สป๊อคต้องตาย 09 - ชายในกระจกเงา
posted on 24 May 2009 13:07 by eveba in Fiction
สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
09.
ชายในกระจกเงา
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4194.6
เมื่อสป๊อคหนึ่งตกใจกลัว ดูเหมือนเขาจะมีเวลาให้กับตัวเองมากทีเดียว เขาหนีไปทางช่องระบายอากาศขณะที่เราหาทางเข้าไปในห้องทดลองของหมอแม็คคอย เครื่องมือทดลองไม่ได้รับความเสียหายยกเว้นตอนที่เราพังประตูเข้าไปเท่านั้น สป๊อคหนึ่งกำลังต้มของเหลวหลายอย่างในหลอดทดลองอยู่ มันเดือด ไหลซึม และหยดลงมา การเปลี่ยนไอออนและการแยกย้ายกระแสไฟฟ้าในทางตรงกันข้ามเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของเขาซึ่งผมพบ ผมห้ามทุกคนแตะต้อง จนกว่าหมอแม็คคอยจะได้ศึกษามันอย่างละเอียด แต่เขาบอกผมว่า เขาคิดว่าเขารู้จุดมุ่งหมายของการทดลองนี้แล้ว
การติดตามหาสป๊อคหนึ่งประสบความล้มเหลว เขารู้พื้นที่ทุกบาศก์เซ็นติเมตรบนยานลำนี้ รวมทั้งความวกวนภายในยานลำนี้ดีกว่าทุกๆ คนยกเว้นสก๊อต ดังนั้นเขาอาจอยู่ที่ไหนก็ได้ในเวลานี้ ผมจัดยามเฝ้าสป๊อคสองไว้ในห้องพักของเขาและให้คนอื่นนอกจากตัวผม เช่น หัวหน้าแผนกทุกคนและลูกน้องในเวรของเขาให้เฝ้าตามห้องขนส่ง ดาดฟ้าเก็บยานเล็ก ทางเดินต่างๆ ห้องเครื่อง ห้องสันทนาการ ห้องเก็บอาวุธ และห้องทดลอง ถ้าหากผมลืมที่สำคัญอื่นซึ่งเขาอาจกลับไปที่นั่นได้ ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ผมใช้ทุกคนที่ผมสั่งการได้ให้ไปรักษาความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่เป็นอันตราย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย
ผมสั่งให้ทุกคนนอนได้คนละหกชั่วโมงเหมือนในภาวะสงคราม และแต่งตั้งคุณเชคอฟปฏิบัติงานในเวลากลางวัน ผมจะนอนพักต่อเมื่อเขามาทำหน้าที่บนห้องบังคับการแล้ว และผมได้คุยกับหมอแม็คคอยราวสิบนาที
“สิ่งต่างๆ ในห้องทดลองช่วยให้การเดาสถานการณ์ครั้งนี้ของผมน่าเชื่อถือ” แม็คคอยพูด “คุณปล่อยสป๊อคสองได้แล้ว เขาเป็นตัวจริงแน่นอน”
“มันเป็นอะไร ผมหมายถึงสิ่งต่างๆ ในหลอดทดลองนั่น”
“ระบบสำหรับประกอบอาหารทางเคมีของเขา โดยใช้อาหารของยานที่เราส่งไปให้เขาเป็นวัตถุดิบ เติมเคมีธาตุบางอย่างของผม เขากักตัวเองอยู่ในห้องทดลองของผมเพื่อที่จะหาโอกาสใช้เครื่องมือของผม เขาสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้าไม่อยากกินอาหารกับพวกเรา แต่ไม่มีที่อื่นให้เขาปรุงอาหารของเขาเองนอกจากที่นี่”
เคิร์กยังงงอยู่ คำอธายนั้นไม่ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้น
เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“เอาละ ผมจะเริ่มตั้งแต่ต้น” แม็คคอยพูด “แม้ว่าจะตัดสินใจยากว่ามันตั้งต้นตรงไหน คุณคงจำได้ว่าสป๊อคสองแนะว่าร่างจำลองอาจเป็นภาพที่เกิดจากกระจกเงาของร่างต้นแบบ แล้วคุณกับผมก็ถกเถียงกันถึงความน่าจะเป็นไปได้”
“และพบว่าไม่มีทางพิสูจน์ได้”
“ใช่ จากนั้นสก๊อตตี้ส่งสัตว์ทดลองที่เขาส่งผ่านระบบขนส่งใหม่มาให้ผม ไม่มีปัญหา ร่างจำลองเหล่านั้นเป็นภาพซ้อนในกระจกเงาแน่ๆ แม้พวกเขาจะมีชีวิตและสุขภาพเหมือนกัน แต่พวกเขาก็ตายหมดภายในหนึ่งวันเหมือนที่ผมรายงานให้คุณรู้
ผมได้ชันสูตรพลิกศพมัน และสรุปได้เพียงอย่างเดียวว่ามันตายเพราะการอดอาหาร ทั้งๆ ที่มันกินถั่วเข้าไปด้วยวิธีเดียวกับสัตว์กินผักพวกกระต่ายเพื่อให้มีชีวิตรอด ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้ในตอนแรก และไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับปัญหาของสป๊อคสองคนได้อย่างไร ไม่มีใครสักคนอดอาหารใกล้ตาย แล้วคนไหนจะเป็นร่างจำลอง
ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่ไม่พบร่องรอยนี้ หลังจากสป๊อคคนหนึ่งกักตัวเอาไว้ในห้องทดลองของผม ในที่สุดสิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องได้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว สิ่งที่ดูไร้ความหมายและไม่เข้าเรื่องนั่นเอง พูดสั้นๆ คนของผมเอง คุณคงจำได้ว่าในการพูดคุยส่วนตัวครั้งแรกกับสป๊อคคนหนึ่ง เขาค่อนข้างติดอ่าง”
เคิร์กย้อนคิดเรื่องนั้น “ใช่หมอ แต่มันหายไปเกือบทันที ผมคิดว่าผมอาจนึกไปเองก็ได้”
“คุณไม่ได้นึกไปเองหรอก คุณซึ่งสามารถปรับตัวเองได้แบบสป๊อคอาจแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปได้ภายในเวลาสั้นๆ แต่การที่เขาเผลอแสดงออกเป็นส้นเท้าของอะคิลลิส ในฐานะร่างจำลองซึ่งเป็นภาพซ้อนจากกระจกเงา เขาเป็นคนถนัดซ้ายอย่างที่เราเดากันไว้อีกเหมือนกัน ฟังนะ จิม ความถนัดของมือเป็นการแสดงออกทางสรีระที่สำคัญซึ่งซีกสมองซีกหนึ่งของมนุษย์ควบคุมอยู่ และบังคับการแสดงออกของเขาด้วย มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทแยงกัน ถ้าสมองซีกซ้ายของคุณเป็นผู้ควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดขวา ถ้าสมองซีกขวาควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดซ้าย เพราะฉะนั้นการฝึกให้เด็กถนัดซ้ายมาถนัดขวา จึงเป็นคำสั่งขัดแย้งกันสำหรับสมองของเด็ก รวมทั้งมีผลต่อระบบกล้ามเนื้อของเขา และมีผลกระทบถึงระบบประสาทส่วนกลางด้วย พฤติกรรมที่ออกมาบางครั้งจึงเป็นลักษณะที่ไม่คล่องแคล่ว คุณคิดว่าสป๊อคหนึ่งอาจพูดติดอ่างเนื่องจากอารมณ์หรือความสับสน และคุณเองก็สงสัยเหมือนกัน เอาละมันน่าจะเป็นไปได้ แต่ที่จริงแล้ว เขาพูดติดอ่างเพราะเขาเป็นร่างจำลองจากภาพซ้อน และยงเล่นเป็นตัวจริงได้ไม่คล่อง”
“เป็นการพิจารณาเหตุเพื่อหาผลสรุปได้ชาญฉลาดมากคุณโฮล์ม” เคิร์กพูด “แต่ผมยังไม่เห็นว่าเรื่องทั้งหมดมันจะเกี่ยงกับเรื่องอาหารได้ยังไง?”
“เพราะผมยังพูดไม่ถึงซิครับ ขอย้อนหลังสักนิด ผมคงไม่ต้องอธิบายให้คุณฟังว่า กรดอะมิโนมีความสำคัญอย่างไรกับโภชนาการของสัตว์ มันเป็นโครงสร้างของโปรตีน แต่สิ่งที่คุณไม่รู้ก็คือแต่ละกรดอะมิโนจะมีโมเลกุลสองรูป ถ้าคุณเคยทำผลึกอะมิโนบริสุทธิ์และผ่านแสงที่มีคลื่นไปทางเดียวเข้าไปในผลึกนั้น แสงจะหักมุมโค้งเมื่อผ่านออกมา อาจเป็นทางซ้ายหรือทางขวา มันเป็นรูปจากวัฏจักรของ เลวูโล ซึ่งหักเหลำแสงไปทางซ้ายและเป็นที่ต้องการของร่างกายมนุษย์ ส่วนรูปร่างวัฏจักรของเค็กซโตรไม่มีประโยชน์ต่อมนุษย์
ภาพซ้อนจากกระจกเงาของสป๊อคหนึ่งก็ต้องการโมเลกุลที่เหมาะสมกับร่างกายของเขา เขาสามารถใช้อาหารที่เราใช้กินอยู่ได้ สิ่งที่เขาต้องการไม่สามารถหาได้จากอาหารของเรา
นอกจากนั้น เขาต้องเผชิญกับความหิว ไม่ใช่เรื่องแปลกว่าเขากินได้มากขนาดไหน ก็เหมือนกระต่ายของผมนั่นแหละ แต่อาจเป็นไปได้ว่าระบบประสาทส่วนกลางของเขาจะเป็นพิษ ถ้าเขากินอาหารของเรา (เพราะเหตุผลแปลกๆ นี้) ไม่เคยมีมนุษย์พยายามกินอาหารซึ่งประกอบด้วยอะมิโนที่ตรงข้ามกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าเขาอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษ และมีผลกระทบถึงการทำหน้าที่ของสมองได้หรือไม่ หน้าที่ซึ่งสัตว์ไม่มี สป๊อคหนึ่งไม่มีโอกาสเป็นอย่างนั้น เขาอดอาหารสองสามวันเท่าที่ทำได้เพื่อใช้เป็นคำแก้ตัวสำหรับการกักตนเองไว้ในห้องทดลองในฐานะลูกผสมวัลแคน เขาสามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่กินอาหารได้ไม่ยาก และเขาก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากจนคริสตินก็คงไม่รู้ว่าเขากินอาหารแล้ว....”
“เขาเตรียมกั้นกรดอะมิโนยี่สิบแปดอันสำหรับตนเอง” เคิร์กพูดขัดขึ้น “ไม่น่าเชื่อ”
“ครับ มันน่าจะเกินกำลังของสป็อคและห้องทดลองของผมก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอให้ทำเช่นนั้นได้ด้วย แต่โชคเขายังดี อะมิโนเพียงแปดอันก็ใช้ได้ผลแล้วในช่วงอดอาหาร ส่วนที่เหลือจะถูกร่างกายประกอบขึ้นเองจากวัตถุดิบที่ดัดแปลงให้ง่ายเข้า แต่ผมยอมรับว่าการทำแบบนั้นกับตนเองได้คงเป็นความสำเร็จที่น่าเลื่อมใสอย่างมาก”
“แล้วเขาก็คงไม่ต้องหลบหนีซิ เอาละหมอ รายงานเรื่องนี้ให้สก๊อตตี้ทราบให้หมด”
“ผมบันทึกเทปไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว แต่ผมรีรอที่จะแจ้งให้เขารู้จนกว่าผมจะแน่ใจในท่าทีของคุณก่อน” ศัลยแพทย์พูด
“ดีมากที่ทำอย่างนั้น ตอนนี้ลองเดาสิว่าสป๊อคหนึ่งน่าจะหลบหนีไปที่ไหนบ้าง?”
“ไม่ใช่เรื่องง่าย จิตใจของเขาต้องกลับกันด้วยเหมือนกัน ผมไม่เคยรู้จักชัดว่าเมื่อไหร่จะเข้าถึงจุดที่ผมเรียกเอาเองว่าภาวะปกติของมัน”
เคิร์กยิ้มอย่างอ่อนล้า “คุณได้ทำสิ่งมหัศจรรย์ไปแล้ว ผมไม่ควรถามคุณทีละสองอย่างในเวลาเดียวกัน ขอแสดงความยินดีด้วยนะหมอ”
“ขอบคุณมาก คุณคิดจะทำอะไรต่อไป จิม”
“ผมจะกลับห้องไปพักสักครู่ ผมคิดว่าเอ็นเตอร์ไพร้ส์น่าจะดีขึ้นจนพอให้ผมเอนหลังได้บ้าง แทนที่จะตื่นอยู่ตลอดเวลา”
“ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดยังงี้” แม็คคอยพูดเตือนสติ “ไม่อย่างนั้นผมจะต้องบอกคุณด้วยตนเอง การไม่ได้พักผ่อนจะทำให้ทุกสิ่งเลวลง”
เคิร์กหลับได้สามชั่วโมง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น เขาผุดลุกขึ้นทันที
“คุณเชคอฟ มีอะไรรึ?” เขาถาม
“สป๊อคหนึ่งครับกัปตัน” เสียงดังผ่านเครื่องติดต่อภายใน “เขาเพิ่งจะเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุเมื่อกี้นี้ ผมสั่งยามรักษาความปลอดภัยที่มือแน่ไว้ใจได้ให้ล้อมบริเวณนั้นไว้”
“เปลี่ยนคำสั่งใหม่” เคิร์กพูดร้อนรน รู้สึกตื่นเต้นเต็มที่เป็นครั้งแรกในเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ “ให้ยามรักษาการณ์บริเวณห้องเครื่องเท่านั้น สั่งให้ฉายภาพภายในห้องเก็บของและส่งภาพมายังห้องบังคับการ ยามคนอื่นให้อยู่ประจำที่ตำแหน่งเดิม ปิดทางออกจากดาดฟ้าพัสดุทั้งหมดด้วยรหัสใหม่”
“ครับ คุณจะมาประจำหน้าที่ที่ห้องบังคับการมั้ยครับกัปตัน”
“แน่นอน”
สป๊อคหนึ่งเลือกเวลาจู่โจมอย่างรอบคอบ การกำหนดการเวลาของเขาได้ผลเต็มที่ การปรากฏตัวในบริเวณดาดฟ้าพัสดุของเขาเป็นเพียงอุบายเท่านั้น เพราะการค้นหาเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุจะเปิดโอกาสให้เขาเต็มที่ แผ่นกระดาษใหญ่ในห้องบังคับการส่งสัญญาณว่าประตูทางออกไปทางดาดฟ้าเก็บยานเล็กและประตูสองบานซึ่งเปิดให้ออกสู่อวกาศกำลังม้วนตัวเปิด เพราะถูกลบล้างคำสั่งเดิม ก่อนที่ห้องบังคับการจะทันรู้ตัวว่าถูกลบล้างคำสั่ง ประตูทั้งสองก็แยกจากกันพอให้กระสวยอวกาศผ่านออกไปได้ มันดีดตัวห่างเข้าไปสู่แสงจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของออร์กาเนียด้วยความเร็วสูงสุด
“ดึงกลับ” เคิร์กสั่งทันที
“เสียใจครับกัปตัน” เชคอฟพูด “เขาเพิ่งเดินทางด้วยพลังขับเคลื่อนวาร์ป”
“เราไม่เคยมีกระสวยอวกาศพลังขับเคลื่อนวาร์ป” เคิร์กคิดอย่างท้อแท้ “แต่เรามีแล้ว เดี๋ยวนี้”
“วิธีกำจัดที่ดีมาก” แม็คคอยพูดหลังจากมาถึงห้องบังคับการ ทันเห็นจุดจบของความล้มเหลวอย่างไม่มีท่านั้น
“คุณคิดหรือว่าเรากำจัดเขาได้แล้ว หมอ” เคิร์กถามอย่างเย็นชา “ผมคิดว่ายังไม่มีอะไรยืนยันอย่างนั้นเลย”
“ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน” สป๊อคสองพูด
“ฝ่ายสื่อสารคอยฟังว่ากระสวยอวกาศลำนั้นได้พยายามที่จะติดต่อกับพวกคลิงกอนระหว่างทางมั้ย ถ้าพยายามทำก็ส่งคลื่นรบกวนเสีย เฮล์มแมนติดตั้งจรวดผ่านทิศทางที่ท้ายยาน แต่ไม่ต้องใส่หัวรบจนกว่าจะได้รับคำสั่ง หน่วยรักษาความปลอดภัยทุกคนเฝ้ารักษาการณ์ตามจุดต่างๆ บนยานต่อไป ตอนนี้ไปตรวจดูภายในของกระสวยอวกาศที่ยังเหลืออยู่อีกด้วย คุณสป๊อคพยายามรวบรวมการควบคุมระยะไกลของกระสวยที่ถูกขับหนีไปด้วย และบังคับให้มันกลับมาที่ยาน แต่ถ้าคุณเอามันกลับมาไม่ได้ อย่าปล่อยให้เข้ามาในยานได้”
เขาหยุดไปสักครู่ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งแล้วก็เสริมว่า “ครั้งนี้เป็นการทำงานหละหลวมและมีอันตรายมาก เป็นความผิดของทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย จากนี้ไปเหตุการณ์จะตึงเครียดขึ้น ทุกคนเข้าใจมั้ย?”
แม้จะไม่มีเสียงตอบ แต่ทุกคนก็เข้าใจในสถานการณ์ดี
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
09.
ชายในกระจกเงา
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4194.6
เมื่อสป๊อคหนึ่งตกใจกลัว ดูเหมือนเขาจะมีเวลาให้กับตัวเองมากทีเดียว เขาหนีไปทางช่องระบายอากาศขณะที่เราหาทางเข้าไปในห้องทดลองของหมอแม็คคอย เครื่องมือทดลองไม่ได้รับความเสียหายยกเว้นตอนที่เราพังประตูเข้าไปเท่านั้น สป๊อคหนึ่งกำลังต้มของเหลวหลายอย่างในหลอดทดลองอยู่ มันเดือด ไหลซึม และหยดลงมา การเปลี่ยนไอออนและการแยกย้ายกระแสไฟฟ้าในทางตรงกันข้ามเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองของเขาซึ่งผมพบ ผมห้ามทุกคนแตะต้อง จนกว่าหมอแม็คคอยจะได้ศึกษามันอย่างละเอียด แต่เขาบอกผมว่า เขาคิดว่าเขารู้จุดมุ่งหมายของการทดลองนี้แล้ว
การติดตามหาสป๊อคหนึ่งประสบความล้มเหลว เขารู้พื้นที่ทุกบาศก์เซ็นติเมตรบนยานลำนี้ รวมทั้งความวกวนภายในยานลำนี้ดีกว่าทุกๆ คนยกเว้นสก๊อต ดังนั้นเขาอาจอยู่ที่ไหนก็ได้ในเวลานี้ ผมจัดยามเฝ้าสป๊อคสองไว้ในห้องพักของเขาและให้คนอื่นนอกจากตัวผม เช่น หัวหน้าแผนกทุกคนและลูกน้องในเวรของเขาให้เฝ้าตามห้องขนส่ง ดาดฟ้าเก็บยานเล็ก ทางเดินต่างๆ ห้องเครื่อง ห้องสันทนาการ ห้องเก็บอาวุธ และห้องทดลอง ถ้าหากผมลืมที่สำคัญอื่นซึ่งเขาอาจกลับไปที่นั่นได้ ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ผมใช้ทุกคนที่ผมสั่งการได้ให้ไปรักษาความปลอดภัยโดยหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่เป็นอันตราย และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย
ผมสั่งให้ทุกคนนอนได้คนละหกชั่วโมงเหมือนในภาวะสงคราม และแต่งตั้งคุณเชคอฟปฏิบัติงานในเวลากลางวัน ผมจะนอนพักต่อเมื่อเขามาทำหน้าที่บนห้องบังคับการแล้ว และผมได้คุยกับหมอแม็คคอยราวสิบนาที
“สิ่งต่างๆ ในห้องทดลองช่วยให้การเดาสถานการณ์ครั้งนี้ของผมน่าเชื่อถือ” แม็คคอยพูด “คุณปล่อยสป๊อคสองได้แล้ว เขาเป็นตัวจริงแน่นอน”
“มันเป็นอะไร ผมหมายถึงสิ่งต่างๆ ในหลอดทดลองนั่น”
“ระบบสำหรับประกอบอาหารทางเคมีของเขา โดยใช้อาหารของยานที่เราส่งไปให้เขาเป็นวัตถุดิบ เติมเคมีธาตุบางอย่างของผม เขากักตัวเองอยู่ในห้องทดลองของผมเพื่อที่จะหาโอกาสใช้เครื่องมือของผม เขาสามารถอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้าไม่อยากกินอาหารกับพวกเรา แต่ไม่มีที่อื่นให้เขาปรุงอาหารของเขาเองนอกจากที่นี่”
เคิร์กยังงงอยู่ คำอธายนั้นไม่ช่วยให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้น
เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“เอาละ ผมจะเริ่มตั้งแต่ต้น” แม็คคอยพูด “แม้ว่าจะตัดสินใจยากว่ามันตั้งต้นตรงไหน คุณคงจำได้ว่าสป๊อคสองแนะว่าร่างจำลองอาจเป็นภาพที่เกิดจากกระจกเงาของร่างต้นแบบ แล้วคุณกับผมก็ถกเถียงกันถึงความน่าจะเป็นไปได้”
“และพบว่าไม่มีทางพิสูจน์ได้”
“ใช่ จากนั้นสก๊อตตี้ส่งสัตว์ทดลองที่เขาส่งผ่านระบบขนส่งใหม่มาให้ผม ไม่มีปัญหา ร่างจำลองเหล่านั้นเป็นภาพซ้อนในกระจกเงาแน่ๆ แม้พวกเขาจะมีชีวิตและสุขภาพเหมือนกัน แต่พวกเขาก็ตายหมดภายในหนึ่งวันเหมือนที่ผมรายงานให้คุณรู้
ผมได้ชันสูตรพลิกศพมัน และสรุปได้เพียงอย่างเดียวว่ามันตายเพราะการอดอาหาร ทั้งๆ ที่มันกินถั่วเข้าไปด้วยวิธีเดียวกับสัตว์กินผักพวกกระต่ายเพื่อให้มีชีวิตรอด ผมไม่เข้าใจเรื่องนี้ในตอนแรก และไม่เห็นว่าจะเกี่ยวกับปัญหาของสป๊อคสองคนได้อย่างไร ไม่มีใครสักคนอดอาหารใกล้ตาย แล้วคนไหนจะเป็นร่างจำลอง
ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่มากที่ไม่พบร่องรอยนี้ หลังจากสป๊อคคนหนึ่งกักตัวเอาไว้ในห้องทดลองของผม ในที่สุดสิ่งที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่องได้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว สิ่งที่ดูไร้ความหมายและไม่เข้าเรื่องนั่นเอง พูดสั้นๆ คนของผมเอง คุณคงจำได้ว่าในการพูดคุยส่วนตัวครั้งแรกกับสป๊อคคนหนึ่ง เขาค่อนข้างติดอ่าง”
เคิร์กย้อนคิดเรื่องนั้น “ใช่หมอ แต่มันหายไปเกือบทันที ผมคิดว่าผมอาจนึกไปเองก็ได้”
“คุณไม่ได้นึกไปเองหรอก คุณซึ่งสามารถปรับตัวเองได้แบบสป๊อคอาจแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไปได้ภายในเวลาสั้นๆ แต่การที่เขาเผลอแสดงออกเป็นส้นเท้าของอะคิลลิส ในฐานะร่างจำลองซึ่งเป็นภาพซ้อนจากกระจกเงา เขาเป็นคนถนัดซ้ายอย่างที่เราเดากันไว้อีกเหมือนกัน ฟังนะ จิม ความถนัดของมือเป็นการแสดงออกทางสรีระที่สำคัญซึ่งซีกสมองซีกหนึ่งของมนุษย์ควบคุมอยู่ และบังคับการแสดงออกของเขาด้วย มันเป็นความสัมพันธ์ที่ทแยงกัน ถ้าสมองซีกซ้ายของคุณเป็นผู้ควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดขวา ถ้าสมองซีกขวาควบคุมคุณจะเป็นคนถนัดซ้าย เพราะฉะนั้นการฝึกให้เด็กถนัดซ้ายมาถนัดขวา จึงเป็นคำสั่งขัดแย้งกันสำหรับสมองของเด็ก รวมทั้งมีผลต่อระบบกล้ามเนื้อของเขา และมีผลกระทบถึงระบบประสาทส่วนกลางด้วย พฤติกรรมที่ออกมาบางครั้งจึงเป็นลักษณะที่ไม่คล่องแคล่ว คุณคิดว่าสป๊อคหนึ่งอาจพูดติดอ่างเนื่องจากอารมณ์หรือความสับสน และคุณเองก็สงสัยเหมือนกัน เอาละมันน่าจะเป็นไปได้ แต่ที่จริงแล้ว เขาพูดติดอ่างเพราะเขาเป็นร่างจำลองจากภาพซ้อน และยงเล่นเป็นตัวจริงได้ไม่คล่อง”
“เป็นการพิจารณาเหตุเพื่อหาผลสรุปได้ชาญฉลาดมากคุณโฮล์ม” เคิร์กพูด “แต่ผมยังไม่เห็นว่าเรื่องทั้งหมดมันจะเกี่ยงกับเรื่องอาหารได้ยังไง?”
“เพราะผมยังพูดไม่ถึงซิครับ ขอย้อนหลังสักนิด ผมคงไม่ต้องอธิบายให้คุณฟังว่า กรดอะมิโนมีความสำคัญอย่างไรกับโภชนาการของสัตว์ มันเป็นโครงสร้างของโปรตีน แต่สิ่งที่คุณไม่รู้ก็คือแต่ละกรดอะมิโนจะมีโมเลกุลสองรูป ถ้าคุณเคยทำผลึกอะมิโนบริสุทธิ์และผ่านแสงที่มีคลื่นไปทางเดียวเข้าไปในผลึกนั้น แสงจะหักมุมโค้งเมื่อผ่านออกมา อาจเป็นทางซ้ายหรือทางขวา มันเป็นรูปจากวัฏจักรของ เลวูโล ซึ่งหักเหลำแสงไปทางซ้ายและเป็นที่ต้องการของร่างกายมนุษย์ ส่วนรูปร่างวัฏจักรของเค็กซโตรไม่มีประโยชน์ต่อมนุษย์
ภาพซ้อนจากกระจกเงาของสป๊อคหนึ่งก็ต้องการโมเลกุลที่เหมาะสมกับร่างกายของเขา เขาสามารถใช้อาหารที่เราใช้กินอยู่ได้ สิ่งที่เขาต้องการไม่สามารถหาได้จากอาหารของเรา
นอกจากนั้น เขาต้องเผชิญกับความหิว ไม่ใช่เรื่องแปลกว่าเขากินได้มากขนาดไหน ก็เหมือนกระต่ายของผมนั่นแหละ แต่อาจเป็นไปได้ว่าระบบประสาทส่วนกลางของเขาจะเป็นพิษ ถ้าเขากินอาหารของเรา (เพราะเหตุผลแปลกๆ นี้) ไม่เคยมีมนุษย์พยายามกินอาหารซึ่งประกอบด้วยอะมิโนที่ตรงข้ามกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าเขาอาจเกิดอาการอาหารเป็นพิษ และมีผลกระทบถึงการทำหน้าที่ของสมองได้หรือไม่ หน้าที่ซึ่งสัตว์ไม่มี สป๊อคหนึ่งไม่มีโอกาสเป็นอย่างนั้น เขาอดอาหารสองสามวันเท่าที่ทำได้เพื่อใช้เป็นคำแก้ตัวสำหรับการกักตนเองไว้ในห้องทดลองในฐานะลูกผสมวัลแคน เขาสามารถมีชีวิตอยู่โดยไม่กินอาหารได้ไม่ยาก และเขาก็เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมมากจนคริสตินก็คงไม่รู้ว่าเขากินอาหารแล้ว....”
“เขาเตรียมกั้นกรดอะมิโนยี่สิบแปดอันสำหรับตนเอง” เคิร์กพูดขัดขึ้น “ไม่น่าเชื่อ”
“ครับ มันน่าจะเกินกำลังของสป็อคและห้องทดลองของผมก็ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพอให้ทำเช่นนั้นได้ด้วย แต่โชคเขายังดี อะมิโนเพียงแปดอันก็ใช้ได้ผลแล้วในช่วงอดอาหาร ส่วนที่เหลือจะถูกร่างกายประกอบขึ้นเองจากวัตถุดิบที่ดัดแปลงให้ง่ายเข้า แต่ผมยอมรับว่าการทำแบบนั้นกับตนเองได้คงเป็นความสำเร็จที่น่าเลื่อมใสอย่างมาก”
“แล้วเขาก็คงไม่ต้องหลบหนีซิ เอาละหมอ รายงานเรื่องนี้ให้สก๊อตตี้ทราบให้หมด”
“ผมบันทึกเทปไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว แต่ผมรีรอที่จะแจ้งให้เขารู้จนกว่าผมจะแน่ใจในท่าทีของคุณก่อน” ศัลยแพทย์พูด
“ดีมากที่ทำอย่างนั้น ตอนนี้ลองเดาสิว่าสป๊อคหนึ่งน่าจะหลบหนีไปที่ไหนบ้าง?”
“ไม่ใช่เรื่องง่าย จิตใจของเขาต้องกลับกันด้วยเหมือนกัน ผมไม่เคยรู้จักชัดว่าเมื่อไหร่จะเข้าถึงจุดที่ผมเรียกเอาเองว่าภาวะปกติของมัน”
เคิร์กยิ้มอย่างอ่อนล้า “คุณได้ทำสิ่งมหัศจรรย์ไปแล้ว ผมไม่ควรถามคุณทีละสองอย่างในเวลาเดียวกัน ขอแสดงความยินดีด้วยนะหมอ”
“ขอบคุณมาก คุณคิดจะทำอะไรต่อไป จิม”
“ผมจะกลับห้องไปพักสักครู่ ผมคิดว่าเอ็นเตอร์ไพร้ส์น่าจะดีขึ้นจนพอให้ผมเอนหลังได้บ้าง แทนที่จะตื่นอยู่ตลอดเวลา”
“ผมดีใจที่ได้ยินคุณพูดยังงี้” แม็คคอยพูดเตือนสติ “ไม่อย่างนั้นผมจะต้องบอกคุณด้วยตนเอง การไม่ได้พักผ่อนจะทำให้ทุกสิ่งเลวลง”
เคิร์กหลับได้สามชั่วโมง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น เขาผุดลุกขึ้นทันที
“คุณเชคอฟ มีอะไรรึ?” เขาถาม
“สป๊อคหนึ่งครับกัปตัน” เสียงดังผ่านเครื่องติดต่อภายใน “เขาเพิ่งจะเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุเมื่อกี้นี้ ผมสั่งยามรักษาความปลอดภัยที่มือแน่ไว้ใจได้ให้ล้อมบริเวณนั้นไว้”
“เปลี่ยนคำสั่งใหม่” เคิร์กพูดร้อนรน รู้สึกตื่นเต้นเต็มที่เป็นครั้งแรกในเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ “ให้ยามรักษาการณ์บริเวณห้องเครื่องเท่านั้น สั่งให้ฉายภาพภายในห้องเก็บของและส่งภาพมายังห้องบังคับการ ยามคนอื่นให้อยู่ประจำที่ตำแหน่งเดิม ปิดทางออกจากดาดฟ้าพัสดุทั้งหมดด้วยรหัสใหม่”
“ครับ คุณจะมาประจำหน้าที่ที่ห้องบังคับการมั้ยครับกัปตัน”
“แน่นอน”
สป๊อคหนึ่งเลือกเวลาจู่โจมอย่างรอบคอบ การกำหนดการเวลาของเขาได้ผลเต็มที่ การปรากฏตัวในบริเวณดาดฟ้าพัสดุของเขาเป็นเพียงอุบายเท่านั้น เพราะการค้นหาเข้าไปในดาดฟ้าพัสดุจะเปิดโอกาสให้เขาเต็มที่ แผ่นกระดาษใหญ่ในห้องบังคับการส่งสัญญาณว่าประตูทางออกไปทางดาดฟ้าเก็บยานเล็กและประตูสองบานซึ่งเปิดให้ออกสู่อวกาศกำลังม้วนตัวเปิด เพราะถูกลบล้างคำสั่งเดิม ก่อนที่ห้องบังคับการจะทันรู้ตัวว่าถูกลบล้างคำสั่ง ประตูทั้งสองก็แยกจากกันพอให้กระสวยอวกาศผ่านออกไปได้ มันดีดตัวห่างเข้าไปสู่แสงจ้าแห่งดวงอาทิตย์ของออร์กาเนียด้วยความเร็วสูงสุด
“ดึงกลับ” เคิร์กสั่งทันที
“เสียใจครับกัปตัน” เชคอฟพูด “เขาเพิ่งเดินทางด้วยพลังขับเคลื่อนวาร์ป”
“เราไม่เคยมีกระสวยอวกาศพลังขับเคลื่อนวาร์ป” เคิร์กคิดอย่างท้อแท้ “แต่เรามีแล้ว เดี๋ยวนี้”
“วิธีกำจัดที่ดีมาก” แม็คคอยพูดหลังจากมาถึงห้องบังคับการ ทันเห็นจุดจบของความล้มเหลวอย่างไม่มีท่านั้น
“คุณคิดหรือว่าเรากำจัดเขาได้แล้ว หมอ” เคิร์กถามอย่างเย็นชา “ผมคิดว่ายังไม่มีอะไรยืนยันอย่างนั้นเลย”
“ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน” สป๊อคสองพูด
“ฝ่ายสื่อสารคอยฟังว่ากระสวยอวกาศลำนั้นได้พยายามที่จะติดต่อกับพวกคลิงกอนระหว่างทางมั้ย ถ้าพยายามทำก็ส่งคลื่นรบกวนเสีย เฮล์มแมนติดตั้งจรวดผ่านทิศทางที่ท้ายยาน แต่ไม่ต้องใส่หัวรบจนกว่าจะได้รับคำสั่ง หน่วยรักษาความปลอดภัยทุกคนเฝ้ารักษาการณ์ตามจุดต่างๆ บนยานต่อไป ตอนนี้ไปตรวจดูภายในของกระสวยอวกาศที่ยังเหลืออยู่อีกด้วย คุณสป๊อคพยายามรวบรวมการควบคุมระยะไกลของกระสวยที่ถูกขับหนีไปด้วย และบังคับให้มันกลับมาที่ยาน แต่ถ้าคุณเอามันกลับมาไม่ได้ อย่าปล่อยให้เข้ามาในยานได้”
เขาหยุดไปสักครู่ เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งแล้วก็เสริมว่า “ครั้งนี้เป็นการทำงานหละหลวมและมีอันตรายมาก เป็นความผิดของทุกคนรวมทั้งตัวผมเองด้วย จากนี้ไปเหตุการณ์จะตึงเครียดขึ้น ทุกคนเข้าใจมั้ย?”
แม้จะไม่มีเสียงตอบ แต่ทุกคนก็เข้าใจในสถานการณ์ดี