สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)

เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล

10.
    คำตัดสิน

ปูมกัปตัน  เวลาอวกาศ  4196.2

การหาทางป้องกันหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้วแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย  แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เหมือนกัน  พิจารณาทุกอย่างแล้ว  สป๊อคหนึ่งน่าจะเลือกดาดฟ้าพัสดุเป็นที่ซ่อนแห่งที่สอง  บริเวณนั้นกว้างใหญ่ขนาดสนามในมหาวิทยาลัย  คนจะขึ้นไปเมื่อจำเป็นเท่านั้น  แต่เราก็ไม่เคยจำเป็นต้องใช้กระสวยอวกาศซึ่งเป็นยานขนส่งที่เร็วและดีมากนี้เลย  ยิ่งกว่านั้นยานเล็กลำนี้ยังมีซอกมากมายให้หลบซ่อน  พร้อมทั้งน้ำดื่มสำรองด้วย  (หมอแม็คคอยบอกผมว่า  สป๊อคคนหนึ่งสามารถกินคาร์โบไฮเดรตจากห้องอาหารของยานได้เพราะคาร์โบไฮเดรตไม่มีรูปโมเลกุลให้เลือก)  และเรามียานแบบนี้ถึงหกลำ  เราไม่สามารถถ่ายภาพภายในยานจากห้องบังคับการใหญ่ได้  นอกจากห้องควบคุมและระดับพลังงานสะสมของมัน  แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่เคยเกิดกับเรามาก่อนจนกระทั่งทุกอย่างสายเกินแก้  การมีสป๊อคเป็นศัตรูเป็นสถานการณ์อันตรายเหนือธรรมดา
    จากการติดตามร่องรอยแสดงว่าสป๊อคหนึ่ง  ถ้าเป็นเขาจริง  กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังสิ่งที่เคยเป็นดาวออร์กาเนีย  ด้วยเหตุผลที่เราได้แต่เดา  เรื่องลึกลับอีกอย่างคือ  สป๊อคหนึ่งจัดการปรับเครื่องยนต์ของกระสวยอวกาศให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ปในระยะเวลาสั้นขนาดนั้นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรเลย  แต่สก๊อตเพียงแค่สงสัย  สักวันหนึ่งมันอาจเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเทคโนโลยีของสหพันธ์  แต่ภายใต้สถานการณ์นี้ผมตัดสินว่ามันเป็นเรื่องรองลงมา

    “ผมรู้คำตอบแล้วครับกัปตัน”  สก๊อตพูด
    สก๊อตอยู่ในห้องของเคิร์กพร้อมด้วยหมอแม็คคอย  และเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งที่เหลืออยู่  ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์ยังอยู่ในวงโคจรของดาวออร์กาเนียทางด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ของดาว  จากบริเวณที่เคยเป็นดาวเคราะห์ดวงนั้น  ยานลำนี้ยังอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม  แม้จะไม่มียานคลิงกอนลำใหม่ปรากฏตัวขึ้น  แต่มันอาจโผล่มาเวลาใดก็ได้  โดยเฉพาะเวลานี้  เคิร์กคิดว่ายานต่อสู้ชั้นยอดลำนี้ตกอยู่ท่ามกลางศัตรู  เอ็นเตอร์ไพร้ส์สามารถสู้กับศัตรูได้เต็มที่ แต่ไม่อาจประเมินผลที่ออกมาได้
    กองบังคับการอวกาศไม่ติดต่อกลับมาเลยทั้งที่เป็นภาษาธุรกิจ  หรือภาษารหัสอื่น
    “คำตอบรึ?  ปัญหาการปรับปรุงให้มีพลังขับเคลื่อนวาร์ป  บันทึกไว้ด้วยสก๊อตตี้  เราได้ปลาตัวใหญ่มาทอดแล้วตอนนี้”
    “แต่กัปตันครับ  นั่นมันปัญหาเล็กน้อย ถึงแม้ผมยังแก้ไม่ได้ตอนนี้ก็ตาม  คำตอบที่ผมพูด  ผมหมายถึงว่าผมพอจะรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนียและคุณสป๊อคที่นี่
    “คนละเรื่องกันจริงๆ  เล่าไปเร็วๆ เข้า”
    “ครับ  กัปตัน  มันไม่ใช่เรื่องง่าย...”
    “ผมก็ไม่เคยคิดอย่างนั้น  พูดออกมาตรงๆ เลยซิ”
    “ครับ  อย่างน้อยคำตอบนี้ก็เกี่ยวพันกับเรื่องอื่นทั้งหมดตามที่คณะประชุมของผมตกลงกัน  เริ่มต้นเลยนะครับ : ในความรู้สึกปกติ  ถ้าคุณจะตกลงว่ามันเกี่ยวกับภาพกระจกเงาคุณก็ต้องหวังว่าจะมีกระจกเงาอยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงซึ่งหมอแม็คคอยได้พิสูจน์แล้ว  และผมคิดว่าเราทุกคนต่างเห็นด้วยว่าร่างจำลองของสป๊อคเป็นภาพซ้อนกระจกเงาที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงระดับโมเลกุล”
    น้ำเสียงของวิศวกรประจำยานค่อยๆ จางหายไป  ทันใดนั้นเขาก็พูดภาษาอังกฤษด้วยเสียงสูงและเย็นชาต่อไป
    “หลังจากผมได้รับรายงานจากหมอแม็คคอยเกี่ยวกับกรดอะมิโน  ผมก็นึกถึงขั้นของรังสีลำดับต่อไป  ผมสันนิษฐานว่าการเกิดภาพซ้อนจากกระจกเงาเกิดจากอนูพื้นฐานของอวกาศแห่งนั้น  เวลาและพลังทำให้สสารเกิดขึ้น  ทำไมจะเป็นไปไม่ได้  มวลมนุษยชาติมีความสลับซับซ้อนแต่ตรงกัน  นอกจากนั้นความคล้ายคลึงกัน  ความถนัดของมือ  ไม่ได้ถูกรักษาให้คงไว้ในระดับนั้น  ที่จริงแล้วโครงสร้างที่ดีที่สุดของมวลมนุษย์ที่ต่างสืบทอดการถนัดขวาซึ่งเป็นลักษณะตามธรรมชาติ  ถ้าไม่ใช่ยังงั้น  ปรากฏการณ์ธรรมชาติเช่น  การหันไปทางเหนือเหมือนกันของแม่เหล็กทุกอันคงเป็นไปไม่ได้ และแม้แต่ปืนเฟเซอร์ของเราก็คงจะไม่ทำงาน”
    “เราทั้งหมดรู้เรื่องนั้นแล้วสก๊อตตี้”  เคิร์กพูดอย่างสุภาพ  “ช่วยบอกซิว่าจะต้องทำยังไงกับปัญหาของเรา”
    “ครับกัปตัน  เริ่มเลยนะครับ  ตัวแทนของเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของเราถูกส่งไปสู่ดาวออร์กาเนียในรูปสัญญาณตัวแทนวัตถุซึ่งประกอบจากอณูพื้นฐานซึ่งเอนเอียงไปทางลักษณะปกติถูกมั้ยครับ  แต่เมื่อเราเปิดประตู  เราพบทั้งร่างต้นแบบและร่างจำลองซึ่งเกิดจากอนูพื้นฐานที่เอนเอียงไปในลักษณะตรงกันข้าม  สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ยังไง
    ผมพบคำตอบเดียวเท่านั้นที่มีเหตุผลทางฟิสิกส์  สัญญาณของเราถูกส่งออกไปในรูปของแท็ชยอนส์  มันได้ไปกระทบกับบางสิ่งซึ่งเป็นเครื่องส่องแสงสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของแท็ชยอนส์ระหว่างทาง  สัญญาณนั้นถูกส่งตรงกลับมายังยานของเราในรูปลำดับโครงสร้างที่ดีเหมือนแสงเรดาร์ การสะท้อนที่สมบูรณ์มาก  จากนั้นเราก็สร้างมันขึ้นเป็นอณูนิวเคลียร์ปกติตามที่ระบบขนส่งใหม่ถูกจัดไว้  เคราะห์ร้ายจริงๆ
    แต่กระจกเงานี้ควรเป็นอะไร  มันต้องเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำแบบนี้กับดาวออร์กาเนีย  เวลานี้เราก็พบว่าดาวออร์กาเนียถูกล้อมรอบหรือแทนที่ด้วยสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนฉากป้องกันหรือสนามพลังบางอย่าง  ถ้านั่นไม่ใช่กระจกเงาของเขา เราจะเริ่มต้นหามันจากที่ว่างเปล่าที่ไหนอีก”
    มันเป็นคำถามที่เล่นสำนวนชวนคิด
    “ต่อไปซิสก๊อต  ชัยชนะยังเป็นของคุณอยู่”  เคิร์กพูด
    “แต่ผมไม่ต้องการมากไปกว่านี้ครับกัปตัน เพราะแค่นี้ผมก็มีปัญหาพอแล้ว  ผมไม่สามารถระบุได้ว่า  ชาวออร์กาเนียนหรือชาวคลิงกอนกันแน่ที่หวังจะได้รับประโยชน์จากการครอบงำดาวพระเคราะห์ดวงนั้นไว้ด้วยเครื่องสะท้อนแสงแท็ชยอนส์  ดังนั้นผมขอผ่านเรื่องเล็กน้อยพวกนี้ไปให้หมอแม็คคอยและคุณสป๊อค  และขออนุญาตกัปตันจบเรื่องของผมแค่นี้ครับ”
    “ใครจะเริ่มก่อนดีล่ะ?”  เคิร์กถามขึ้น  ทั้งๆ ที่ตึงเครียดกับปัญหานี้  เขายังอดไม่ได้ที่จะขบขันไปด้วย
    “ผมขอพูดก่อน  จิม”  แม็คคอยพูด  “ให้ตายซิ  ผมรู้เรื่องแท็ชยอนส์น้อยกว่าสก๊อตรู้เรื่องโลหิตขาวซึ่งมีอยู่หลายนิวเคลียส  หลายรูปเสียอีก  แต่ผมเป็นนักจิตวิทยา  และสิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตพบจากสภาวะปัจจุบันของดาวออร์กาเนีย  ก็คือ  มันมีผลต่อจิตใจของทุกคนบนเอ็นเตอร์ไพร้ส์อย่างรุนแรงและผิดกว่าเคย  มันไม่ยอมรับเราทางอารมณ์เหมือนบุคคลที่มีสติสำนึกอยู่ทุกเวลา  แน่ใจได้ว่ามันสะท้อนอนูพื้นฐานที่สก๊อตส่งไปกลับคืนมา”
    “อย่ามั่นใจว่าอีเล็คตรอนไม่รู้จักคิดนะ”  สก๊อคพูดขัดขึ้น
    “เดี๋ยวซิ  สก๊อตตี้  ผมกำลังจะพูดเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน  คุณให้เวลาผมบ้างซิ  อย่างแรกนะ  เราเชื่อว่าดาวออร์กาเนียไม่ต้องการผู้มาเยี่ยมเยียนด้วยเหตุผลบางประการและปล่อยให้ทุกคนที่เข้ามาใกล้รู้ความต้องการของเขา  โดยไม่ต้องบอกด้วยคำพูด  สมมติว่ายังเชื่ออย่างนั้นอยู่  ถ้าเช่นนั้นอะไรมาก่อน  ไก่หรือไข่?  อะไรคือมูลเหตุทางจิตวิทยาสำหรับฉากป้องกันนั้น  ถ้ามันเพียงแค่ผลักแท็ชยอนส์กลับมา  ผลทางอารมณ์อาจเกิดจากอุบัติเหตุ  แต่ถ้ามันไม่ยอมรับมนุษย์แล้ว  การสะท้อนกลับของแท็ชยอนส์อาจเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือผลรองลงมา
    ทั้งหมดนี้ทำให้ผมคิดว่า  แม้เราในฐานะมนุษย์จะรู้อนูพื้นฐานของสสารและพลังงาน  รู้หลักของแรงโน้มถ่วง  และตามที่สก๊อตบอก  ผมยังเคยพิสูจน์สิ่งที่เรียกว่า โครนอน ซึ่งเป็นเสี้ยวเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ของเวลาสามารถแบ่งย่อยลงได้อีก  แต่เรายังไม่รู้หน่วยพื้นฐานของความมีสติ  เราไม่รู้ถึงความเร้วของความคิด”
    “เราไม่รู้รึ?”  เคิร์กถามย้ำ
    “ไม่รู้หรอกจิม  เรารู้ความเร็วของระบบประสาทที่กระตุ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย แต่ความคิดเป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูก็ได้  คุณคิดดูซิว่าพวกเขาแต่ละคนสามารถระลึกถึงความทรงจำในวัยเด็กหลังจากผ่านมาหลายๆ ปีแล้วได้ยังไง  มันเป็นตัวอย่างตามธรรมชาติ  ถ้ามีอณูพื้นฐานหรือคลื่นของความคิดซึ่งเร็วกว่าแสงเหมือนแท็ชยอนส์”
    “แน่นอน  ผมยังสงสัยเกี่ยวกับปัญหาสติสัมปชัญญะที่สัมพันธ์กับการทำงานของระบบขนส่ง  ซึ่งสร้างเรื่องยุ่งเหยิงทั้งหมดนี้ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มแรกเลย  ผมเริ่มรู้สึกว่ามันมีเหตุผลเข้าเค้า แต่ยังมีปัญหาทางตรรกะอีกอย่างที่ทำให้ผมจนปัญญา  และผมต้องหันไปให้สป๊อคสองช่วยแล้ว”
    “พวกคุณทุกคนทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่มีหัวอยู่บนบ่าแล้วนะ!” เคิร์กพูดอย่างเสียใจ  “และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย  คุณสป๊อคสอง  เชิญเข้าร่วมวงเลย”
    “ครับ”  สป๊อคสองพูดอย่างเป็นพิธี  “ผมไม่สามารถพูดถึงความซับซ้อนนี้เหมือนปัญหาทั่วไปแบบตรรกะ  หรือปัญหาในแง่ทฤษฎี  หรือในแง่ของแคลคูลัสได้  เพราะพื้นฐานส่วนมากของมันมาจากการเดา  แม้จะมีตัวอย่างตามทฤษฎีที่หมอแม็คคอยและคุณสก๊อตสร้างขึ้นรวมอยู่ด้วยก็ตาม  แต่กระนั้นก็ยังมีปัญหาทางตรรกะอยู่คือ ใครได้รับผลประโยชน์จากเกราะความคิดรอบดาวออร์กาเนีย  ไม่มีใครสักคนในพวกเราสามารถเดาได้ว่าทำไมชาวออร์กาเนียนจึงต้องการเกราะกำบังแบบนั้น  หรือว่าการเดาไม่มีประโยชน์  เพราะชาวคลิงกอนน่าจะได้รับประโยชน์มากกว่า  ฉากกำบังนั้นอาจกักขังชาวออร์กาเนียนผู้ซึ่งไม่มีอะไรเลยนอกจากสนามพลังความคิดที่มีต่อดาวเคราะห์ของตนเอง  และป้องกันไม่ให้พวกเขารู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นข้างนอก  อีกอย่างหนึ่ง  มันกำจัดไม่ให้ภายนอกเห็นหรือติดต่อกับดาวเคราะห์ดวงนั้นได้  สนามพลังที่เราพบนี้ผลักดันตามความรู้สึก....”
    “ผมว่าทั้งหมดเป็นการขู่ให้ตกใจกลัว”  แม็คคอยพูดเสริมขึ้น
    “....และคอยเฝ้าป้องกันจิตจากการคิดเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับดาวออร์กาเนีย  นอกจากดาวเคราะห์ดวงนั้นดับสูญไปแล้ว”  สป๊อคสองเล่าต่อไปเรื่อยๆ  “มีโอกาสเป็นไปได้ว่าเกราะกำบังนั้นถูกสร้างขึ้นโดยพวกคลิงกอน  น่าเชื่อว่ามันเป็นอาวุธชนิดใหม่ของชาวคลิงกอน  แม้จะยังพิสูจน์ไม่ได้เดี๋ยวนี้  มันเป็นการค้นพบที่ทำให้เขากล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อสงครามก่อน เรื่องนี้คงอธิบายได้ว่าทำไมเราจึงพบยานลาดตระเวนขนาดต่างๆ ของคลิงกอนประจำอยู่ใกล้ๆ ที่นี่  พวกนั้นไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามาสืบสาวสถานการณ์นี้  หรือแม้แต่รู้ว่าทำไมมันถึงสำคัญต่อพวกเขา  อาวุธชนิดนี้ไม่สามารถควบคุมได้ง่ายๆ แต่ก็ให้ผลมหาศาล  พูดง่ายๆ ก็คือพวกเขาคงจะใช้มันในการต่อสู้กับยานของเราและแสวงหาผลประโยชน์ทางยุทธวิธี
    แต่มันก็อาจควบคุมได้ดีพอที่จะสร้างฉากป้องกันแบบเดียวกันขึ้นรอบโลกได้ถ้าชาวคลิงกอนสามารถเข้าไปใกล้โลกพอหรืออาจะเป็นดาววัลแคน  หรือทั้งสองดวงเลยก็ได้  เราไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงถ้าต้องอาศัยอยู่ภายใต้เกราะกำลังอย่างนั้น  แต่จากกฎการกลับกันของสี่เหลี่ยม  แสดงว่าผลต่างๆ น่าจะรุนแรงกว่าผลที่เราพบจากภายนอก  ถ้าชาวคลิงกอนทำสำเร็จเขาจะนะสงครามและอาจลดจำนวนมนุษยชาติ  และหรือเผ่าพันธุ์วัลแคนลง  พร้อมทั้งให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่อย่างผู้แพ้หรือทาสก็ได้”
    ถ้าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปตามคำกล่าวของสป๊อคสอง  ทุกอย่างคงน่าหวาดกลัว
    เคิร์กพูดขึ้นอย่างเคร่งเครียด  “ผมไม่คิดว่ากองบังคับการจะยอมให้พวกนั้นเข้าใกล้โลก  แต่วัลแคนอาจไม่ต้านทานการรุกได้ดีพอ  เอาละ  เราจัดการยานสงครามของคลิงกอนได้ห้าลำ หนึ่งในนั้นเป็นยานลาดตระเวนบังคับการ  และก็เป็นไปตามที่เราหวังกันไว้แต่แรก  พวกนั้นคงแค้นใจมากที่พวกเราสามารถจัดการกับนายทหารชั้นยอดของเขาได้  โดยเฉพาะถ้าหากเรารีบออกจากวงโคจรของออร์กาเนียก่อนกำลังสนับสนุนมาถึง  แต่ผมไม่ต้องการหนี  เราควรจะเข้าไปหาตัวการของเรื่องเพราะเราอยู่ใกล้มันและอาจแก้ไขได้ทัน  ใช่มั้ย?”
    “ผมคิดว่าเราทำได้ครับกัปตัน”  สก๊อตพูด  “เกราะนั้นสะท้อนแท็ชยอนส์กลับมา  ผมคิดว่ามันคงสะท้อนกลับเฉพาะแท็ชยอนส์เพียงอย่างเดียว  ขณะนี้เราอยู่ภายในระยะขนส่งปกติของออร์กาเนีย  ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้ระบบแท็ชยอนส์อีกแล้ว  เราสามารถลงไปที่นั่นด้วยลำแสงได้เลย  แล้วค้นหาชาวออร์กาเนียนให้ผม  บอกให้เขารู้ว่ากำลังเกิดอะไรบ้างนับตั้งแต่พวกคลิงกอนจัดการปิดหูปิดตาพวกเขาแล้ว”
    “อย่างนั้นดีแล้ว  พวกเขายังถูกกักขังอยู่ใต้เกราะนั้นรึ?”  แม็คคอยถาม  “พวกเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ด้วยการขนส่งได้  ผมอยากบอกว่าเป็นโชคดีของพวกเขาด้วยซ้ำไป”
    “โอ้โฮ  หมอ  แต่ตอนนี้การเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอน่าสงสาร  และรู้เรื่องราวตั้งแต่ต้นอย่างผม  กัปตัน  และอาจรวมทั้งตัวคุณด้วยก็เป็นประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น  เราจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรช่วยเราคลี่คลายเรื่องนี้ด้วย  เรารู้แล้วว่าจะทำและใช้มันยังไง  ถ้าผมอยู่ภายใต้เกราะนั่นและต้องการความช่วยเหลือผมอาจต้องหาที่ตั้งของเครื่องมือคลิงกอนที่สร้างเกราะนั้นขึ้นมาและหาทางให้มันไม่ทำงาน  หรือถ้าผมทำไม่ได้ผลอาจสร้างเครื่องมือของผมขึ้นมาเองเพื่อทำลายเกราะนั้นเสีย  นั่นเป็นสิ่งซึ่งชาวออร์กาเนียนอาจไม่สามารถทำได้  หรือได้ทำมานานแล้วก็ได้”
    “คุณแน่ใจว่าคุณทำได้รึสก๊อตตี้?”
    “เปล่าครับกัปตัน  ผมไม่แน่ใจ  แต่ผมจะพยายามเสี่ยงดู”
    “นั่นก็พอแล้วสำหรับผม”  เคิร์กพูด  “เราจะโคจรอยู่รอบดาวออร์กาเนีย และควบคุมผลกระทบทางอารมณ์เหล่านั้นอย่างดีที่สุดที่เราสามารถทำได้  ผมจะให้อูฮูร่าเตือนลูกเรือทุกคนและหมอแม็คคอยจะเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือทางจิตถ้าใครต้องการ  คุณสป๊อคสอง  คุณจะลงไปที่นั่นกับผมและคุณสก๊อต  อ้อ คอยเดี๋ยว  เรายังไม่แน่ใจเลยว่าสป๊อคหนึ่งไม่ได้อยู่บนเอ็นเตอร์ไพร้ส์แล้ว  ผมไม่อยากปล่อยที่นี่ไว้ให้เป็นที่ทำงานอย่างดีของเขา”
    “ผมรับรองได้ครับกัปตัน”  สป๊อคสองพูด  “ผมไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน  แต่เขาอยู่ไกลจากเอ็นเตอร์ไพร้ส์พอดู  อย่างน้อยก็สองหน่วยดาราศาสตร์”
    “คุณรู้ได้ยังไงกัน?”
    “ผมเสียใจครับกัปตัน  แต่ธรรมชาติของความรู้ทำให้ผมบอกคุณอย่างนั้น  อย่างไรก็ตามผมแน่ใจในสิ่งที่ผมบอกคุณ”
    เคิร์กกลับรู้สึกสงสัยขึ้นมาอีก  แต่เขาเก็บเงียบเอาไว้  เวลานี้หลักฐานเข้าข้างสป๊อคสองมากมาย  เคิร์กต้องเก็บสิ่งเล็กสิ่งน้อยเหล่านี้ไว้ตามลำพัง
    “ดีแล้ว  ถ้างั้นปัญหาขณะนี้ของเราก็คือ  ต่อสู้กับผลจากเกราะนั่นให้ได้นานพอที่เราสามคนจะหาที่อยู่ชาวออร์กาเนียนและเครื่องมือของคลิงกอนซึ่งตั้งอยู่บนพื้นผิวได้  พร้อมทั้งให้คุณสก๊อตทดลองใช้เทคนิคอะไรที่เขาต้องการทำลายเกราะนั้นลงก่อนที่กำลังสนับสนุนของคลิงกอนจะมาถึง  หรือสป๊อคหนึ่งสามารถปฏิบัติตามแผนการในใจของเราได้สำเร็จ  ทุกคนพอใจแล้วหรือยัง?”
    เคิร์กพูดต่อแทบไม่ยอมหยุดหายใจ
    “ถ้างั้นผมจะสั่งคุณซูลูด้วย  เป็นคำสั่งเดียวกับที่ผมสั่งระหว่างการสำรวจออร์กาเนียครั้งแรก  เขามีหน้าที่โดยตรงกับยาน  ไม่ใช่กับพวกเรา  และถ้าฝูงยานคลิงกอนมาอยู่ในบริเวณนี้  เขาต้องทิ้งเราและรักษาเอ็นเตอร์ไพร้ส์ให้ปลอดภัยกลับไปกองบังคับการ  เราจะต้องปฏิบัติอย่างเร็วมาก”
    “กัปตันครับ”  สป๊อคสองพูด  “มีความยุ่งยากมากกว่านั้น”
    “อะไรอีกล่ะ?”
    “ผมหมายถึงผลทางอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตภายใต้เกราะนั่นอาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่เราพบข้างนอกนี่  ไม่แน่ว่าพวกเราคนไหนจะสามารถทำงานภายใต้สถานการณ์นั้นได้  เราอาจไม่สามารถรักษาสติของเราไว้ได้”
    “ผมเข้าใจดี  นั่นเป็นเหตุผลที่ผมต้องการให้คุณไปกับผม  ว่าไปแล้วคุณกับผมเท่านั้นที่รู้จักชาวออร์กาเนียนบางคนเป็นการส่วนตัว  จิตใจวัลแคนครึ่งหนึ่งของคุณอาจต้านทานแรงกดดันได้นานพอที่จะปฏิบัติทุกอย่างได้เรียบร้อย  และทั้งคุณสก๊อตและผมไม่อาจทนทานความตึงเครียดได้  ดังนั้นคำสั่งสำหรับคุณซูลู  ถ้าเราสามคนไม่รอดชีวิตจากออร์กาเนีย  ไม่ต้องบ้าเสียสละเข้ามาช่วยชีวิต....”
    “เรียกกัปตันเคิร์ก”  เสียงอูฮูร่าดังผ่านเครื่องติดต่อ
    “ในห้องพัก  เรือโท  มีอะไรว่าไป”
    “ค่ะ  เราได้รับคำตอบจากกองบังคับการอวกาศแล้ว  เราได้รับคำส่งให้คุมตัวเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งทั้งสองคนไว้จนกว่าคณะผู้เชี่ยวชาญทางโลกจะได้ศึกษาเขาแล้ว  ในระหว่างนี้เราต้องพยายามกลับไปร่วมกับกองบัญชาการ  การสร้างความเสียหายให้แก่อาณาจักรคลิงกอนให้มากที่สุดระหว่างทางตามที่คุณคิดเกี่ยวพันถึงการไปรอดของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย”
    มันเป็นคำสั่งที่ดีมาก  ปล่อยงานคั่งค้างมากมายอย่างนั้นไว้ให้เคิร์ก  เขาเบื่อที่จะฟังคำสั่งทำนองนี้เต็มที  แต่คำสั่งก็คือคำสั่งไม่ใช่หรือ?
    “เรือโท  อูฮูร่า  ตอบมาด้วยรหัสไหน?”
    “ยูริชค่ะ  ภาษายูริชแท้ๆ เลย”
    “คุณมั่นใจในการถอดรหัสของคุณในระดับไหน?”
    “ดินฉันไม่สามารถประเมินแน่นอนได้ขนาดนั้นหรอกค่ะกัปตัน  แต่ดินฉันเดาว่าการแปลความหมายโครงสร้างผิวของดิฉันมีโอกาสถูกต้องถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นตื  เชื่อว่าคงไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในการสื่อสาร”
    “ผมยังไม่พอใจ  ผมไม่ต้องการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจนกว่าผมจะแน่ใจได้เต็มที่ว่า  คุณรู้จริงๆ ว่ากำลังนั้นว่าอะไรแน่  คุณเข้าใจมั้ยเรือโท?”
    “ดิฉันคิดว่าเข้าใจค่ะ  กัปตัน”  อูฮูร่าพูดพร้อมทั้งหัวเราะหึๆ  “ดิฉันได้รับข่าวที่ไม่แน่นอน  ยุติการติดต่อค่ะ”
    เคิร์กยุติการติดต่อ....  “เอาล่ะ  สก๊อตตี้  ซ่อมระบบขนส่งของคุณ  จัดการเครื่องมือของคุณให้เรียบร้อยพร้อมจะเดินทาง”
    วิศวกรของยานพยักหน้าแล้วออกไป  เคิร์กพูดต่อ  “หมอ  เตรียมอะไรที่คิดว่าจะช่วยลดผลกระทบของเกราะนั่นให้เราได้บ้าง  ผมคิดว่าคุณคงปลอดภัยแล้วถ้าจะสร้างสิ่งนั้นในห้องทดลองของคุณ  และนำมันกลับมาที่นี่  แต่แน่ใจได้ว่าคุณจะได้รับบันทึกภาพของมันขณะที่มันแยกเป็นชิ้นๆ  เพื่อประโยชน์ในการค้นคว้าของคุณ”
    “ตกลง  จิม”
    หมอออกไปอีกคน  เหลือเพียงเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งกับเคิร์กเท่านั้น  เคิร์กมองดูเขาอย่างแปลกใจ
    “ผมคิดว่าคำสั่งของผมชัดเจนแล้ว  ถ่ายทอดคำสั่งแก่คุณซูลู  และเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการเดินทางทันทีที่คุณสก๊อตแก้ไขระบบขนส่งเสร็จ”
    “ชัดเจนมากครับกัปตัน”  แต่เจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งยังรีรออยู่  “ผมอยากถามว่าทำไมคุณถึงยังเรียกผมว่าสป๊อคสองอยู่ครับ  คุณยังสงสัยเกี่ยวกับตัวผมอยู่รึ  ข้อสงสัยนั้นคงจะหมดไประหว่างปฏิบัติการของเราบนดาวออร์กาเนียที่จะมาถึง”
    “ผมไม่สงสัยอะไรแล้ว”  เคิร์กพูดอย่างสุภาพ  “แต่ยังมีสป๊อคอีกคนหรือสป๊อคตัวปลอมอยู่ที่ใดที่หนึ่ง  นอกจากนั้นเขายังสวมแหวนของผมที่ผมจะไม่ให้มนุษย์คนอื่นอีก  ตราบเท่าที่มนุษย์คนนี้ยังมีชีวิตอยู่  ผมจะต้องให้หมายเลขกับคุณสองคนเพื่อที่จะเตือนตัวเองว่าปัญหาของสป๊อคสองคนยังไม่ได้แก้ไขให้เรียบร้อย  และตราบเท่าที่เรายังไม่รู้ว่าสป๊อคหนึ่งตั้งใจทำอะไร  เรายังคงยืนอยู่ในเงามืดของความไม่รู้ต่อไป”
    “ผมเข้าใจ”  สป๊อคสองพูด  “เครื่องย้ำความจำที่มีประโยชน์
    สีหน้าและน้ำเสียงของเขาไม่แสดงความรู้สึกอะไรเช่นเคย  แต่บางอย่างบอกเคิร์กว่าเขารู้สึกพอใจเล็กน้อย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เปงนิยายที่อีฟแปลเองเหรอ น่าสนใจทีเดียว แต่อยากเห็นรูปเล่มแล้วตัวละครมาก มันมีเหรอเปล่า ^^big smile

#1 By ~Nanshu SinKID~ on 2009-05-26 13:12

ทฤษฏีอลังการงานสร้างมาก

#2 By wanderer (125.25.135.205) on 2009-09-28 01:41