขาเก็บเงียบเอาไว้ เวลานี้หลักฐานเข้าข้างสป๊อคสองมากมาย เคิร์กต้องเก็บสิ่งเล็กสิ่งน้อยเหล่านี้ไว้ตามลำพัง
“ดีแล้ว ถ้างั้นปัญหาขณะนี้ของเราก็คือ ต่อสู้กับผลจากเกราะนั่นให้ได้นานพอที่เราสามคนจะหาที่อยู่ชาวออร์กาเนียนและเครื่องมือของคลิงกอนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นผิวได้ พร้อมทั้งให้คุณสก๊อตทดลองใช้เทคนิคอะไรที่เขาต้องการทำลายเกราะนั้นลงก่อนที่กำลังสนับสนุนของคลิงกอนจะมาถึง หรือสป๊อคหนึ่งสามารถปฏิบัติตามแผนการในใจของเราได้สำเร็จ ทุกคนพอใจแล้วหรือยัง?”
เคิร์กพูดต่อแทบไม่ยอมหยุดหายใจ
“ถ้างั้นผมจะสั่งคุณซูลูด้วย เป็นคำสั่งเดียวกับที่ผมสั่งระหว่างการสำรวจออร์กาเนียครั้งแรก เขามีหน้าที่โดยตรงกับยาน ไม่ใช่กับพวกเรา และถ้าฝูงยานคลิงกอนมาอยู่ในบริเวณนี้ เขาต้องทิ้งเราและรักษาเอ็นเตอร์ไพร้ส์ให้ปลอดภัยกลับไปกองบังคับการ เราจะต้องปฏิบัติอย่างเร็วมาก”
“กัปตันครับ” สป๊อคสองพูด “มีความยุ่งยากมากกว่านั้น”
“อะไรอีกล่ะ?”
“ผมหมายถึงผลทางอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตภายใต้เกราะนั่นอาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่เราพบข้างนอกนี่ ไม่แน่ว่าพวกเราคนไหนจะสามารถทำงานภายใต้สถานการณ์นั้นได้ เราอาจไม่สามารถรักษาสติของเราไว้ได้”
“ผมเข้าใจดี นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องการให้คุณไปกับผม ว่าไปแล้วคุณกับผมเท่านั้นที่รู้จักชาวออร์กาเนียนบางคนเป็นการส่วนตัว จิตใจวัลแคนครึ่งหนึ่งของคุณอาจต้านทานแรงกดดันได้นานพอที่จะปฏิบัติทุกอย่างได้เรียบร้อย และทั้งคุณสก๊อตและผมไม่อาจทนทานความตึงเครียดได้ ดังนั้นคำสั่งสำหรับคุณซูลู ถ้าเราสามคนไม่รอดชีวิตจากออร์กาเนีย ไม่ต้องบ้าเสียสละเข้ามาช่วยชีวิต....”
“เรียกกัปตันเคิร์ก” เสียงอูฮูร่าดังผ่านเครื่องติดต่อ
“ในห้องพัก เรือโท มีอะไรว่าไป”
“ค่ะ เราได้รับคำตอบจากกองบังคับการอวกาศแล้ว เราได้รับคำส่งให้คุมตัวเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งทั้งสองคนไว้จนกว่าคณะผู้เชี่ยวชาญทางโลกจะได้ศึกษาเขาแล้ว ในระหว่างนี้เราต้องพยายามกลับไปร่วมกับกองบัญชาการ การสร้างความเสียหายให้แก่อาณาจักรคลิงกอนให้มากที่สุดระหว่างทางตามที่คุณคิดเกี่ยวพันถึงการไปรอดของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย”
มันเป็นคำสั่งที่ดีมาก ปล่อยงานคั่งค้างมากมายอย่างนั้นไว้ให้เคิร์ก เขาเบื่อที่จะฟังคำสั่งทำนองนี้เต็มที แต่คำสั่งก็คือคำสั่งไม่ใช่หรือ?
“เรือโท อูฮูร่า ตอบมาด้วยรหัสไหน?”
“ยูริชค่ะ ภาษายูริชแท้ๆ เลย”
“คุณมั่นใจในการถอดรหัสของคุณในระดับไหน?”
“ดินฉันไม่สามารถประเมินแน่นอนได้ขนาดนั้นหรอกค่ะกัปตัน แต่ดินฉันเดาว่าการแปลความหมายโครงสร้างผิวของดิฉันมีโอกาสถูกต้องถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นตื เชื่อว่าคงไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในการสื่อสาร”
“ผมยังไม่พอใจ ผมไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนกว่าผมจะแน่ใจได้เต็มที่ว่า คุณรู้จริงๆ ว่ากำลังนั้นว่าอะไรแน่ คุณเข้าใจมั้ยเรือโท?”
“ดิฉันคิดว่าเข้าใจค่ะ กัปตัน” อูฮูร่าพูดพร้อมทั้งหัวเราะหึๆ “ดิฉันได้รับข่าวที่ไม่แน่นอน ยุติการติดต่อค่ะ”
เคิร์กยุติการติดต่อ.... “เอาล่ะ สก๊อตตี้ ซ่อมระบบขนส่งของคุณ จัดการเครื่องมือของคุณให้เรียบร้อยพร้อมจะเดินทาง”
วิศวกรของยานพยักหน้าแล้วออกไป เคิร์กพูดต่อ “หมอ เตรียมอะไรที่คิดว่าจะช่วยลดผลกระทบของเกราะนั่นให้เราได้บ้าง ผมคิดว่าคุณคงปลอดภัยแล้วถ้าจะสร้างสิ่งนั้นในห้องทดลองของคุณ และนำมันกลับมาที่นี่ แต่แน่ใจได้ว่าคุณจะได้รับบันทึกภาพของมันขณะที่มันแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าของคุณ”
“ตกลง จิม”
หมอออกไปอีกคน เหลือเพียงเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งกับเคิร์กเท่านั้น เคิร์กมองดูเขาอย่างแปลกใจ
“ผมคิดว่าคำสั่งของผมชัดเจนแล้ว ถ่ายทอดคำสั่งแก่คุณซูลู และเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเดินทางทันทีที่คุณสก๊อตแก้ไขระบบขนส่งเสร็จ”
“ชัดเจนมากครับกัปตัน” แต่เจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งยังรีรออยู่ “ผมอยากถามว่าทำไมคุณถึงยังเรียกผมว่าสป๊อคสองอยู่ครับ คุณยังสงสัยเกี่ยวกับตัวผมอยู่รึ ข้อสงสัยนั้นคงจะหมดไประหว่างปฏิบัติการของเราบนดาวออร์กาเนียที่จะมาถึง”
“ผมไม่สงสัยอะไรแล้ว” เคิร์กพูดอย่างสุภาพ “แต่ยังมีสป๊อคอีกคนหรือสป๊อคตัวปลอมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง นอกจากนั้นเขายังสวมแหวนของผมที่ผมจะไม่ให้มนุษย์คนอื่นอีก ตราบเท่าที่มนุษย์คนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะต้องให้หมายเลขกับคุณสองคนเพื่อที่จะเตือนตัวเองว่าปัญหาของสป๊อคสองคนยังไม่ได้แก้ไขให้เรียบร้อย และตราบเท่าที่เรายังไม่รู้ว่าสป๊อคหนึ่งตั้งใจทำอะไร เรายังคงยืนอยู่ในเงามืดของความไม่รู้ต่อไป”
“ผมเข้าใจ” สป๊อคสองพูด “เครื่องย้ำความจำที่มีประโยชน์
สีหน้าและน้ำเสียงของเขาไม่แสดงความรู้สึกอะไรเช่นเคย แต่บางอย่างบอกเคิร์กว่าเขารู้สึกพอใจเล็กน้อย
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
10.
คำตัดสิน
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4196.2
การหาทางป้องกันหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เหมือนกัน พิจารณาทุกอย่างแล้ว สป๊อคหนึ่งน่าจะเลือกดาดฟ้าพัสดุเป็นที่ซ่อนแห่งที่สอง บริเวณนั้นกว้างใหญ่ขนาดสนามในมหาวิทยาลัย คนจะขึ้นไปเมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่เราก็ไม่เคยจำเป็นต้องใช้กระสวยอวกาศซึ่งเป็นยานขนส่งที่เร็วและดีมากนี้เลย ยิ่งกว่านั้นยานเล็กลำนี้ยังมีซอกมากมายให้หลบซ่อน พร้อมทั้งน้ำดื่มสำรองด้วย (หมอแม็คคอยบอกผมว่า สป๊อคคนหนึ่งสามารถกินคาร์โบไฮเดรตจากห้องอาหารของยานได้เพราะคาร์โบไฮเดรตไม่มีรูปโมเลกุลให้เลือก) และเรามียานแบบนี้ถึงหกลำ เราไม่สามารถถ่ายภาพภายในยานจากห้องบังคับการใหญ่ได้ นอกจากห้องควบคุมและระดับพลังงานสะสมของมัน แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดกับเรามาก่อนจนกระทั่งทุกอย่างสายเกินแก้ การมีสป๊อคเป็นศัตรูเป็นสถานการณ์อันตรายเหนือธรรมดา
