สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)

เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล

09.
    ชายในกระจกเงา

ปูมกัปตัน  เวลาอวกาศ  4194.6

เมื่อสป๊อคหนึ่งตกใจกลัว  ดูเหมือนเขาจะมีเวลาให้กับตัวเองมากทีเดียว  เขาหนีไปทางช่องระบายอากาศขณะที่เราหาทางเข้าไปในห้องทดลองของหมอแม็คคอย  เครื่องมือทดลองไม่ได้รับความเสียหายยกเว้นตอนที่เราพังประตูเข้าไปเท่านั้น  สป๊อคหนึ่งกำลังต้มของเหลวหลายอย่างในหลอดทดลองอยู่  มันเดือด  ไหลซึม  และหยดลงมา  การเปลี่ยนไอออนและการแยกย้ายกระแสไฟฟ้าในทางตรงกันข้ามเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของเขาซึ่งผมพบ  ผมห้ามทุกคนแตะต้อง  จนกว่าหมอแม็คคอยจะได้ศึกษามันอย่างละเอียด  แต่เขาบอกผมว่า  เขาคิดว่าเขารู้จุดมุ่งหมายของการทดลองนี้แล้ว
    การติดตามหาสป๊อคหนึ่งประสบความล้มเหลว  เขารู้พื้นที่ทุกบาศก์เซ็นติเมตรบนยานลำนี้  รวมทั้งความวกวนภายในยานลำนี้ดีกว่าทุกๆ คนยกเว้นสก๊อต  ดังนั้นเขาอาจอยู่ที่ไหนก็ได้ในเวลานี้  ผมจัดยามเฝ้าสป๊อคสองไว้ในห้องพักของเขาและให้คนอื่นนอกจากตัวผม  เช่น  หัวหน้าแผนกทุกคนและลูกน้องในเวรของเขาให้เฝ้าตามห้องขนส่ง  ดาดฟ้าเก็บยานเล็ก  ทางเดินต่างๆ  ห้องเครื่อง  ห้องสันทนาการ  ห้องเก็บอาวุธ  และห้องทดลอง  ถ้าหากผมลืมที่สำคัญอื่นซึ่งเขาอาจกลับไปที่นั่นได้  ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว  ผมใช้ทุกคนที่ผมสั่งการได้ให้ไปรักษาความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่เป็นอันตราย  และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย
    ผมสั่งให้ทุกคนนอนได้คนละหกชั่วโมงเหมือนในภาวะสงคราม  และแต่งตั้งคุณเชคอฟปฏิบัติงานในเวลากลางวัน  ผมจะนอนพักต่อเมื่อเขามาทำหน้าที่บนห้องบังคับการแล้ว  และผมได้คุยกับหมอแม็คคอยราวสิบนาที


    “สิ่งต่างๆ ในห้องทดลองช่วยให้การเดาสถานการณ์ครั้งนี้ของผมน่าเชื่อถือ”  แม็คคอยพูด  “คุณปล่อยสป๊อคสองได้แล้ว  เขาเป็นตัวจริงแน่นอน”
    “มันเป็นอะไร  ผมหมายถึงสิ่งต่างๆ ในหลอดทดลองนั่น”
    “ระบบสำหรับประกอบอาหารทางเคมีของเขา  โดยใช้อาหารของยานที่เราส่งไปให้เขาเป็นวัตถุดิบ  เติมเคมีธาตุบางอย่างของผม  เขากักตัวเองอยู่ในห้องทดลองของผมเพื่อที่จะหาโอกาสใช้เครื่องมือของผม  เขาสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้าไม่อยากกินอาหารกับพวกเรา  แต่ไม่มีที่อื่นให้เขาปรุงอาหารของเขาเองนอกจากที่นี่”
    เคิร์กยังงงอยู่  คำอธายนั้นไม่ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้น
    เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
    “เอาละ  ผมจะเริ่มตั้งแต่ต้น”  แม็คคอยพูด  “แม้ว่าจะตัดสินใจยากว่ามันตั้งต้นตรงไหน  คุณคงจำได้ว่าสป๊อคสองแนะว่าร่างจำลองอาจเป็นภาพที่เกิดจากกระจกเงาของร่างต้นแบบ  แล้วคุณกับผมก็ถกเถียงกันถึงความน่าจะเป็นไปได้”
    “และพบว่าไม่มีทางพิสูจน์ได้”
    “ใช่  จากนั้นสก๊อตตี้ส่งสัตว์ทดลองที่เขาส่งผ่านระบบขนส่งใหม่มาให้ผม  ไม่มีปัญหา  ร่างจำลองเหล่านั้นเป็นภาพซ้อนในกระจกเงาแน่ๆ  แม้พวกเขาจะมีชีวิตและสุขภาพเหมือนกัน  แต่พวกเขาก็ตายหมดภายในหนึ่งวันเหมือนที่ผมรายงานให้คุณรู้
    ผมได้ชันสูตรพลิกศพมัน  และสรุปได้เพียงอย่างเดียวว่ามันตายเพราะการอดอาหาร  ทั้งๆ ที่มันกินถั่วเข้าไปด้วยวิธีเดียวกับสัตว์กินผักพวกกระต่ายเพื่อให้มีชีวิตรอด  ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้ในตอนแรก  และไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับปัญหาของสป๊อคสองคนได้อย่างไร  ไม่มีใครสักคนอดอาหารใกล้ตาย  แล้วคนไหนจะเป็นร่างจำลอง
    ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่ไม่พบร่องรอยนี้  หลังจากสป๊อคคนหนึ่งกักตัวเอาไว้ในห้องทดลองของผม  ในที่สุดสิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องได้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว  สิ่งที่ดูไร้ความหมายและไม่เข้าเรื่องนั่นเอง  พูดสั้นๆ คนของผมเอง  คุณคงจำได้ว่าในการพูดคุยส่วนตัวครั้งแรกกับสป๊อคคนหนึ่ง เขาค่อนข้างติดอ่าง”
    เคิร์กย้อนคิดเรื่องนั้น  “ใช่หมอ  แต่มันหายไปเกือบทันที  ผมคิดว่าผมอาจนึกไปเองก็ได้”
    “คุณไม่ได้นึกไปเองหรอก  คุณซึ่งสามารถปรับตัวเองได้แบบสป๊อคอาจแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปได้ภายในเวลาสั้นๆ แต่การที่เขาเผลอแสดงออกเป็นส้นเท้าของอะคิลลิส  ในฐานะร่างจำลองซึ่งเป็นภาพซ้อนจากกระจกเงา  เขาเป็นคนถนัดซ้ายอย่างที่เราเดากันไว้อีกเหมือนกัน  ฟังนะ  จิม  ความถนัดของมือเป็นการแสดงออกทางสรีระที่สำคัญซึ่งซีกสมองซีกหนึ่งของมนุษย์ควบคุมอยู่  และบังคับการแสดงออกของเขาด้วย  มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทแยงกัน  ถ้าสมองซีกซ้ายของคุณเป็นผู้ควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดขวา  ถ้าสมองซีกขวาควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดซ้าย  เพราะฉะนั้นการฝึกให้เด็กถนัดซ้ายมาถนัดขวา  จึงเป็นคำสั่งขัดแย้งกันสำหรับสมองของเด็ก  รวมทั้งมีผลต่อระบบกล้ามเนื้อของเขา  และมีผลกระทบถึงระบบประสาทส่วนกลางด้วย  พฤติกรรมที่ออกมาบางครั้งจึงเป็นลักษณะที่ไม่คล่องแคล่ว  คุณคิดว่าสป๊อคหนึ่งอาจพูดติดอ่างเนื่องจากอารมณ์หรือความสับสน  และคุณเองก็สงสัยเหมือนกัน  เอาละมันน่าจะเป็นไปได้  แต่ที่จริงแล้ว  เขาพูดติดอ่างเพราะเขาเป็นร่างจำลองจากภาพซ้อน  และยงเล่นเป็นตัวจริงได้ไม่คล่อง”
    “เป็นการพิจารณาเหตุเพื่อหาผลสรุปได้ชาญฉลาดมากคุณโฮล์ม”  เคิร์กพูด  “แต่ผมยังไม่เห็นว่าเรื่องทั้งหมดมันจะเกี่ยงกับเรื่องอาหารได้ยังไง?”
    “เพราะผมยังพูดไม่ถึงซิครับ  ขอย้อนหลังสักนิด  ผมคงไม่ต้องอธิบายให้คุณฟังว่า  กรดอะมิโนมีความสำคัญอย่างไรกับโภชนาการของสัตว์  มันเป็นโครงสร้างของโปรตีน  แต่สิ่งที่คุณไม่รู้ก็คือแต่ละกรดอะมิโนจะมีโมเลกุลสองรูป  ถ้าคุณเคยทำผลึกอะมิโนบริสุทธิ์และผ่านแสงที่มีคลื่นไปทางเดียวเข้าไปในผลึกนั้น  แสงจะหักมุมโค้งเมื่อผ่านออกมา  อาจเป็นทางซ้ายหรือทางขวา  มันเป็นรูปจากวัฏจักรของ  เลวูโล  ซึ่งหักเหลำแสงไปทางซ้ายและเป็นที่ต้องการของร่างกายมนุษย์  ส่วนรูปร่างวัฏจักรของเค็กซโตรไม่มีประโยชน์ต่อมนุษย์
    ภาพซ้อนจากกระจกเงาของสป๊อคหนึ่งก็ต้องการโมเลกุลที่เหมาะสมกับร่างกายของเขา  เขาสามารถใช้อาหารที่เราใช้กินอยู่ได้  สิ่งที่เขาต้องการไม่สามารถหาได้จากอาหารของเรา
    นอกจากนั้น  เขาต้องเผชิญกับความหิว  ไม่ใช่เรื่องแปลกว่าเขากินได้มากขนาดไหน  ก็เหมือนกระต่ายของผมนั่นแหละ  แต่อาจเป็นไปได้ว่าระบบประสาทส่วนกลางของเขาจะเป็นพิษ  ถ้าเขากินอาหารของเรา  (เพราะเหตุผลแปลกๆ นี้)  ไม่เคยมีมนุษย์พยายามกินอาหารซึ่งประกอบด้วยอะมิโนที่ตรงข้ามกัน  ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าเขาอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษ  และมีผลกระทบถึงการทำหน้าที่ของสมองได้หรือไม่  หน้าที่ซึ่งสัตว์ไม่มี  สป๊อคหนึ่งไม่มีโอกาสเป็นอย่างนั้น  เขาอดอาหารสองสามวันเท่าที่ทำได้เพื่อใช้เป็นคำแก้ตัวสำหรับการกักตนเองไว้ในห้องทดลองในฐานะลูกผสมวัลแคน  เขาสามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่กินอาหารได้ไม่ยาก  และเขาก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากจนคริสตินก็คงไม่รู้ว่าเขากินอาหารแล้ว....”
    “เขาเตรียมกั้นกรดอะมิโนยี่สิบแปดอันสำหรับตนเอง”  เคิร์กพูดขัดขึ้น  “ไม่น่าเชื่อ”
    “ครับ  มันน่าจะเกินกำลังของสป็อคและห้องทดลองของผมก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอให้ทำเช่นนั้นได้ด้วย  แต่โชคเขายังดี  อะมิโนเพียงแปดอันก็ใช้ได้ผลแล้วในช่วงอดอาหาร  ส่วนที่เหลือจะถูกร่างกายประกอบขึ้นเองจากวัตถุดิบที่ดัดแปลงให้ง่ายเข้า  แต่ผมยอมรับว่าการทำแบบนั้นกับตนเองได้คงเป็นความสำเร็จที่น่าเลื่อมใสอย่างมาก”
    “แล้วเขาก็คงไม่ต้องหลบหนีซิ  เอาละหมอ  รายงานเรื่องนี้ให้สก๊อตตี้ทราบให้หมด”
    “ผมบันทึกเทปไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว  แต่ผมรีรอที่จะแจ้งให้เขารู้จนกว่าผมจะแน่ใจในท่าทีของคุณก่อน”  ศัลยแพทย์พูด
    “ดีมากที่ทำอย่างนั้น  ตอนนี้ลองเดาสิว่าสป๊อคหนึ่งน่าจะหลบหนีไปที่ไหนบ้าง?”
    “ไม่ใช่เรื่องง่าย  จิตใจของเขาต้องกลับกันด้วยเหมือนกัน  ผมไม่เคยรู้จักชัดว่าเมื่อไหร่จะเข้าถึงจุดที่ผมเรียกเอาเองว่าภาวะปกติของมัน”
    เคิร์กยิ้มอย่างอ่อนล้า  “คุณได้ทำสิ่งมหัศจรรย์ไปแล้ว  ผมไม่ควรถามคุณทีละสองอย่างในเวลาเดียวกัน  ขอแสดงความยินดีด้วยนะหมอ”
    “ขอบคุณมาก  คุณคิดจะทำอะไรต่อไป  จิม”
    “ผมจะกลับห้องไปพักสักครู่  ผมคิดว่าเอ็นเตอร์ไพร้ส์น่าจะดีขึ้นจนพอให้ผมเอนหลังได้บ้าง  แทนที่จะตื่นอยู่ตลอดเวลา”
    “ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดยังงี้”  แม็คคอยพูดเตือนสติ  “ไม่อย่างนั้นผมจะต้องบอกคุณด้วยตนเอง  การไม่ได้พักผ่อนจะทำให้ทุกสิ่งเลวลง”
   
    เคิร์กหลับได้สามชั่วโมง  เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น  เขาผุดลุกขึ้นทันที
    “คุณเชคอฟ  มีอะไรรึ?”  เขาถาม
    “สป๊อคหนึ่งครับกัปตัน”  เสียงดังผ่านเครื่องติดต่อภายใน  “เขาเพิ่งจะเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุเมื่อกี้นี้  ผมสั่งยามรักษาความปลอดภัยที่มือแน่ไว้ใจได้ให้ล้อมบริเวณนั้นไว้”
    “เปลี่ยนคำสั่งใหม่”  เคิร์กพูดร้อนรน  รู้สึกตื่นเต้นเต็มที่เป็นครั้งแรกในเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้  “ให้ยามรักษาการณ์บริเวณห้องเครื่องเท่านั้น  สั่งให้ฉายภาพภายในห้องเก็บของและส่งภาพมายังห้องบังคับการ  ยามคนอื่นให้อยู่ประจำที่ตำแหน่งเดิม  ปิดทางออกจากดาดฟ้าพัสดุทั้งหมดด้วยรหัสใหม่”
    “ครับ  คุณจะมาประจำหน้าที่ที่ห้องบังคับการมั้ยครับกัปตัน”
    “แน่นอน”

    สป๊อคหนึ่งเลือกเวลาจู่โจมอย่างรอบคอบ  การกำหนดการเวลาของเขาได้ผลเต็มที่  การปรากฏตัวในบริเวณดาดฟ้าพัสดุของเขาเป็นเพียงอุบายเท่านั้น  เพราะการค้นหาเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุจะเปิดโอกาสให้เขาเต็มที่  แผ่นกระดาษใหญ่ในห้องบังคับการส่งสัญญาณว่าประตูทางออกไปทางดาดฟ้าเก็บยานเล็กและประตูสองบานซึ่งเปิดให้ออกสู่อวกาศกำลังม้วนตัวเปิด  เพราะถูกลบล้างคำสั่งเดิม  ก่อนที่ห้องบังคับการจะทันรู้ตัวว่าถูกลบล้างคำสั่ง  ประตูทั้งสองก็แยกจากกันพอให้กระสวยอวกาศผ่านออกไปได้  มันดีดตัวห่างเข้าไปสู่แสงจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของออร์กาเนียด้วยความเร็วสูงสุด
    “ดึงกลับ”  เคิร์กสั่งทันที
    “เสียใจครับกัปตัน”  เชคอฟพูด  “เขาเพิ่งเดินทางด้วยพลังขับเคลื่อนวาร์ป”
    “เราไม่เคยมีกระสวยอวกาศพลังขับเคลื่อนวาร์ป”  เคิร์กคิดอย่างท้อแท้  “แต่เรามีแล้ว  เดี๋ยวนี้”
    “วิธีกำจัดที่ดีมาก”  แม็คคอยพูดหลังจากมาถึงห้องบังคับการ  ทันเห็นจุดจบของความล้มเหลวอย่างไม่มีท่านั้น
    “คุณคิดหรือว่าเรากำจัดเขาได้แล้ว  หมอ”  เคิร์กถามอย่างเย็นชา  “ผมคิดว่ายังไม่มีอะไรยืนยันอย่างนั้นเลย”
    “ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน”  สป๊อคสองพูด
    “ฝ่ายสื่อสารคอยฟังว่ากระสวยอวกาศลำนั้นได้พยายามที่จะติดต่อกับพวกคลิงกอนระหว่างทางมั้ย  ถ้าพยายามทำก็ส่งคลื่นรบกวนเสีย  เฮล์มแมนติดตั้งจรวดผ่านทิศทางที่ท้ายยาน  แต่ไม่ต้องใส่หัวรบจนกว่าจะได้รับคำสั่ง  หน่วยรักษาความปลอดภัยทุกคนเฝ้ารักษาการณ์ตามจุดต่างๆ บนยานต่อไป  ตอนนี้ไปตรวจดูภายในของกระสวยอวกาศที่ยังเหลืออยู่อีกด้วย  คุณสป๊อคพยายามรวบรวมการควบคุมระยะไกลของกระสวยที่ถูกขับหนีไปด้วย  และบังคับให้มันกลับมาที่ยาน  แต่ถ้าคุณเอามันกลับมาไม่ได้  อย่าปล่อยให้เข้ามาในยานได้”
    เขาหยุดไปสักครู่  เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งแล้วก็เสริมว่า  “ครั้งนี้เป็นการทำงานหละหลวมและมีอันตรายมาก  เป็นความผิดของทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย  จากนี้ไปเหตุการณ์จะตึงเครียดขึ้น  ทุกคนเข้าใจมั้ย?”
    แม้จะไม่มีเสียงตอบ  แต่ทุกคนก็เข้าใจในสถานการณ์ดี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet