สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)

เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล

08.
    สป๊อคหนี

ปูมกัปตัน  เวลาอวกาศ  4194.4

ทั้งๆ ที่สป๊อคสองคาดการณ์ไว้อย่างน่ากลัว  แต่ความเสียหายที่เกิดแก่ย่นจากการต่อสู้กันเช้านี้มีเพียงเล็กน้อย  เครื่องควบคุมกรีดฉากป้องกันเครื่องหนึ่งเสียหาย  และเซ็นเซอร์บางส่วนเสียหายแต่ไม่ใช่ที่สำคัญ  คุณสก๊อตรายงานว่าสามารถซ่อมให้ใช้การได้ดังเดิมทั้งหมด  ในขณะเดียวกันไม่มียานลาดตระเวนของคลิงกอนอยู่ใกล้วงโคจรของดาวออร์กาเนียอีก  ผมให้เราหยุดพักเหนื่อยเพื่อให้เรามีเวลานึกทบทวนเรื่องราวหลายอย่าง........และถึงเวลาอันสมควรแล้วด้วย


    เครื่องเซ็นเซอร์เหล่านั้นยังใช้การได้  ส่วนใหญ่ยังมีประสิทธิภาพเต็มที่และต่อไว้กับแผนการบินอัตโนมัติ  เจ้าหน้าที่บนห้องบังคับการอยู่ประจำหน้าที่และต่อสายตรงกับห้องเครื่อง  ห้องคนป่วย  ห้องทดลองของแม็คคอยและห้องขนส่ง  เคิร์กจ้องดูหัวหน้าแผนกของเขาทีละคนด้วยสีหน้าเย็นชา
    “เราปฏิบัติการก่อนคิดจริงๆ”  เขาพูด  “รวมทั้งตัวผมด้วย  ผมไม่ตำหนิใครทั้งนั้น  เพราะเราถูกภาวะกดดันติดต่อกันทั้งทางอารมณ์และเหตุการณ์  ตอนนี้ถึงเวลาที่จะคำนวณเรื่องราวต่างๆ แล้ว
    ประการแรก  ผมพบว่า  การต้อนรับของชาวดาวคลิงกอนพิกลมาก  เท่าที่ผมเห็นมีสองประเด็นที่น่าเอาใจใส่ :
    หนึ่ง :  มันเป็นกับดักสำหรับล่อเรา  เห็นได้จากที่เขารู้ว่าเรากำลังไปที่ไหนและผมอยากพูดว่าชาวคลิงกอนไม่มีทางรู้ได้เลยถ้าไม่มีใครบนเอ็นเตอร์ไพร้ส์บอกให้เขารู้
    สอง :  กองกำลังคลิงกอนตั้งคอยอยู่บริเวณนี้และเข้าเล่นงานเราทันทีที่มาถึง  สำหรับเรื่องที่มีปัญหาว่าทำไมพวกคลิงกอนจึงปล่อยให้ยานห้าลำโดยเป็นยานลาดตระเวนขนาดใหญ่หนึ่งลำ  ยานลาดตระเวนขนาดเล็กสามลำ  และยานลำที่ห้าซึ่งไม่รู้ขนาดแน่นอนอยู่ไกลจากบริเวณต่อสู้กันขนาดนั้น  ผมรู้ว่ากองกำลังมากมายของพวกนั้นบังอาจแทรกซึมอยู่ในอวกาศของสหพันธ์  ถ้ายานห้าลำนั้นเป็นเพียงส่วนของกองหนุน  ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ซึ่งไกลจากฐานทัพใหญ่ของคลิงกอนมากเกินกว่าจะขอความช่วยเหลือได้ทัน  และอยู่ห่างไกลจากอาณาเขตของสหพันธ์มาก  จนไม่สามารถเข้าช่วยเสริมกำลังของกองกำลังคลิงกอนในยามคับขันได้  มันไม่ใช่ลักษณะนิสัยของพวกนั้นเลย  และมันก็ไม่มีเหตุผลอื่นด้วย”
    ทุกคนเงียบสนิท  เคิร์กคลายสีหน้าลงเล็กน้อยพร้อมทั้งพูดขึ้น  “ใครอยากจะแสดงความคิดเห็นก็พูดออกมาเลย”
    “ในกรณีนี้นะครับกัปตัน  ผมขอเสนอสมมติฐานที่สาม”  เสียงสป๊อคหนึ่งดังขึ้น
    “ไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใช่มั้ย?”
