สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)

เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล

06.
    ไม่มีใครที่บ้าน

ปูมกัปตัน  เวลาอวกาศ  4150.0

ขณะนี้เราอยู่ลึกเข้าไปในอวกาศของคลิงกอนมาสามเดือนแล้ว  และยังไม่ถูกค้นพบถึงแม้เราจะแล่นเหนือยานลาดตระเวนของพวกนั้น  ผมสามารถจู่โจมฐานทัพของชาวคลิงกอนโดยไม่ให้รู้ตัวได้จากที่นี่ถ้าหากสถานการณ์บนดาวออร์กาเนียหมดหวัง  เรายังได้ยินข่าวความพ่ายแพ้ของสหพันธ์อยู่  เครื่องคอมพิวเตอร์ตัดสินว่า  ความคิดของสป๊อคสองเกี่ยวกับสถานีแปลกๆ หลายแห่งของกองทัพคลิงกอนมีอยู่จริง  แต่เรายังไม่มีทางรายงานสรุปให้กองบังคับการฐานบินอวกาศทราบได้  พฤติการณ์ของเขาไม่มีที่ติ  แต่สป๊อคหนึ่งก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ  เว้นแต่เขาปฏิเสธที่จะออกมาจากห้องเท่านั้น


    สามเดือนผ่านไป  บรรยากาศในห้องบังคับการเต็มไปด้วยการหลอกลวง  ทุกอย่างดูเหมือนเป็นปกติ  สป๊อคคนหนึ่งจะอยู่ที่คลังข้อมูลในขณะที่อีกคนหนึ่งอดอาหารอยู่ในห้องปฏิบัติการของแม็คคอย  (ความพยายามที่จะให้เขาเลิกอดอาหารไม่ได้ผล  เขาทำอย่างที่เขาบอกไว้  ทานอาหารเพียงเล็กน้อยจากเสบียงของแม็คคอย  การอดอาหารนี้สามารถทำให้มนุษย์ธรรมดาไม่สบาย  เพลียจนหมดสติได้  แต่ร่างกายกึ่งวัลแคนของเขายังทนทานอยู่ได้)
    เคิร์กดีใจที่เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าของเขาปรับตัวเข้ากับสถานการณ์นี้ได้  มันแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของพวกเขา  ไม่ใช่ว่าเคิร์กต้องการให้เป็นอย่างนั้น  แต่ไม่มีใครยอมหัวหมุนไปกับกรณีแวดล้อมขณะนี้  แม็คคอยกับสก๊อตยังคงหาทางแก้ปัญหาเรื่องร่างจำลองต่อไปเท่าที่จะทำได้  แต่ก็ได้ร่องรอยอย่างเดียวคือสัตว์ทดลองทั้งหมดที่สก๊อตส่งออกไปในลักษณะเดียวกับสป๊อคจะมีร่างจำลองกลับมาเหมือนกัน  แต่ร่างจำลองเหล่านั้นเสียชีวิตหมดในสองสามวันต่อมา  ศัลยแพทย์ไม่สามารถหาเหตุผลให้กับการตายของมันได้  ถึงแม้เขาจะหาเหตุผลได้  มันก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มขึ้น  เพราะยังไม่อาจใช้อธิบายกรณีร่างจำลองของสป๊อคซึ่งมีชีวิตอยู่ได้ยืนนานกว่ามาก  เช่นเดียวกับร่องรอยอื่นๆ  มันไม่อาจอธิบายอะไรได้เป็นพิเศษเลย
    อย่างไรก็ตามความตึงเครียดได้เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์เข้าใกล้ ๑๑๘๗  ได  ๘๕๗๔๖ เคจุดที  จะต้องตัดสินใจว่ายานควรจะแล่นออกจากเส้นทางไปที่ไหนเพื่อถ่ายภาพดาวออร์กาเนียและบางสิ่งที่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร
    “อยู่ห่างๆ”  เคิร์กบอก  “เรายังไม่มีเหตุผลพอที่จะทึกทักเอาว่าพวกคลิงกอนคิดว่าเราอยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงนี้  แต่เราก็อาจหมดโอกาสได้  คุณซูลู  ผมต้องการให้คุณต่อปืนเฟเซอร์เข้ากับสนามพลังเซนเซอร์ของเรือโทอูฮูร่า  เพื่อว่าถ้าเราคับขันเราจะได้ถอยออกมาด้วยพลังวาร์ปทัน  เตรียมระเบิดระยะใกล้ไว้ด้วย โอกาสที่จะระเบิดพวกนั้นทางโน้นเลือนรางมาก  แต่ในแนวรบด้านนี้ผมคิดว่ามันมีประสิทธิภาพ”
    มือของซูลูกดไปบนแผงควบคุมของเขา  อูฮูร่าจับตาดูที่แผงเครื่องมือตรงหน้าเหมือนแมวที่คอยระวังภัย  หล่อนควบคุมสนามพลังเซนเซอร์ที่คุ้มครองยานลำนี้  เครื่องแสดงตำแหน่งสำหรับห้องปืนเฟเซอร์ปรากฏทีละเครื่อง  เครื่องกลไกอันทรงอานุภาพเตรียมแล้ว
    “ทั้งหมดบรรจุกระสุนพร้อมแล้วครับกัปตัน”  ซูลูบอก
    “กำหนดเวลาเริ่มต้นของเราเมื่อไหร่?”
    “สิบสี่  สามสิบห้า  ยี่สิบครับ”
    “เรือโทอูฮูร่า  คุณต้องใช้เวลาเท่าไหร่สำหรับการตรวจสอบดาวออร์กาเนีย”
    “ดิฉันจะได้ภาพแผนที่ทรงกลมที่สมบูรณ์ของน่านฟ้าบริเวณนี้ภายในสิบห้าวินาทีค่ะ  กัปตัน”
    “ดีมาก  คุณซูลู  ให้เวลาเราอีกสิบวินาที  แล้วบ่ายหน้าตรงไปที่สี่สิบแปดมาร์ค  ศูนย์-หก-เก้า  ด้วยความเร็ววาร์ปหนึ่ง  จัดข้อมูลป้อนคอมพิวเตอร์ด้วยคุณสป๊อค”
    สป๊อคสองพยักหน้า  แต่ซูลูถามขึ้น  “ตั้งเวลาจากแผงควบคุมของผมจะไม่สะดวกกว่ารึครับ”
    “ผมต้องการทั้งสองอย่าง  เพื่อป้องกันความผิดพลาด”
    “คุณจะให้ผมนับถอยหลังมั้ยครับกัปตัน?”  สป๊อคสองถาม
    “ผมว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้น  ในเมื่อทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ  มันจะก่อให้เกิดความตึงเครียดโดยไม่จำเป็น  ปฏิบัติตามคำสั่งแล้วกัน”
    หลายนาทีผ่านไป  แล้วทันใดนั้นยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์ก็อยู่ในอวกาศปกติ
    และโดยไม่ทันรู้ตัว  ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่อยู่ในภาวะปกติอีกต่อไปแล้ว
    
    แม้เขาไม่สามารถบอกถึงความรู้สึกส่วนตัวได้  แต่เคิร์กตระหนักถึงภาวะแห่งการทำลายล้าง  การบาดเจ็บและพลังวนเวียนในระหว่างระยะเวลากับอวกาศ  ดูคล้ายกับว่าพลังลึกลับอันทรงอานุภาพได้กระชากกรอบรองรับจักรวาลแห่งนี้ให้เปิดออกพร้อมทั้งเหลือไว้แต่เพียงความว่างเปล่าอย่างแท้จริง  ความว่างเปล่าครั้งสุดท้ายซึ่งจะนำมาซึ่งความอลหม่านแห่งจักรวาล  ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์กำลังถูกดึงตรงเข้าไปหามัน
    ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว  เวลาสิบวินาทีนานเหมือนกับเวลาหลายชั่วโมง  เคิร์กนั่งตัวแข็ง ลูกเรือยืนเกร็งเหมือนรูปปั้นอยู่รอบๆ ตัวเขา
    แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์กลับมาอยู่ในเส้นทางบินตามเดิม
    เสียงสัญญาณจากห้องเครื่องดังขึ้น
    “อะไรอยู่ในแสงสีฟ้าโชติช่วง”
    “ไม่รู้เหมือนกัน  สก๊อตตี้  ปล่อยมันไปก่อนจนกว่าเราจะนึกออก  แล้วผมจะคุยกับคุณใหม่  ผมเชื่อว่าลูกน้องของคุณก็คงรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน”
    เงียบไปชั่วครู่ “ใช่  ก็คงแบบนั้นแหละ”
    “คุณซูลู  เรากำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางใหม่ที่ตั้งไว้ใช่ไหมครับ?”
    “ครับ”  เขาตอบ
    “อูฮูร่า  คุณได้ภาพมาหลายภาพใช่มั้ย  เอาละ  ขอดูหน่อยซิ  ต่อเข้าไปให้สป๊อคหนึ่งดูด้วย  ผมคิดว่าเราต้องการสมองของคุณช่วยขบปัญหานี้”
    ภาพหมู่ดาวเลือนรางบูดเบี้ยวในอวกาศหายไปจากจอภาพ ภาพผิวดวงดาวปกติดวงหนึ่งปรากฏขึ้นแทน  อย่างไรก็ตามตรงใจกลางยังเป็นวัตถุทรงกลมมีแสงสว่างเรื่อๆ เป็นสีขาววาววับเหมือนแสงเงินปรากฏอยู่เลือนราง
    “นั่นเป็นพิกัดสำหรับดาวออร์กาเนีย”  อูฮูร่าพูด  “ถ้าความจำของดิฉันไม่เล่นตลก  ดวงดาวในภาพที่เราถ่ายเก็บไว้จากการมาเยือนครั้งแรกไม่มีแสงเรื่อๆ ขนาดนั้น  ออร์กาเนียเคยแถลงถึงลักษณะพิเศษของพื้นผิวดวงดาว  มันเป็นดาวพระเคราะห์ระดับเอ็ม  แต่ดาวในภาพนี้ดูคล้ายก้อนแก๊สขนาดยักษ์ที่มองไม่ออกว่าเป็นอะไร”
    “นอกจากนั้น”  เคิร์กพูด  “ขณะที่เราออกนอกเส้นทางเพื่อพุ่งตรงเข้าหามันนั้น  ความรู้สึกทางจิตใจและภาวะทางอารมณ์ของผมบอกว่าไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น  ไม่มีอะไรเลย  ใครมีความรู้สึกแตกต่างไปจากผมบ้างมั้ย?”
    ทุกคนสั่นศีรษะ  สป๊อคสองพูดขึ้น  “กัปตันครับ  เรารู้ว่าชาวออร์กาเนียนเป็นเจ้าแห่งการสะกดจิต  และสามารถถ่ายเทกระแสพลังงานอื่นๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม  พวกเขาสามารถทำให้ดาวพระเคราะห์ของพวกเขาปรากฏในรูปไหนก็ได้ตามต้องการ  แม้แต่กับกล้องถ่ายภาพ”
    “ในสิบวินาทีแค่นั้นรึ?”  เคิร์กถาม  “ผมยอมรับว่าผลทางอารมณ์อาจเป็นส่วนหนึ่งของการส่งโทรภาพจิตตามปกติได้  แต่ผมสงสัยว่าชาวออร์กาเนียนสามารถข้ามมาถึงยานลำนี้  และตะกายหาวงจรที่สลับซับซ้อนของกล้องได้ภายในเวลาสั้นแค่นี้รึ?”
    “นอกจากนั้นกล้องของดิฉันไม่ใช่กล้องทั่วๆ ไป  ดิฉันคอยเปลี่ยนวงจรของมันอยู่เรื่อยๆ”  อูฮูร่าบอก  “ถ้าจะรู้ระบบวงจรต่างๆ ดีพอจะจัดการกับมันได้  พวกนั้นก็ต้องอ่านใจดิฉันออกหรือได้แผนผังวงจรที่ปรับปรุงใหม่จากคอมพิวเตอร์”
    “ยังไม่รู้ขีดจำกัดความสามารถของพวกนั้น”  สป๊อคสองพูด
    “ผมไม่ได้เถียงเรื่องนั้น”  เคิร์กพูด  “แต่ทำไมเขาถึงต้องให้เราเห็นภาพหนึ่ง  และให้กล้องถ่ายได้อีกภาพหนึ่งที่ไม่เหมือนกัน  เขาต้องการให้เราคิดว่าดาวออร์กาเนียไม่ได้อยู่ที่นั่นหรือว่ามันถูกเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง  ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน  เราต้องการรู้ว่าทำไมพวกเขารู้ดีว่าความขัดแย้งกันจะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเรา  แต่ปรากฏการณ์ทั้งสองดูเหมือนจะปรามเราอยู่ในที  นั่นแสดงว่า  ภาพจากกล้องไม่ใช่ฝีมือของพวกเขา  ภาพเหล่านั้นแสดงสถานการณ์แท้จริงไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม”
    “ถ้าเป็นอย่างนั้น”  สป๊อคสองพูด  “ก็เป็นไปได้ว่าชาวออร์กาเนียนล้อมรอบดาวของเขาไว้ด้วยฉากสนามพลังบางอย่างซึ่งกล้องถ่ายภาพจับได้และมีผลต่อความรู้สึกของเรา”
    “มีเหตุผลน่าฟัง”  เคิร์กพูด  “แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง  มันจะกระทบกระเทือนแผนการเดิมของเรา  ผมรู้สึกว่าชาวออร์กาเนียนไม่ต้องการให้ใครไปเยือน  และหากเราลงไปบนดวงดาวนั้น  ผมมั่นใจว่าผมคงไม่สามารถต่อสู้ภายใต้ความกดดันของสนามพลังนั้นเกินกว่าหนึ่งนาที  มีใครคิดว่าจะทนได้นานกว่านั้นบ้างมั้ย?”
    “มีครับกัปตัน”  เสียงสป๊อคหนึ่งดังผ่านเครื่องติดต่อภายใน  “แม้ว่าผมจะไม่ได้เห็นภาพที่เป็นปัญหานั้น  คำถกเถียงของพวกคุณก็เพียงพอที่จะให้ผมวิเคราะห์ได้แล้ว  ดูท่าพวกคุณทั้งหมดกำลังหลงทาง  คำตอบสำหรับปัญหานี้ธรรมดามากทีเดียว  ไม่มีอะไรประหลาดเลย”
    “อะไรล่ะ  พูดออกมาเสียทีซิ”
    “เพียงแต่รับรองผมครับกัปตัน”
    “นั่นมันแบล็คเมล์กันชัดๆ” เคิร์กพูดเสียงเครียด
    “ใช้คำนั้นก็ได้  ไม่มีอะไรจะทำให้ผมขุ่นเคืองหรือล่อลวงผมได้”
    “แล้วเกี่ยวอะไรกับความปลอดภัยของยานลำนี้ด้วย”
    “หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์นี้แล้ว  ผมขอสรุปว่า  การปรากฏตัวของร่างจำลองเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อยานลำนี้ยิ่งกว่าการเข้าไปไม่ถึงดาวออร์กาเนียเสียอีก  ดังนั้นผมยังยืนยันคำพูดของผมอยู่”
    เคิร์กหันไปพูดกับร่างเหมือนของสป๊อคอีกร่างหนึ่งซึ่งอยู่ในห้องบังคับการอย่างขุ่นเคือง  “สป๊อคสอง  คุณคิดว่าเขากำลังพูดแนะอะไรบ้างมั้ย?”
    “ผมบอกว่า  ไม่มีอะไรเลย  ขั้นตอนความคิดของเราในตอนนี้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด  จากข้อมูลที่น่าเชื่อถือ  ผมเชื่อว่าสถานการณ์บนดาวออร์กาเนียต้องเป็นไปตามภาพใดภาพหนึ่ง  แม้ว่าอาจจะไม่สมบูรณ์นักก็ตาม”
    เคิร์กคิดว่ามันเป็นการย้ำความคิดแต่ไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นเลย  ถ้าสป๊อคหนึ่งรู้คำตอบจริง  มันน่าจะมีค่าถ้ายอมให้คำรับรองตามที่เขาขอมา ถ้าสป๊อคสองเป็นร่างจำลอง  เขาจะขัดขวางเพื่อปกป้องตนเอง  แต่ถ้าสป๊อคหนึ่งเป็นร่างจำลอง  คำกล่าวอ้างว่ามีทางแก้ปัญหา  อาจเป็นการหาคำรับรองว่าร่างต้นแบบต้องถูกทำลาย  ถ้าการแก้ปัญหาของเขากลายเป็นทางที่ผิดแล้ว  เขาสรมารถแก้ตัวว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอได้  เคิร์กไม่เคยหวังว่าเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของเขาจะไม่เคยผิดพลาด  แม้ว่าตัวของสป๊อคเองไม่ชอบให้ตัวเองทำอะไรผิดพลาดก็ตาม
    “เราจะปฏิบัติตามคำสันนิษฐานแรกของเขา”  เคิร์กพูดขึ้นในที่สุด  “เริ่มงานจากภาพเหล่านั้น  โอกาสเดียวของเราที่จะเอาตัวรอดเพื่อทำตามแผนการเดิม  คือหาทางผ่านฉากสนามพลังเหล่านั้นเข้าไปโดยกันตัวเองจากผลกระทบของมัน  หรือลบล้างมันให้หมดไป  ผมจะมอบหมายงานนี้ให้คุณสก๊อต  แต่เขาจะต้องได้รับรายละเอียดการมองเห็นสนามพลังเซนเซอร์จากฉากเพื่อวิเคราะห์  ซึ่งผมเสียใจที่ขอบอกว่ามันหมายถึงการเดินทางผ่านแนวสนามพลังด้วยแรงขับดันวาร์ป  คำสั่ง :
    เรือโท อูฮูร่า ถามคุณสก๊อตว่า  เขาคิดว่าการเตรียมเซนเซอร์ขนาดไหนจะมีส่วนช่วยเขาได้มากที่สุด  และเขาจะใช้เวลาน้อยที่สุดสักเท่าไหร่ในการมองเพื่อวิเคราะห์ผลได้  คุณซูลู  วางแผนการบินผ่านเข้าไป  เตือนให้ลูกเรือของเราทั้งหมดรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์วิกฤตขึ้น  และมันจะกินเวลานานแค่ไหนกว่าจะสิ้นสุด
    สป๊อคสองถามรายละเอียดทุกอย่างที่ควรรู้เกี่ยวกับฉากที่เลือนรางนั้นรวมทั้งภาพจินตนาการเห็นด้วย  แล้วส่งต่อไปให้คุณสก๊อต”  เคิร์กยืนขึ้นอย่างอ่อนเพลีย  “ผมจะไปกินแซนด์วิชที่ห้องสันทนาการสักหน่อย  ถ้าผมยังไม่กลับมาตอนใกล้กำหนดเวลาแล่นผ่านก็เรียกผมด้วยก็แล้วกัน  การเตรียมการอย่างอื่นๆ ทั้งหมดสำหรับการแล่นผ่านครั้งนี้  ให้ดำเนินไปเหมือนครั้งก่อนๆ”
    “คุณกำลังทำความผิดอย่างมหันต์ครับกัปตัน”  เสียงสป๊อคหนึ่งดังขึ้น
    “คุณไม่เหลือทางเลือกอื่นให้ผมนี่คุณสป๊อค  ทุกคนเริ่มปฏิบัติการได้”
    เคิร์กไม่ต้องปลอบขวัญตนเองมากนักสำหรับวิกฤตการณ์ที่จะเกิดขึ้นเมื่อผ่านเข้าไปในห้วงอวกาศ  แต่การเตรียมพร้อมขณะนี้คงไม่ทำให้เขาอารมณ์ดีมากนัก  อันที่จริงแล้วประสบการณ์ครั้งนี้ค่อนข้างเลวร้ายและยาวนานกว่าทุกครั้ง  สก๊อตยืนยันว่าจะต้องแล่นไปนานถึงสี่สิบห้าวินาที  นานพอจะทำให้ยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์และลูกเรือทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังตกดิ่งลงไปในนรก  และในช่วงสิบวินาทีสุดท้ายจะมีแสงขาวจ้า  ซึ่งพุ่งมาจากปืนเฟเซอร์บนด้านหนึ่งของยานด้วย
    “นรกจริงๆ ซูลู”  อูฮูร่าร้องบอก  “บริเวณนี้เต็มไปด้วยพวกคลิงกอนทั้งนั้น”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อา...ปวดหัวแทนป๋าเคิร์กจังเลย orz

#1 By ป้าซาบ on 2009-05-28 04:35

เวียนหัวกับสองป็อคนี่ยจัง

#2 By gallantfoal on 2009-05-30 22:26