จากการติดตามร่องรอยแสดงว่าสป๊อคหนึ่ง ถ้าเป็นเขาจริง กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังสิ่งที่เคยเป็นดาวออร์กาเนีย ด้วยเหตุผลที่เราได้แต่เดา เรื่องลึกลับอีกอย่างคือ สป๊อคหนึ่งจัดการปรับเครื่องยนต์ของกระสวยอวกาศให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ปในระยะเวลาสั้นขนาดนั้นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรเลย แต่สก๊อตเพียงแค่สงสัย สักวันหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเทคโนโลยีของสหพันธ์ แต่ภายใต้สถานการณ์นี้ผมตัดสินว่ามันเป็นเรื่องรองลงมา
“ผมรู้คำตอบแล้วครับกัปตัน” สก๊อตพูด
สก๊อตอยู่ในห้องของเคิร์กพร้อมด้วยหมอแม็คคอย และเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งที่เหลืออยู่ ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์ยังอยู่ในวงโคจรของดาวออร์กาเนียทางด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ของดาว จากบริเวณที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงนั้น ยานลำนี้ยังอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม แม้จะไม่มียานคลิงกอนลำใหม่ปรากฏตัวขึ้น แต่มันอาจโผล่มาเวลาใดก็ได้ โดยเฉพาะเวลานี้ เคิร์กคิดว่ายานต่อสู้ชั้นยอดลำนี้ตกอยู่ท่ามกลางศัตรู เอ็นเตอร์ไพร้ส์สามารถสู้กับศัตรูได้เต็มที่ แต่ไม่อาจประเมินผลที่ออกมาได้
กองบังคับการอวกาศไม่ติดต่อกลับมาเลยทั้งที่เป็นภาษาธุรกิจ หรือภาษารหัสอื่น
“คำตอบรึ? ปัญหาการปรับปรุงให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ป บันทึกไว้ด้วยสก๊อตตี้ เราได้ปลาตัวใหญ่มาทอดแล้วตอนนี้”
“แต่กัปตันครับ นั่นมันปัญหาเล็กน้อย ถึงแม้ผมยังแก้ไม่ได้ตอนนี้ก็ตาม คำตอบที่ผมพูด ผมหมายถึงว่าผมพอจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนียและคุณสป๊อคที่นี่
“คนละเรื่องกันจริงๆ เล่าไปเร็วๆ เข้า”
“ครับ กัปตัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย...”
“ผมก็ไม่เคยคิดอย่างนั้น พูดออกมาตรงๆ เลยซิ”
“ครับ อย่างน้อยคำตอบนี้ก็เกี่ยวพันกับเรื่องอื่นทั้งหมดตามที่คณะประชุมของผมตกลงกัน เริ่มต้นเลยนะครับ : ในความรู้สึกปกติ ถ้าคุณจะตกลงว่ามันเกี่ยวกับภาพกระจกเงาคุณก็ต้องหวังว่าจะมีกระจกเงาอยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงซึ่งหมอแม็คคอยได้พิสูจน์แล้ว และผมคิดว่าเราทุกคนต่างเห็นด้วยว่าร่างจำลองของสป๊อคเป็นภาพซ้อนกระจกเงาที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงระดับโมเลกุล”
น้ำเสียงของวิศวกรประจำยานค่อยๆ จางหายไป ทันใดนั้นเขาก็พูดภาษาอังกฤษด้วยเสียงสูงและเย็นชาต่อไป
“หลังจากผมได้รับรายงานจากหมอแม็คคอยเกี่ยวกับกรดอะมิโน ผมก็นึกถึงขั้นของรังสีลำดับต่อไป ผมสันนิษฐานว่าการเกิดภาพซ้อนจากกระจกเงาเกิดจากอนูพื้นฐานของอวกาศแห่งนั้น เวลาและพลังทำให้สสารเกิดขึ้น ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ มวลมนุษยชาติมีความสลับซับซ้อนแต่ตรงกัน นอกจากนั้นความคล้ายคลึงกัน ความถนัดของมือ ไม่ได้ถูกรักษาให้คงไว้ในระดับนั้น ที่จริงแล้วโครงสร้างที่ดีที่สุดของมวลมนุษย์ที่ต่างสืบทอดการถนัดขวาซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติ ถ้าไม่ใช่ยังงั้น ปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่น การหันไปทางเหนือเหมือนกันของแม่เหล็กทุกอันคงเป็นไปไม่ได้ และแม้แต่ปืนเฟเซอร์ของเราก็คงจะไม่ทำงาน”
“เราทั้งหมดรู้เรื่องนั้นแล้วสก๊อตตี้” เคิร์กพูดอย่างสุภาพ “ช่วยบอกซิว่าจะต้องทำยังไงกับปัญหาของเรา”
“ครับกัปตัน เริ่มเลยนะครับ ตัวแทนของเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของเราถูกส่งไปสู่ดาวออร์กาเนียในรูปสัญญาณตัวแทนวัตถุซึ่งประกอบจากอณูพื้นฐานซึ่งเอนเอียงไปทางลักษณะปกติถูกมั้ยครับ แต่เมื่อเราเปิดประตู เราพบทั้งร่างต้นแบบและร่างจำลองซึ่งเกิดจากอนูพื้นฐานที่เอนเอียงไปในลักษณะตรงกันข้าม สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง
ผมพบคำตอบเดียวเท่านั้นที่มีเหตุผลทางฟิสิกส์ สัญญาณของเราถูกส่งออกไปในรูปของแท็ชยอนส์ มันได้ไปกระทบกับบางสิ่งซึ่งเป็นเครื่องส่องแสงสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของแท็ชยอนส์ระหว่างทาง สัญญาณนั้นถูกส่งตรงกลับมายังยานของเราในรูปลำดับโครงสร้างที่ดีเหมือนแสงเรดาร์ การสะท้อนที่สมบูรณ์มาก จากนั้นเราก็สร้างมันขึ้นเป็นอณูนิวเคลียร์ปกติตามที่ระบบขนส่งใหม่ถูกจัดไว้ เคราะห์ร้ายจริงๆ
แต่กระจกเงานี้ควรเป็นอะไร มันต้องเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำแบบนี้กับดาวออร์กาเนีย เวลานี้เราก็พบว่าดาวออร์กาเนียถูกล้อมรอบหรือแทนที่ด้วยสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนฉากป้องกันหรือสนามพลังบางอย่าง ถ้านั่นไม่ใช่กระจกเงาของเขา เราจะเริ่มต้นหามันจากที่ว่างเปล่าที่ไหนอีก”
มันเป็นคำถามที่เล่นสำนวนชวนคิด
“ต่อไปซิสก๊อต ชัยชนะยังเป็นของคุณอยู่” เคิร์กพูด
“แต่ผมไม่ต้องการมากไปกว่านี้ครับกัปตัน เพราะแค่นี้ผมก็มีปัญหาพอแล้ว ผมไม่สามารถระบุได้ว่า ชาวออร์กาเนียนหรือชาวคลิงกอนกันแน่ที่หวังจะได้รับประโยชน์จากการครอบงำดาวพระเคราะห์ดวงนั้นไว้ด้วยเครื่องสะท้อนแสงแท็ชยอนส์ ดังนั้นผมขอผ่านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปให้หมอแม็คคอยและคุณสป๊อค และขออนุญาตกัปตันจบเรื่องของผมแค่นี้ครับ”
“ใครจะเริ่มก่อนดีล่ะ?” เคิร์กถามขึ้น ทั้งๆ ที่ตึงเครียดกับปัญหานี้ เขายังอดไม่ได้ที่จะขบขันไปด้วย
“ผมขอพูดก่อน จิม” แม็คคอยพูด “ให้ตายซิ ผมรู้เรื่องแท็ชยอนส์น้อยกว่าสก๊อตรู้เรื่องโลหิตขาวซึ่งมีอยู่หลายนิวเคลียส หลายรูปเสียอีก แต่ผมเป็นนักจิตวิทยา และสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตพบจากสภาวะปัจจุบันของดาวออร์กาเนีย ก็คือ มันมีผลต่อจิตใจของทุกคนบนเอ็นเตอร์ไพร้ส์อย่างรุนแรงและผิดกว่าเคย มันไม่ยอมรับเราทางอารมณ์เหมือนบุคคลที่มีสติสำนึกอยู่ทุกเวลา แน่ใจได้ว่ามันสะท้อนอนูพื้นฐานที่สก๊อตส่งไปกลับคืนมา”
“อย่ามั่นใจว่าอีเล็คตรอนไม่รู้จักคิดนะ” สก๊อคพูดขัดขึ้น
“เดี๋ยวซิ สก๊อตตี้ ผมกำลังจะพูดเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน คุณให้เวลาผมบ้างซิ อย่างแรกนะ เราเชื่อว่าดาวออร์กาเนียไม่ต้องการผู้มาเยี่ยมเยียนด้วยเหตุผลบางประการและปล่อยให้ทุกคนที่เข้ามาใกล้รู้ความต้องการของเขา โดยไม่ต้องบอกด้วยคำพูด สมมติว่ายังเชื่ออย่างนั้นอยู่ ถ้าเช่นนั้นอะไรมาก่อน ไก่หรือไข่? อะไรคือมูลเหตุทางจิตวิทยาสำหรับฉากป้องกันนั้น ถ้ามันเพียงแค่ผลักแท็ชยอนส์กลับมา ผลทางอารมณ์อาจเกิดจากอุบัติเหตุ แต่ถ้ามันไม่ยอมรับมนุษย์แล้ว การสะท้อนกลับของแท็ชยอนส์อาจเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือผลรองลงมา
ทั้งหมดนี้ทำให้ผมคิดว่า แม้เราในฐานะมนุษย์จะรู้อนูพื้นฐานของสสารและพลังงาน รู้หลักของแรงโน้มถ่วง และตามที่สก๊อตบอก ผมยังเคยพิสูจน์สิ่งที่เรียกว่า โครนอน ซึ่งเป็นเสี้ยวเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของเวลาสามารถแบ่งย่อยลงได้อีก แต่เรายังไม่รู้หน่วยพื้นฐานของความมีสติ เราไม่รู้ถึงความเร้วของความคิด”
“เราไม่รู้รึ?” เคิร์กถามย้ำ
“ไม่รู้หรอกจิม เรารู้ความเร็วของระบบประสาทที่กระตุ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ความคิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูก็ได้ คุณคิดดูซิว่าพวกเขาแต่ละคนสามารถระลึกถึงความทรงจำในวัยเด็กหลังจากผ่านมาหลายๆ ปีแล้วได้ยังไง มันเป็นตัวอย่างตามธรรมชาติ ถ้ามีอณูพื้นฐานหรือคลื่นของความคิดซึ่งเร็วกว่าแสงเหมือนแท็ชยอนส์”
“แน่นอน ผมยังสงสัยเกี่ยวกับปัญหาสติสัมปชัญญะที่สัมพันธ์กับการทำงานของระบบขนส่ง ซึ่งสร้างเรื่องยุ่งเหยิงทั้งหมดนี้ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มแรกเลย ผมเริ่มรู้สึกว่ามันมีเหตุผลเข้าเค้า แต่ยังมีปัญหาทางตรรกะอีกอย่างที่ทำให้ผมจนปัญญา และผมต้องหันไปให้สป๊อคสองช่วยแล้ว”
“พวกคุณทุกคนทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่มีหัวอยู่บนบ่าแล้วนะ!” เคิร์กพูดอย่างเสียใจ “และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย คุณสป๊อคสอง เชิญเข้าร่วมวงเลย”
“ครับ” สป๊อคสองพูดอย่างเป็นพิธี “ผมไม่สามารถพูดถึงความซับซ้อนนี้เหมือนปัญหาทั่วไปแบบตรรกะ หรือปัญหาในแง่ทฤษฎี หรือในแง่ของแคลคูลัสได้ เพราะพื้นฐานส่วนมากของมันมาจากการเดา แม้จะมีตัวอย่างตามทฤษฎีที่หมอแม็คคอยและคุณสก๊อตสร้างขึ้นรวมอยู่ด้วยก็ตาม แต่กระนั้นก็ยังมีปัญหาทางตรรกะอยู่คือ ใครได้รับผลประโยชน์จากเกราะความคิดรอบดาวออร์กาเนีย ไม่มีใครสักคนในพวกเราสามารถเดาได้ว่าทำไมชาวออร์กาเนียนจึงต้องการเกราะกำบังแบบนั้น หรือว่าการเดาไม่มีประโยชน์ เพราะชาวคลิงกอนน่าจะได้รับประโยชน์มากกว่า ฉากกำบังนั้นอาจกักขังชาวออร์กาเนียนผู้ซึ่งไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามพลังความคิดที่มีต่อดาวเคราะห์ของตนเอง และป้องกันไม่ให้พวกเขารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างนอก อีกอย่างหนึ่ง มันกำจัดไม่ให้ภายนอกเห็นหรือติดต่อกับดาวเคราะห์ดวงนั้นได้ สนามพลังที่เราพบนี้ผลักดันตามความรู้สึก....”
“ผมว่าทั้งหมดเป็นการขู่ให้ตกใจกลัว” แม็คคอยพูดเสริมขึ้น
“....และคอยเฝ้าป้องกันจิตจากการคิดเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับดาวออร์กาเนีย นอกจากดาวเคราะห์ดวงนั้นดับสูญไปแล้ว” สป๊อคสองเล่าต่อไปเรื่อยๆ “มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเกราะกำบังนั้นถูกสร้างขึ้นโดยพวกคลิงกอน น่าเชื่อว่ามันเป็นอาวุธชนิดใหม่ของชาวคลิงกอน แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้เดี๋ยวนี้ มันเป็นการค้นพบที่ทำให้เขากล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อสงครามก่อน เรื่องนี้คงอธิบายได้ว่าทำไมเราจึงพบยานลาดตระเวนขนาดต่างๆ ของคลิงกอนประจำอยู่ใกล้ๆ ที่นี่ พวกนั้นไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาสืบสาวสถานการณ์นี้ หรือแม้แต่รู้ว่าทำไมมันถึงสำคัญต่อพวกเขา อาวุธชนิดนี้ไม่สามารถควบคุมได้ง่ายๆ แต่ก็ให้ผลมหาศาล พูดง่ายๆ ก็คือพวกเขาคงจะใช้มันในการต่อสู้กับยานของเราและแสวงหาผลประโยชน์ทางยุทธวิธี
แต่มันก็อาจควบคุมได้ดีพอที่จะสร้างฉากป้องกันแบบเดียวกันขึ้นรอบโลกได้ถ้าชาวคลิงกอนสามารถเข้าไปใกล้โลกพอหรืออาจะเป็นดาววัลแคน หรือทั้งสองดวงเลยก็ได้ เราไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงถ้าต้องอาศัยอยู่ภายใต้เกราะกำลังอย่างนั้น แต่จากกฎการกลับกันของสี่เหลี่ยม แสดงว่าผลต่างๆ น่าจะรุนแรงกว่าผลที่เราพบจากภายนอก ถ้าชาวคลิงกอนทำสำเร็จเขาจะนะสงครามและอาจลดจำนวนมนุษยชาติ และหรือเผ่าพันธุ์วัลแคนลง พร้อมทั้งให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่อย่างผู้แพ้หรือทาสก็ได้”
ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปตามคำกล่าวของสป๊อคสอง ทุกอย่างคงน่าหวาดกลัว
เคิร์กพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียด “ผมไม่คิดว่ากองบังคับการจะยอมให้พวกนั้นเข้าใกล้โลก แต่วัลแคนอาจไม่ต้านทานการรุกได้ดีพอ เอาละ เราจัดการยานสงครามของคลิงกอนได้ห้าลำ หนึ่งในนั้นเป็นยานลาดตระเวนบังคับการ และก็เป็นไปตามที่เราหวังกันไว้แต่แรก พวกนั้นคงแค้นใจมากที่พวกเราสามารถจัดการกับนายทหารชั้นยอดของเขาได้ โดยเฉพาะถ้าหากเรารีบออกจากวงโคจรของออร์กาเนียก่อนกำลังสนับสนุนมาถึง แต่ผมไม่ต้องการหนี เราควรจะเข้าไปหาตัวการของเรื่องเพราะเราอยู่ใกล้มันและอาจแก้ไขได้ทัน ใช่มั้ย?”
“ผมคิดว่าเราทำได้ครับกัปตัน” สก๊อตพูด “เกราะนั้นสะท้อนแท็ชยอนส์กลับมา ผมคิดว่ามันคงสะท้อนกลับเฉพาะแท็ชยอนส์เพียงอย่างเดียว ขณะนี้เราอยู่ภายในระยะขนส่งปกติของออร์กาเนีย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ระบบแท็ชยอนส์อีกแล้ว เราสามารถลงไปที่นั่นด้วยลำแสงได้เลย แล้วค้นหาชาวออร์กาเนียนให้ผม บอกให้เขารู้ว่ากำลังเกิดอะไรบ้างนับตั้งแต่พวกคลิงกอนจัดการปิดหูปิดตาพวกเขาแล้ว”
“อย่างนั้นดีแล้ว พวกเขายังถูกกักขังอยู่ใต้เกราะนั้นรึ?” แม็คคอยถาม “พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยการขนส่งได้ ผมอยากบอกว่าเป็นโชคดีของพวกเขาด้วยซ้ำไป”
“โอ้โฮ หมอ แต่ตอนนี้การเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอน่าสงสาร และรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นอย่างผม กัปตัน และอาจรวมทั้งตัวคุณด้วยก็เป็นประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น เราจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรช่วยเราคลี่คลายเรื่องนี้ด้วย เรารู้แล้วว่าจะทำและใช้มันยังไง ถ้าผมอยู่ภายใต้เกราะนั่นและต้องการความช่วยเหลือผมอาจต้องหาที่ตั้งของเครื่องมือคลิงกอนที่สร้างเกราะนั้นขึ้นมาและหาทางให้มันไม่ทำงาน หรือถ้าผมทำไม่ได้ผลอาจสร้างเครื่องมือของผมขึ้นมาเองเพื่อทำลายเกราะนั้นเสีย นั่นเป็นสิ่งซึ่งชาวออร์กาเนียนอาจไม่สามารถทำได้ หรือได้ทำมานานแล้วก็ได้”
“คุณแน่ใจว่าคุณทำได้รึสก๊อตตี้?”
“เปล่าครับกัปตัน ผมไม่แน่ใจ แต่ผมจะพยายามเสี่ยงดู”
“นั่นก็พอแล้วสำหรับผม” เคิร์กพูด “เราจะโคจรอยู่รอบดาวออร์กาเนีย และควบคุมผลกระทบทางอารมณ์เหล่านั้นอย่างดีที่สุดที่เราสามารถทำได้ ผมจะให้อูฮูร่าเตือนลูกเรือทุกคนและหมอแม็คคอยจะเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือทางจิตถ้าใครต้องการ คุณสป๊อคสอง คุณจะลงไปที่นั่นกับผมและคุณสก๊อต อ้อ คอยเดี๋ยว เรายังไม่แน่ใจเลยว่าสป๊อคหนึ่งไม่ได้อยู่บนเอ็นเตอร์ไพร้ส์แล้ว ผมไม่อยากปล่อยที่นี่ไว้ให้เป็นที่ทำงานอย่างดีของเขา”
“ผมรับรองได้ครับกัปตัน” สป๊อคสองพูด “ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่เขาอยู่ไกลจากเอ็นเตอร์ไพร้ส์พอดู อย่างน้อยก็สองหน่วยดาราศาสตร์”
“คุณรู้ได้ยังไงกัน?”
“ผมเสียใจครับกัปตัน แต่ธรรมชาติของความรู้ทำให้ผมบอกคุณอย่างนั้น อย่างไรก็ตามผมแน่ใจในสิ่งที่ผมบอกคุณ”
เคิร์กกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาอีก แต่เขาเก็บเงียบเอาไว้ เวลานี้หลักฐานเข้าข้างสป๊อคสองมากมาย เคิร์กต้องเก็บสิ่งเล็กสิ่งน้อยเหล่านี้ไว้ตามลำพัง
“ดีแล้ว ถ้างั้นปัญหาขณะนี้ของเราก็คือ ต่อสู้กับผลจากเกราะนั่นให้ได้นานพอที่เราสามคนจะหาที่อยู่ชาวออร์กาเนียนและเครื่องมือของคลิงกอนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นผิวได้ พร้อมทั้งให้คุณสก๊อตทดลองใช้เทคนิคอะไรที่เขาต้องการทำลายเกราะนั้นลงก่อนที่กำลังสนับสนุนของคลิงกอนจะมาถึง หรือสป๊อคหนึ่งสามารถปฏิบัติตามแผนการในใจของเราได้สำเร็จ ทุกคนพอใจแล้วหรือยัง?”
เคิร์กพูดต่อแทบไม่ยอมหยุดหายใจ
“ถ้างั้นผมจะสั่งคุณซูลูด้วย เป็นคำสั่งเดียวกับที่ผมสั่งระหว่างการสำรวจออร์กาเนียครั้งแรก เขามีหน้าที่โดยตรงกับยาน ไม่ใช่กับพวกเรา และถ้าฝูงยานคลิงกอนมาอยู่ในบริเวณนี้ เขาต้องทิ้งเราและรักษาเอ็นเตอร์ไพร้ส์ให้ปลอดภัยกลับไปกองบังคับการ เราจะต้องปฏิบัติอย่างเร็วมาก”
“กัปตันครับ” สป๊อคสองพูด “มีความยุ่งยากมากกว่านั้น”
“อะไรอีกล่ะ?”
“ผมหมายถึงผลทางอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตภายใต้เกราะนั่นอาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่เราพบข้างนอกนี่ ไม่แน่ว่าพวกเราคนไหนจะสามารถทำงานภายใต้สถานการณ์นั้นได้ เราอาจไม่สามารถรักษาสติของเราไว้ได้”
“ผมเข้าใจดี นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องการให้คุณไปกับผม ว่าไปแล้วคุณกับผมเท่านั้นที่รู้จักชาวออร์กาเนียนบางคนเป็นการส่วนตัว จิตใจวัลแคนครึ่งหนึ่งของคุณอาจต้านทานแรงกดดันได้นานพอที่จะปฏิบัติทุกอย่างได้เรียบร้อย และทั้งคุณสก๊อตและผมไม่อาจทนทานความตึงเครียดได้ ดังนั้นคำสั่งสำหรับคุณซูลู ถ้าเราสามคนไม่รอดชีวิตจากออร์กาเนีย ไม่ต้องบ้าเสียสละเข้ามาช่วยชีวิต....”
“เรียกกัปตันเคิร์ก” เสียงอูฮูร่าดังผ่านเครื่องติดต่อ
“ในห้องพัก เรือโท มีอะไรว่าไป”
“ค่ะ เราได้รับคำตอบจากกองบังคับการอวกาศแล้ว เราได้รับคำส่งให้คุมตัวเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งทั้งสองคนไว้จนกว่าคณะผู้เชี่ยวชาญทางโลกจะได้ศึกษาเขาแล้ว ในระหว่างนี้เราต้องพยายามกลับไปร่วมกับกองบัญชาการ การสร้างความเสียหายให้แก่อาณาจักรคลิงกอนให้มากที่สุดระหว่างทางตามที่คุณคิดเกี่ยวพันถึงการไปรอดของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย”
มันเป็นคำสั่งที่ดีมาก ปล่อยงานคั่งค้างมากมายอย่างนั้นไว้ให้เคิร์ก เขาเบื่อที่จะฟังคำสั่งทำนองนี้เต็มที แต่คำสั่งก็คือคำสั่งไม่ใช่หรือ?
“เรือโท อูฮูร่า ตอบมาด้วยรหัสไหน?”
“ยูริชค่ะ ภาษายูริชแท้ๆ เลย”
“คุณมั่นใจในการถอดรหัสของคุณในระดับไหน?”
“ดินฉันไม่สามารถประเมินแน่นอนได้ขนาดนั้นหรอกค่ะกัปตัน แต่ดินฉันเดาว่าการแปลความหมายโครงสร้างผิวของดิฉันมีโอกาสถูกต้องถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นตื เชื่อว่าคงไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในการสื่อสาร”
“ผมยังไม่พอใจ ผมไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนกว่าผมจะแน่ใจได้เต็มที่ว่า คุณรู้จริงๆ ว่ากำลังนั้นว่าอะไรแน่ คุณเข้าใจมั้ยเรือโท?”
“ดิฉันคิดว่าเข้าใจค่ะ กัปตัน” อูฮูร่าพูดพร้อมทั้งหัวเราะหึๆ “ดิฉันได้รับข่าวที่ไม่แน่นอน ยุติการติดต่อค่ะ”
เคิร์กยุติการติดต่อ.... “เอาล่ะ สก๊อตตี้ ซ่อมระบบขนส่งของคุณ จัดการเครื่องมือของคุณให้เรียบร้อยพร้อมจะเดินทาง”
วิศวกรของยานพยักหน้าแล้วออกไป เคิร์กพูดต่อ “หมอ เตรียมอะไรที่คิดว่าจะช่วยลดผลกระทบของเกราะนั่นให้เราได้บ้าง ผมคิดว่าคุณคงปลอดภัยแล้วถ้าจะสร้างสิ่งนั้นในห้องทดลองของคุณ และนำมันกลับมาที่นี่ แต่แน่ใจได้ว่าคุณจะได้รับบันทึกภาพของมันขณะที่มันแยกเป็นชิ้นๆ เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าของคุณ”
“ตกลง จิม”
หมอออกไปอีกคน เหลือเพียงเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งกับเคิร์กเท่านั้น เคิร์กมองดูเขาอย่างแปลกใจ
“ผมคิดว่าคำสั่งของผมชัดเจนแล้ว ถ่ายทอดคำสั่งแก่คุณซูลู และเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเดินทางทันทีที่คุณสก๊อตแก้ไขระบบขนส่งเสร็จ”
“ชัดเจนมากครับกัปตัน” แต่เจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งยังรีรออยู่ “ผมอยากถามว่าทำไมคุณถึงยังเรียกผมว่าสป๊อคสองอยู่ครับ คุณยังสงสัยเกี่ยวกับตัวผมอยู่รึ ข้อสงสัยนั้นคงจะหมดไประหว่างปฏิบัติการของเราบนดาวออร์กาเนียที่จะมาถึง”
“ผมไม่สงสัยอะไรแล้ว” เคิร์กพูดอย่างสุภาพ “แต่ยังมีสป๊อคอีกคนหรือสป๊อคตัวปลอมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง นอกจากนั้นเขายังสวมแหวนของผมที่ผมจะไม่ให้มนุษย์คนอื่นอีก ตราบเท่าที่มนุษย์คนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะต้องให้หมายเลขกับคุณสองคนเพื่อที่จะเตือนตัวเองว่าปัญหาของสป๊อคสองคนยังไม่ได้แก้ไขให้เรียบร้อย และตราบเท่าที่เรายังไม่รู้ว่าสป๊อคหนึ่งตั้งใจทำอะไร เรายังคงยืนอยู่ในเงามืดของความไม่รู้ต่อไป”
“ผมเข้าใจ” สป๊อคสองพูด “เครื่องย้ำความจำที่มีประโยชน์
สีหน้าและน้ำเสียงของเขาไม่แสดงความรู้สึกอะไรเช่นเคย แต่บางอย่างบอกเคิร์กว่าเขารู้สึกพอใจเล็กน้อย

#1 By ~Nanshu SinKID~ on 2009-05-26 13:12