    “ไม่มีครับกัปตัน  ผมขอข้อแลกเปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่ผมรู้ว่าเป็นการกล่าวหา  ขณะนี้สิ่งที่ผมเสนอเป็นเพียงทางเลือกที่น่าเป็นไปได้สำหรับความคิดของคุณเท่านั้น
    
    ชาวคลิงกอนอาจครอบงำระบบของชาวออร์กาเนียนไว้แล้ว  เพราะพวกเขาเห็นว่ามันเป็นบริเวณที่รุกรานได้ง่าย  พวกเขาอาจไม่เข้าใจว่าอะไรได้เกิดขึ้นกับดาวเคราะห์ดวงนี้มากไปกว่าเรา  แต่พวกเขาต้องรู้แน่ว่าชาวออร์กาเนียนควรเลือกที่จะกลับมาจากที่ซึ่งเขาได้อพยพไป  หรือไม่ว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสภาวะใดก็ตามเขาก็รู้สึกว่าสงครามนั้นก็น่าจะสิ้นสุดลงแล้ว  ที่แย่กว่านั้นก็คือ  เนื่องจากพวกคลิงกอนเริ่มทำสงคราม  โดยไม่เกรงกลัวสนธิสัญญาสันติภาพออร์กาเนียน  การวกกลับมาของพวกเขาเพื่อจะจัดการให้พวกคลิงกอนเข้าปิ้ง”
    “เป็นไปไม่ได้  ไม่น่าเชื่อว่ากองกำลังคลิงกอนจะสามารถป้องกันชาวออร์กาเนียนไม่ให้กระทำการใดๆ ได้  ถ้าเขาต้องการจะทำเช่นนั้น”  สป๊อคสองพูด  “และเป็นความคิดตื้นๆ ที่สรุปว่าพวกคลิงกอนรู้เรื่องนี้”
    “เป็นความจริง”  เสียงสป๊อคหนึ่งย้ำ  “แต่ถ้าพวกเขาไม่เข้าใจว่าอะไรได้เกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนีย  พวกเขาก็อาจเป็นตัวการทำให้มันเป็นอย่างนั้นก็ได้  ซึ่งตรงข้ามกับข้อสันนิษฐานเดิมของผม  พวกเขาคงไม่ต้องการให้ยานสหพันธ์ลำใดเข้ามาสืบสวนสถานการณ์นี้  และพบคำตอบก่อนที่เขาจะทำการสำเร็จ  โดยเฉพาะยานซึ่งมีเครื่องมือพร้อมสำหรับการค้นคว้า  พวกเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่น  ดังนั้นขึงตั้งกองกำลังรักษาการณ์รอบๆ บริเวณนี้”
    ทั้งที่เหตุการณ์ที่มีสป๊อคสองคนบนยานลำนี้จะผ่านมาถึงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบหกวันแล้ว  เคิร์กก็ยังกระตือรือร้นที่จะฟังเสียงซึ่งแทบแยกกันไม่ออกโต้เถียงกันราวกับว่าตกอยู่ในฝันร้ายซึ่งไม่มีวันตื่น  น้ำเสียงแสดงความสุขุมทั้งคู่ขณะโต้ตอบกัน  และต้องจบลงด้วยการตายของใครคนใดคนหนึ่งในที่สุด  ทำให้รู้สึกน่าขนลุกมากกว่า  เคิร์กพยายามพูด  “สป๊อคหนึ่ง  หกสัปดาห์มาแล้วที่คุณอ้างว่ารู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนีย  ตอนนี้คุณเปลี่ยนคำพูดแล้ว”
    “ไม่ใช่ครับกัปตัน  ผมรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนีย  ผมเสนอสมมติฐานเผื่อเลือกไว้ให้เป็นสาเหตุ  และผลการกระทำของคลิงกอน”
    “สป๊อคสอง  คุณมีความเห็นยังไงกับสมมติฐานนี้?”
    “มันดูมีเหตุมีผล”  สป๊อคสองพูด  “ยกอุทาหรณ์เช่น  มันอธิบายว่าทำไมพวกคลิงกอนไม่โจมตีเราเมื่อเราเข้ามาในบริเวณนี้ตอนแรก  พวกเขาได้เตรียมกับดักไว้แล้ว  เขาอาจระเบิดเราในอวกาศได้ภายในสองสามวินาที  และพวกเขาก็ชำนาญในเรื่องแบบนี้เหมือนที่กัปตันบอก  แต่กองกำลังที่ประจำการอยู่ก็น่าจะแปลกใจเมื่อเห็นเราเข้าไปขัดจังหวะครั้งแรก”
    “อีกอย่างหนึ่ง”  เคิร์กพูด  “คือความคิดนี้ไม่เกี่ยวถึงการที่ยานลำนี้ถูกขโมยความลับโดยคุณคนใดคนหนึ่ง”
    “ผมขอพูดนิดหนึ่งได้มั้ยครับกัปตัน?”  ซูลูถาม
    “ว่าไปเลยคุณซูลู”
    “ไม่มีทางใดเลยที่ชาวคลิงกอนจะรู้ว่ากำลังมาที่นี่  พวกนั้นไม่สามารถเดาการเดินทางของผมหลังจากเราทำให้ยานโคลงเคลงเล็กน้อยในตอนแรก  และในอวกาศปกติพวกเขาไม่สามารถตรวจพบการเข้ามาใกล้ของเราด้วยพลังขับเคลื่อนวาร์ปได้  ถูกมั้ย  คุณอูฮูร่า”
    “ไม่เป็นปัญหา”  เจ้าหน้าที่สื่อสารเห็นด้วย
    “ดังนั้น”  ซูลูพูดต่อไป  “กองกำลังประจำการที่นี่ดูเหมือนจะเป็นคำตอบสำหรับเรื่องนี้”
    “ฟังดูมีเหตุผล”  เคิร์กพูด  “แต่ถ้าคุณไม่อ่านสัญญาณผิด  สป๊อคสองคงมีปัญหาบางอย่าง  อะไรล่ะ?”
    “ผมจะไม่เรียกมันว่าปัญหาหรอกครับกัปตัน  ตัวผมเองเพิ่งสำนึกได้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับดาวออร์กาเนีย  คำตอบนี้จะรวมถึงการแก้ปัญหาร่างจำลองด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่เราจะเดาและพูดถึงความน่าเป็นไปได้อีกต่อไป  แต่ผมจะเสริมว่า  ทางแก้คือการทำลายร่างจำลองในห้องทดลองของหมอแม็คคอยเสีย”
    “ทำไมล่ะ?”  เคิร์กถามขึ้นทันที
    “เพราะเขาอ้างว่ารู้คำตอบ  ผมไม่สามารถบอกได้ว่าคำตอบของเขาเหมือนของผมรึเปล่า  ผมหวังว่าคงไม่เหมือน  ที่สำคัญคือเขาไม่มีคำตอบที่ถูกต้อง  หรือถ้าเขารู้  เขาก็ไม่ยอมแสดงออกมา”
    “ดังนั้นคุณจึงกำลังดัดหลังผมอีกคนรึไง?”
    “ผมเสียใจที่ต้องทำอย่างนั้น”  สป๊อคสองพูด
    “ให้ตายซิ  ผมเบื่อกับการแบล็คเมล์ทำนองนี้เต็มทีแล้ว”  เคิร์กพูด  “ผมรู้สึกอยากกำจัดคุณทั้งคู่ด้วยซ้ำไป  เอาละ  ลืมที่ผมพูดเสียก็แล้วกันคุณสก๊อต”
    “ครับกัปตัน”
    “สิ่งที่คุณได้ยินนี้พอจะมีร่องรอยให้คุณแก้ปัญหาได้มั้ย?”
    “มันไม่เกี่ยวกับฟิสิกส์เลยครับกัปตัน  ผมเสียใจที่ต้องตอบอย่างนั้น”
    “หมอแม็คคอย  มีอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการแยกแยะสป๊อคสองคนนี่มั้ย?  มันมีความสัมพันธ์กับปัญหาอื่นๆ มั้ย?”
    “น่าจะนะครับกัปตัน  แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น  ผมก็ยังไม่รู้ว่ายังไง  ผมมั่นใจมันเฉพาะด้านชีววิทยาเพียงอย่างเดียว  อันที่จริงแล้ว  ผมมั่นใจว่าผมบอกคุณได้ตอนนี้เลยว่าคนไหนเป็นร่างลำจอง  และผมจะบอกคุณโดยไม่ต้องขอค่าตอบแทนด้วยซิ  ต้องเป็นสป๊อคหนึ่งแน่”
    “แต่คุณไม่สามารถบอกผมได้ว่า  คนไหนในสองคนนี้ที่มีคำตอบถูกต้องสำหรับปัญหาดาวออร์กาเนีย  หรือการจำลองร่างครั้งนี้เกิดขึ้นได้ยังไงเลยรึ?”
    “เสียใจครับจิม  ผมยังมืดมนเรื่องนั้นอยู่”
    “ถ้างั้นเราก็ยังเคว้งคว้าง  สป๊อคทั้งสองคนอ้างว่ารู้คำตอบเหล่านั้น  และไม่มีใครยอมบอกผม  เราต้องเก็บเขาสองคนไว้กับเราก่อนจนกว่าเราจะพบว่าเขากำลังปิดบังอะไร  หรือในทางตรงกันข้าม  ทั้งคู่อาจหลอกลวงเรา”
    “คนหนึ่งในพวกเราเท่านั้น”  สป๊อคหนึ่งพูด  “เป็นร่างต้นแบบและไม่หลอกลวงแน่ครับกัปตัน  คุณควรปฏิบัติต่อเขาอย่างเอื้อเฟื้อ”
    เคิร์กยกมือปิดตาชั่วครู่  “ผมจะขอโทษกับคนที่รอดชีวิตอยู่  และผมจะสันนิษฐานว่าพวกคุณคนหนึ่งกำลังพูดความจริง  แต่คนไหนล่ะ  ผู้ชายที่ซื่อสัตย์ที่สุด  สป๊อคตัวจริงควรจะเสนอความคิดของเขาอย่างอิสระ  มันเป็นหน้าที่ของเขา  แต่ตอนนี้คุณทั้งสองยืนกรานขอแลกเปลี่ยนความตายของอีกคนหนึ่งกับคำตอบ  นั่นมันยิ่งกว่าการแบล็คเมล์เสียอีก  มันเป็นการจงใจฆาตกรรมทีเดียว  เท่านี้ก็พอให้ผมสงสัยได้แล้วว่า  คุณสองคนอาจไม่ใช่สป๊อคตัวจริงเลยก็ได้”
    มันเป็นความคิดอันน่าสะพรึงกลัว  เป็นไปได้หรือไม่ว่าร่างต้นแบบถูกทำลายด้วยอุบัติเหตุลึกลับในห้องขนส่ง  และทั้งสองคนเป็นร่างจำลอง  แต่แม็คคอยคิดอีกอย่างหนึ่ง  เคิร์กดีใจที่เขาไม่เคยมีความคิดนี้มาก่อน
    เจ้าหน้าที่คนอื่นในห้องบังคับการฟังเรื่องนี้อย่างประหลาดใจคล้ายกับพวกเขากำลังชมละครเศร้าสร้อยตอนใกล้จบ
    “ผมขอพูดหน่อยครับกัปตัน  ที่คุณต่อสู้เมื่อครู่นี้ถือว่าเราอยู่ภาวะสงครามใช่มั้ย?”  สป๊อคพูด  “เท่าที่ผมรู้  สป๊อคร่างจำลองต้องเป็นฝ่ายศัตรู  เหมือนที่ผมเคยบอกคุณเมื่อครั้งคุณไปพบเราสองคนในห้องพักเมื่อเกือบหกเดือนมาแล้ว  ผลของการทรยศคือความตาย  เป็นเหตุผลที่ดีครับกัปตัน  มันไม่ใช่การลงโทษ  เพราะเรารู้ว่าการลงโทษประหารชีวิตไม่ได้ช่วยยับยั้งอะไรได้  แต่เป็นเพราะคนทรยศถูกตัดสินว่าเป็นศัตรู  และเป็นตัวอันตราย  ตราบเท่าที่ศัตรูผู้นั้นยังคงทำตนเป็นศัตรูอยู่ต่อไป”
    “แล้วขบวนการยุติธรรมตามกฎหมายล่ะ?”  เคิร์กพูด  “คุณกำลังรอให้ผมฆ่าสป๊อคหนึ่ง  ราวกับเป็นการติดต่อซื้อขายความตายของเขาแลกเปลี่ยนกับข้อมูลของคุณ  ยังกับว่าคุณกำลังร้องขอชุดเครื่องแบบจากผม  เรื่องนี้มันเกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์คนหนึ่ง  และผมไม่อยากตัดสินใจฆ่าเขาแม้ว่าจะเป็นคนทรยศถ้าไม่มีหลักฐานว่าผิดจริง”
    “เราจะเสนอเรื่องแบบนี้ให้ศาลไหนตัดสินได้กัน”  สป็อคหนึ่งพูดผ่านเครื่องติดต่อ  “ไม่มีคนกลุ่มใดที่มีอำนาจจัดการเรื่องนี้มากับยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์ด้วย”
    “คุณสามารถร้องเรียนกับผมได้”  แม็คคอยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  “ผมสามารถบอกได้ว่าใครเป็นร่างจำลอง  และทดลองได้ง่ายๆ ด้วย  คุณอยากฟังข้อเสนอของผมเป็นการส่วนตัวมั้ยจิม  หรือจะให้ผมพูดโพล่งออกไปเลย”
    “ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะรู้ว่าพวกเขาจะถูกทำอะไร  พูดออกมาเลยหมอ  เสียเวลามากแล้ว  พวกคลิงกอนอาจตามหลังเรามาก็ได้”
    “ตกลงครับกัปตัน  การทดสอบทำได้ดังนี้ : ปล่อยสป๊อคออกมาจากที่กักบริเวณ  แล้วให้ทั้งคู่ทานอาหารธรรมดาของยาน  คนหนึ่งจะต้องปฏิเสธ  เขาคือตัวปลอมและน่าจะเป็นคนทรยศด้วย  อย่างน้อยก็สามารถทำตัวแบบนั้นได้”
    เคิร์กเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างรู้สึกเหมือนถูกต่อยปาก  ทั้งหมดเป็นปัญหาสำคัญ  เป็นความขัดแย้งส่วนตัว  เป็นความตึงเครียดทางอารมณ์  แต่มันจะแก้ไขได้ด้วยซุปไก่สองจานหรือ  มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ  เขายังรู้สึกว่ากำลังเผชิญปัญหานี้อยู่มากกว่าได้รับคำตอบแล้ว  เขาพูดด้วยในที่สุด  “คุณจะทดสอบแบบนี้จริงๆ รึหมอ?”
    “ผมคิดจริงๆ ครับกัปตัน  ถ้ามันไม่ได้ผลคุณก็ไม่ได้เสียอะไรมากขึ้น  แต่ผมมั่นใจว่ามันได้ผลแน่”
    เคิร์กหันไปทางเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่ง
    “สป๊อคสอง  คุณเห็นด้วยมั้ย?”
    “ผมเห็นด้วย”  สป๊อคสองพูดทันที  “เพราะผมกินอาหารธรรมดาบนยานลำนี้มาหลายเดือนแล้ว  คนอื่นทุกคนก็เห็น ผมขอเสริมด้วยนะครับ  กัปตัน  ว่าการทดสอบครั้งนี้ชาญฉลาดและง่ายมาก  ผมขอชมเชยคุณหมอแม็คคอย”
    “สป๊อคหนึ่งคุณเห็นด้วยมั้ย?”
    ไม่มีเสียงตอบ
    “สป๊อคหนึ่ง  ผมให้เวลาคุณตอบสิบวินาที”
    ไม่มีเสียงตอบ  สิบวินาทีผ่านไป
    “หน่วยรักษาความปลอดภัย  ยามสองคนมาที่ห้องบังคับการด่วน  อีกสามคนไปห้องทดลองของแม็คคอย  จับตัวชายข้างในนั้นถ้าทำได้  ถ้าทำไม่ได้ให้ระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย”
    สป๊อคสองหมุนเก้าอี้ทำท่าจะลุกขึ้นยืน  ทันใดนั้นปืนเฟเซอร์กระบอกเล็กของเคิร์กก็จี้เข้าที่ท้องของเขา  เคิร์กไม่เคยมีบรรพบุรุษอยู่ในอเมริกาตะวันตก  เขาฝึกใช้อาวุธแบบนี้ในห้องยิมของยาน  และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก  เขาดีใจที่ยังปฏิบัติการได้รวดเร็วอยู่
    “นั่งอยู่กับที่”  เขาสั่ง  “จนกว่ายามรักษาความปลอดภัยจะมาที่นี่  ผมหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าคุณคือเพื่อนของผม  แต่จนกว่าผมจะแน่ใจว่าคุณใช่จริง  ผมจะจัดการกับคุณทันที  แล้วคุณคงไม่ได้ตื่นจนกว่าจะอีสเตอร์คราวหน้า  หรือบางทีอาจไม่ต้องลุกขึ้นมาอีกเลย  คุณเข้าใจชัดเจนแล้วใช่มั้ย?”
    “ชัดเจนครับกัปตัน”  สป๊อคสองพูดอย่างใจเย็น  “การป้องกันตัวล่วงหน้าตามหลักตรรกวิทยา”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet