สป๊อคต้องตาย 05 - ในทางตรงกันข้าม
posted on 16 May 2009 20:59 by eveba in Fiction
สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
05.
ในทางตรงกันข้าม
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4020.8
ผมยังระงับอำนาจในการออกคำสั่งของคุณสป๊อคต่อไปจนกว่าจะแก้ไขปัญหาการแยกแยะตัวจริงตัวปลอมได้ ถ้าเราสามารถทำได้ ระยะนี้ผมต้องปลดเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของผมออก มันเป็นปฏิบัติการที่ใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะคุณสป๊อคอาจก่อกวนด้วยวิธีอื่นได้อีกแม้จะหมดอำนาจในหน้าที่แล้วก็ตาม ผมยังไม่มีหนทางอื่นป้องกัน นอกจากกักทั้งคู่ไว้ด้วยกันในห้องพักเพื่อให้จับตาดูกันเองเท่านั้น
การทำงานโดยไม่มีเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งเป็นงานหนักทั้งๆ ที่ซูลูพยายามอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในภาวการณ์ตึงเครียดที่ต้องคอยระวังพวกคลิงกอนด้วย ซูลูพร้อมจะจัดการกับยานสอดแนมที่คอยติดตามเอ็นเตอร์ไพร้ส์ แต่ไม่ต้องสงสัยเลย เวลานี้พวกคลิงกอนรู้ว่ายานลำนี้อยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณนี้ และเฝ้าค้นหามันอย่างเต็มกำลัง เมื่อเคิร์กออกจากห้องบังคับการตรงไปยังห้องพยาบาล
“คำแนะนำของคุณสป๊อคสองทำให้ผมนึกอะไรได้” เขาบอกแม็คคอย “ถ้าร่างจำลองเป็นภาพซ้ำเหมือนภาพในกระจกเงาจริง การฉายแสงเอ็กซเรย์คงช่วยได้ใช่มั้ย หัวใจอาจอยู่ผิดที่ด้านซ้าย อะไรทำนองนั้นน่ะ"
“ผมเกรงว่าจะไม่ได้ผลหรอกจิม” แม็คคอยพูด “ทางกายวิภาคแล้วชาววัลแคนมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ทั้งสองด้าน ดังนั้นไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรผิดที่ แม้ว่าสป๊อคจะมีสายเลือดมนุษย์โดยกำเนิดอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่มีผลกระทบต่อบริเวณนี้แค่ความถนัดในการใช้มือเท่านั้น”
“ผมก็คิดอย่างนั้น และร่างจำลองก็คิดแบบนั้นได้ ถ้าเกิดเขาถนัดซ้ายแต่แกล้งทำเป็นถนัดขวาล่ะ”
“จับตาดูไว้สักระยะหนึ่ง ความถนัดในการใช้มือเป็นความเคยชินทางสรีระที่แฝงอยู่ในส่วนลึก ไม้ช้าก็เร็วเขาจะต้องพลาด”
“สป๊อคพลาดรึ? คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ”
“คุณอาจพูดถูก” แม็คคอยพูดอย่างหมดหวัง
“แต่ยังไงผมก็เห็นด้วยว่า การเฝ้าสังเกตอาจเป็นทางเดียวที่ให้คำตอบแก่เราได้ และจะดียิ่งขึ้นถ้าจิตแพทย์ประจำเรือเป็นผู้สังเกต ผมหมายถึงคุณน่ะหมอ ถ้ามีการกลับกันในด้านบุคลิกภาพจริง ต้องพบบางอย่างที่ไม่เหมือนสป๊อคในร่างจำลอง ถ้าคุณเฝ้าสังเกตให้ดีพอก็คงพบ”
“มีคำแนะนำอะไรอีกมั้ย?”
“เราคงต้องสังเกตด้วยหูด้วย แต่ก็ขอให้ระวัง ผมขอบอกคุณเป็นการส่วนตัว ว่าผมสงสัยสป๊อคสองมากกว่า ความกดดันทางอารมณ์ของเขาที่กล้าพอจะเสนอให้ผมทำลายร่างจำลอง ไม่ใช่นิสัยปกติ คำพูดของสป๊อคหนึ่งยังฟังคล้ายสป๊อคคนเดิมมากกว่า แต่นั่นยังไม่พอที่จะพิสูจน์ เราต้องหาวิธีอื่นทดสอบให้ได้”
“ง่ายมาก” แม็คคอยพูดอย่างไม่รู้จะเสนอความเห็นอะไร “ก็ให้ยีโอแมน แรนด์จูบพวกเขาทีละคน ถ้าเขามีปฏิกิริยาตอบสนองก็ยิงเสียเลยเป็นไง”
“ถ้าผมคิดอะไรยังไม่ออก ผมจะทำยังงั้น” เคิร์กพูด “ผมปวดหัวจริงๆ นะหมอ”
“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงจิม และผมจะใช้สายตาของผมให้เป็นประโยชน์ ผมว่าการเฝ้าจับตาดูมนุษย์คอมพิวเตอร์เป็นงานน่าเบื่อมากอยู่แล้ว แต่การเฝ้าดูสองคนนั่นภายใต้ภาวะปรปักษ์กันแบบนี้คงน่าหงุดหงิดกว่าแน่ๆ”
เคิร์กจากไปด้วยความสบายใจชั่วระยะหนึ่ง แม็คคอยจะเฝ้าติดตามดู ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะพูดถากถางเกี่ยวกับเรื่องนั้นว่าอะไรบ้าง เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้เหมือนกับไม่อาจหยุดหายใจได้
จากการเฝ้าสังเกตในวันต่อมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แทบจะทำให้เป็นโรคประสาท เคิร์กไปที่ห้องเครื่อง รายงานของสก๊อตไม่มีอะไรมากไปกว่าของศัลยแพทย์ประจำยาน
“ผมเคยลองยิงวัตถุไม่มีชีวิตมุ่งไปยังดาวออร์กาเนียครับกับตัน และได้รับกลับมาเป็นรูปจำลองมาธอมเท่านั้น มันไม่ได้บอกอะไรแก่เราเลย”
“มาธอมคืออะไร?”
“วัตถุไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น สิ่งของเหล่านั้นถูกจำลองกลับมา ทำให้เราสรุปได้ว่าสมมติฐานเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะช่วยเราได้ยังไงเลย ผมสงสัยว่าคุณคิดหาวิธีตรวจสอบสป๊อคสองคนนั้นเพื่อหาตัวจริงได้แล้วยัง?”
“ผมก็คิดอยู่ แต่ยังไม่เร็วขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนที่การจำลองร่างครั้งแรกเกิดขึ้น และตอนนี้ร่างจำลองมีเวลามากพอที่จะคิดทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองแล้ว”
“เอาละครับ การทดลองครั้งต่อไปผมจะส่งสัตว์ทดลองตัวหนึ่งออกไปเพื่อสร้างร่างจำลองมาให้หมอลองตรวจสอบดู แม้ว่าเขาจะหาบุคลิกภาพในทางกลับกันไม่ได้มากนัก ถ้ามันเป็นกระต่าย บางทีมันอาจกัดเขาเข้าบ้างก็ได้”
แต่วันต่อมา ความหวังเกี่ยวกับโปรแกรมทดสอบกลายเป็นเพียงหลักวิชาการ แต่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
สป๊อคสองอยู่ในห้องบังคับการเมื่อเคิร์กเข้าปฏิบัติหน้าที่ เขารู้สึกแปลกใจอยู่เงียบๆ สป๊อคสองพูดขึ้นทันทีว่า “กัปตันครับ ผมไม่ได้ออกคำสั่งอะไร และจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไปภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมจำเป็นต้องออกมารายงานว่าฝ่ายตรงข้ามที่คุณเรียกว่าสป๊อคหนึ่งได้กักตัวเองไว้ในห้องทดลองของหมอแม็คคอย เขาจะไม่ยอมออกมาข้างนอกถ้าไม่มั่นใจว่าผมถูกกำจัดแล้ว และมีหลักประกันว่าเขาจะเป็นผู้อยู่รอด”
บรรยากาศในห้องบังคับการเหมือนอยู่ในห้องพิพากษา เคิร์กพูดขึ้น “ยืนยัน”
“ยืนยัน” เครื่องคอมพิวเตอร์รับ
เคิร์กเหลียวดูอูฮูร่า “คุณเรียกหมอแม็คคอยขึ้นมาพบผมที่นี่ด่วน คุณสป๊อค ถ้าคุณเป็นเขา สป๊อคหนึ่ง คุณคิดว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรกันแน่ จะพยายามบีบบังคับให้เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในหมู่ลูกเรือของคุณ หรือพยายามหาโอกาสอยู่ตามลำพังเพื่อหาทางส่งสัญญาณติดต่อกับชาวคลิงกอน”
“คุณคิดถึงอุบายนั้นออกมั้ย ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ของเขา”
“ออกครับ! มันเป็นไปได้หลายทางด้วยกัน”
“คุณซูลู ยกฉากป้องกันขึ้น”
“เรียบร้อยแล้วครับกัปตัน” เขารายงานด้วยความรื่นเริงไม่เหน็ดเหนื่อยต่อหน้าที่ ขณะนั้นเองแม็คคอยก็ก้าวเข้ามา
“หมอ มีอะไรในห้องปฏิบัติการของคุณที่สป๊อคหนึ่งจะสามารถดัดแปลงเพื่อทำลายยานลำนี้หรือใช้ส่งข่าวสารได้บ้าง”
“เยอะแยะเลย” แม็คคอยตอบ “ที่จริงแล้วมีมากจนผมเดาไม่ออกด้วยซ้ำไป นอกจากนั้นเขายังเป็นเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำยานและอาจมีเครื่องมือเกินพอที่จะใช้ส่งข่าวก็ได้”
“พอที่จะบังคับให้เราออกนอกเส้นทางด้วยปืนเฟเซอร์ได้รึเปล่า?”
“ผมขอบอกว่าไม่” แม็คคอยพูด “มีเครื่องมือมากมายที่นั่น ซึ่งไม่อาจหาสิ่งอื่นมาทนแทนได้ภายใต้ภาวการณ์เช่นนี้ สารเคมีและยาชนิดดีจำนวนมากมาย ถ้าเขาต่อสู้ ของพวกนั้นจะถูกำทลายเสียหาย บางทีเขาอาจขู่เราว่าจะทำลายมันเองก็ได้ ทำไมไม่คอยดูก่อนล่ะ”
“ผมขอออกความเห็นได้มั้ยครับกัปตัน” สป๊อคสองพูด เคิร์กพยักหน้า “การเสี่ยงแบบนี้เป็นเรื่องใหญ่ แน่ใจได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้คุณออกคำสั่งทำลายผม มันแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นร่างจำลองไม่ใช่ผม การปล่อยเขาไว้อย่างนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญชาวคลิงกอนที่แอบเดินทางมาที่นี่แสวงหาเครื่องกลไกและวัสดุต่างๆ เพื่อทำสิ่งชั่วร้ายได้”
“ไม่คิดถึงตัวเองมากเกินไปหน่อยรึ?” แม็คคอยถาม
“หมอ ถ้าคุณสงสัยว่าผมมีความสามารถสูงรึเปล่า ผมขอแนะนำให้ถามเครื่องคอมพิวเตอร์ดูก็ได้”
“พอทีทั้งคู่นั่นแหละ” เคิร์กพูด “เราไม่มีเวลามาถกเถียงกันแบบนี้ คุณสป๊อค ผมขอให้คุณจำไว้ว่า ผมยังไม่พิจารณาอะไรทำนองนั้นแน่นอน ผมสงสัยคุณทั้งสองคนเหมือนกัน และมีทางเป็นไปได้ว่าผมอาจยอมให้พวกคุณทั้งคู่มีชีวิตอยู่ได้ ให้ตายซิ คุณไม่รู้รึไงว่าคุณกำลังยืนยันให้ผมทำลายคนคนหนึ่งซึ่งอาจเป็นเพื่อนของผม นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งซึ่งดีที่สุดในกางบังคับการ ถ้าคุณไม่รู้ก็แสดงชัดว่าคุณไม่ใช่สป๊อคตัวจริงแน่ๆ”
“ครับ ผมเข้าใจดี” สป๊อคสองพูด “แต่มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะเสนอว่า สิ่งที่ผมคิดเป็นความจริง”
“ใช่” เคิร์กเห็นด้วยพร้อมทั้งระงับโทสะ “ยังไงก็ตาม ตอนนี้เราจะทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน ผมต้องการให้พวกคุณจำไว้ว่าเรากำลังพยายามหลบหลีกกองบินคลิงกอน และมุ่งไปสู่ดาวออร์กาเนีย ตอนนี้มันเป็นโอกาสดีที่สุดที่เราจะเอาชีวิตรอดและได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสหพันธ์”
“เราอาจไม่มีโอกาสดีนักก็ได้ค่ะกัปตัน” เรือโทอูฮูร่าพูดขึ้น “ดิฉันเพิ่งจับสัญญาณติดต่อของพวกคลิงกอนได้ เขาอ้างว่าเขาได้โจมตีและยึดครองสหพันธ์ในบริเวณ เกรทเนบิวลา ของโอเรียนนี้ได้แล้ว เกรงว่าเขาอาจจะอยู่ใกล้โลกมาก”
“มีมากกว่านั้นอีก” สป๊อคสองพูด “มันเป็นบริเวณที่ชาวคลิงกอนเรียกว่าอวกาศในหมู่ดวงอาทิตย์ใหม่ เพราะดาวฤกษ์สี่ดวงจะเกิดขึ้นที่นั่น”
“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้?” เคิร์กถาม
“เพราะขบวนการนี้เกิดขึ้นมาหลายล้านปีแล้วครับกัปตัน เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงว่าจะชนะสงครามมากจนกระทั่งเต็มใจที่จะใช้ชีวิตพวกเขาและยานอีกหลายลำเพื่อยึดครองระบบสุริยะเหล่านั้นให้ได้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ พวกเขาอาจเป็นฝ่ายถูกก็ได้ครับ”
(Spock Must Die!)
เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล
05.
ในทางตรงกันข้าม
ปูมกัปตัน เวลาอวกาศ 4020.8
ผมยังระงับอำนาจในการออกคำสั่งของคุณสป๊อคต่อไปจนกว่าจะแก้ไขปัญหาการแยกแยะตัวจริงตัวปลอมได้ ถ้าเราสามารถทำได้ ระยะนี้ผมต้องปลดเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของผมออก มันเป็นปฏิบัติการที่ใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะคุณสป๊อคอาจก่อกวนด้วยวิธีอื่นได้อีกแม้จะหมดอำนาจในหน้าที่แล้วก็ตาม ผมยังไม่มีหนทางอื่นป้องกัน นอกจากกักทั้งคู่ไว้ด้วยกันในห้องพักเพื่อให้จับตาดูกันเองเท่านั้น
การทำงานโดยไม่มีเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งเป็นงานหนักทั้งๆ ที่ซูลูพยายามอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม โดยเฉพาะในภาวการณ์ตึงเครียดที่ต้องคอยระวังพวกคลิงกอนด้วย ซูลูพร้อมจะจัดการกับยานสอดแนมที่คอยติดตามเอ็นเตอร์ไพร้ส์ แต่ไม่ต้องสงสัยเลย เวลานี้พวกคลิงกอนรู้ว่ายานลำนี้อยู่ที่ใดที่หนึ่งในบริเวณนี้ และเฝ้าค้นหามันอย่างเต็มกำลัง เมื่อเคิร์กออกจากห้องบังคับการตรงไปยังห้องพยาบาล
“คำแนะนำของคุณสป๊อคสองทำให้ผมนึกอะไรได้” เขาบอกแม็คคอย “ถ้าร่างจำลองเป็นภาพซ้ำเหมือนภาพในกระจกเงาจริง การฉายแสงเอ็กซเรย์คงช่วยได้ใช่มั้ย หัวใจอาจอยู่ผิดที่ด้านซ้าย อะไรทำนองนั้นน่ะ"
“ผมเกรงว่าจะไม่ได้ผลหรอกจิม” แม็คคอยพูด “ทางกายวิภาคแล้วชาววัลแคนมีอวัยวะไม่สมบูรณ์ทั้งสองด้าน ดังนั้นไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอะไรผิดที่ แม้ว่าสป๊อคจะมีสายเลือดมนุษย์โดยกำเนิดอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่มีผลกระทบต่อบริเวณนี้แค่ความถนัดในการใช้มือเท่านั้น”
“ผมก็คิดอย่างนั้น และร่างจำลองก็คิดแบบนั้นได้ ถ้าเกิดเขาถนัดซ้ายแต่แกล้งทำเป็นถนัดขวาล่ะ”
“จับตาดูไว้สักระยะหนึ่ง ความถนัดในการใช้มือเป็นความเคยชินทางสรีระที่แฝงอยู่ในส่วนลึก ไม้ช้าก็เร็วเขาจะต้องพลาด”
“สป๊อคพลาดรึ? คุณต้องล้อเล่นแน่ๆ”
“คุณอาจพูดถูก” แม็คคอยพูดอย่างหมดหวัง
“แต่ยังไงผมก็เห็นด้วยว่า การเฝ้าสังเกตอาจเป็นทางเดียวที่ให้คำตอบแก่เราได้ และจะดียิ่งขึ้นถ้าจิตแพทย์ประจำเรือเป็นผู้สังเกต ผมหมายถึงคุณน่ะหมอ ถ้ามีการกลับกันในด้านบุคลิกภาพจริง ต้องพบบางอย่างที่ไม่เหมือนสป๊อคในร่างจำลอง ถ้าคุณเฝ้าสังเกตให้ดีพอก็คงพบ”
“มีคำแนะนำอะไรอีกมั้ย?”
“เราคงต้องสังเกตด้วยหูด้วย แต่ก็ขอให้ระวัง ผมขอบอกคุณเป็นการส่วนตัว ว่าผมสงสัยสป๊อคสองมากกว่า ความกดดันทางอารมณ์ของเขาที่กล้าพอจะเสนอให้ผมทำลายร่างจำลอง ไม่ใช่นิสัยปกติ คำพูดของสป๊อคหนึ่งยังฟังคล้ายสป๊อคคนเดิมมากกว่า แต่นั่นยังไม่พอที่จะพิสูจน์ เราต้องหาวิธีอื่นทดสอบให้ได้”
“ง่ายมาก” แม็คคอยพูดอย่างไม่รู้จะเสนอความเห็นอะไร “ก็ให้ยีโอแมน แรนด์จูบพวกเขาทีละคน ถ้าเขามีปฏิกิริยาตอบสนองก็ยิงเสียเลยเป็นไง”
“ถ้าผมคิดอะไรยังไม่ออก ผมจะทำยังงั้น” เคิร์กพูด “ผมปวดหัวจริงๆ นะหมอ”
“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกยังไงจิม และผมจะใช้สายตาของผมให้เป็นประโยชน์ ผมว่าการเฝ้าจับตาดูมนุษย์คอมพิวเตอร์เป็นงานน่าเบื่อมากอยู่แล้ว แต่การเฝ้าดูสองคนนั่นภายใต้ภาวะปรปักษ์กันแบบนี้คงน่าหงุดหงิดกว่าแน่ๆ”
เคิร์กจากไปด้วยความสบายใจชั่วระยะหนึ่ง แม็คคอยจะเฝ้าติดตามดู ไม่สำคัญหรอกว่าเขาจะพูดถากถางเกี่ยวกับเรื่องนั้นว่าอะไรบ้าง เขาไม่อาจหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้เหมือนกับไม่อาจหยุดหายใจได้
จากการเฝ้าสังเกตในวันต่อมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แทบจะทำให้เป็นโรคประสาท เคิร์กไปที่ห้องเครื่อง รายงานของสก๊อตไม่มีอะไรมากไปกว่าของศัลยแพทย์ประจำยาน
“ผมเคยลองยิงวัตถุไม่มีชีวิตมุ่งไปยังดาวออร์กาเนียครับกับตัน และได้รับกลับมาเป็นรูปจำลองมาธอมเท่านั้น มันไม่ได้บอกอะไรแก่เราเลย”
“มาธอมคืออะไร?”
“วัตถุไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น สิ่งของเหล่านั้นถูกจำลองกลับมา ทำให้เราสรุปได้ว่าสมมติฐานเป็นไปตามที่คาดไว้ แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะช่วยเราได้ยังไงเลย ผมสงสัยว่าคุณคิดหาวิธีตรวจสอบสป๊อคสองคนนั้นเพื่อหาตัวจริงได้แล้วยัง?”
“ผมก็คิดอยู่ แต่ยังไม่เร็วขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนที่การจำลองร่างครั้งแรกเกิดขึ้น และตอนนี้ร่างจำลองมีเวลามากพอที่จะคิดทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตนเองแล้ว”
“เอาละครับ การทดลองครั้งต่อไปผมจะส่งสัตว์ทดลองตัวหนึ่งออกไปเพื่อสร้างร่างจำลองมาให้หมอลองตรวจสอบดู แม้ว่าเขาจะหาบุคลิกภาพในทางกลับกันไม่ได้มากนัก ถ้ามันเป็นกระต่าย บางทีมันอาจกัดเขาเข้าบ้างก็ได้”
แต่วันต่อมา ความหวังเกี่ยวกับโปรแกรมทดสอบกลายเป็นเพียงหลักวิชาการ แต่เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
สป๊อคสองอยู่ในห้องบังคับการเมื่อเคิร์กเข้าปฏิบัติหน้าที่ เขารู้สึกแปลกใจอยู่เงียบๆ สป๊อคสองพูดขึ้นทันทีว่า “กัปตันครับ ผมไม่ได้ออกคำสั่งอะไร และจะไม่อยู่ที่นี่ตลอดไปภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมจำเป็นต้องออกมารายงานว่าฝ่ายตรงข้ามที่คุณเรียกว่าสป๊อคหนึ่งได้กักตัวเองไว้ในห้องทดลองของหมอแม็คคอย เขาจะไม่ยอมออกมาข้างนอกถ้าไม่มั่นใจว่าผมถูกกำจัดแล้ว และมีหลักประกันว่าเขาจะเป็นผู้อยู่รอด”
บรรยากาศในห้องบังคับการเหมือนอยู่ในห้องพิพากษา เคิร์กพูดขึ้น “ยืนยัน”
“ยืนยัน” เครื่องคอมพิวเตอร์รับ
เคิร์กเหลียวดูอูฮูร่า “คุณเรียกหมอแม็คคอยขึ้นมาพบผมที่นี่ด่วน คุณสป๊อค ถ้าคุณเป็นเขา สป๊อคหนึ่ง คุณคิดว่าคุณกำลังพยายามทำอะไรกันแน่ จะพยายามบีบบังคับให้เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในหมู่ลูกเรือของคุณ หรือพยายามหาโอกาสอยู่ตามลำพังเพื่อหาทางส่งสัญญาณติดต่อกับชาวคลิงกอน”
“คุณคิดถึงอุบายนั้นออกมั้ย ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ของเขา”
“ออกครับ! มันเป็นไปได้หลายทางด้วยกัน”
“คุณซูลู ยกฉากป้องกันขึ้น”
“เรียบร้อยแล้วครับกัปตัน” เขารายงานด้วยความรื่นเริงไม่เหน็ดเหนื่อยต่อหน้าที่ ขณะนั้นเองแม็คคอยก็ก้าวเข้ามา
“หมอ มีอะไรในห้องปฏิบัติการของคุณที่สป๊อคหนึ่งจะสามารถดัดแปลงเพื่อทำลายยานลำนี้หรือใช้ส่งข่าวสารได้บ้าง”
“เยอะแยะเลย” แม็คคอยตอบ “ที่จริงแล้วมีมากจนผมเดาไม่ออกด้วยซ้ำไป นอกจากนั้นเขายังเป็นเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ประจำยานและอาจมีเครื่องมือเกินพอที่จะใช้ส่งข่าวก็ได้”
“พอที่จะบังคับให้เราออกนอกเส้นทางด้วยปืนเฟเซอร์ได้รึเปล่า?”
“ผมขอบอกว่าไม่” แม็คคอยพูด “มีเครื่องมือมากมายที่นั่น ซึ่งไม่อาจหาสิ่งอื่นมาทนแทนได้ภายใต้ภาวการณ์เช่นนี้ สารเคมีและยาชนิดดีจำนวนมากมาย ถ้าเขาต่อสู้ ของพวกนั้นจะถูกำทลายเสียหาย บางทีเขาอาจขู่เราว่าจะทำลายมันเองก็ได้ ทำไมไม่คอยดูก่อนล่ะ”
“ผมขอออกความเห็นได้มั้ยครับกัปตัน” สป๊อคสองพูด เคิร์กพยักหน้า “การเสี่ยงแบบนี้เป็นเรื่องใหญ่ แน่ใจได้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปเพื่อให้คุณออกคำสั่งทำลายผม มันแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นร่างจำลองไม่ใช่ผม การปล่อยเขาไว้อย่างนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญชาวคลิงกอนที่แอบเดินทางมาที่นี่แสวงหาเครื่องกลไกและวัสดุต่างๆ เพื่อทำสิ่งชั่วร้ายได้”
“ไม่คิดถึงตัวเองมากเกินไปหน่อยรึ?” แม็คคอยถาม
“หมอ ถ้าคุณสงสัยว่าผมมีความสามารถสูงรึเปล่า ผมขอแนะนำให้ถามเครื่องคอมพิวเตอร์ดูก็ได้”
“พอทีทั้งคู่นั่นแหละ” เคิร์กพูด “เราไม่มีเวลามาถกเถียงกันแบบนี้ คุณสป๊อค ผมขอให้คุณจำไว้ว่า ผมยังไม่พิจารณาอะไรทำนองนั้นแน่นอน ผมสงสัยคุณทั้งสองคนเหมือนกัน และมีทางเป็นไปได้ว่าผมอาจยอมให้พวกคุณทั้งคู่มีชีวิตอยู่ได้ ให้ตายซิ คุณไม่รู้รึไงว่าคุณกำลังยืนยันให้ผมทำลายคนคนหนึ่งซึ่งอาจเป็นเพื่อนของผม นอกจากนั้นยังเป็นเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งซึ่งดีที่สุดในกางบังคับการ ถ้าคุณไม่รู้ก็แสดงชัดว่าคุณไม่ใช่สป๊อคตัวจริงแน่ๆ”
“ครับ ผมเข้าใจดี” สป๊อคสองพูด “แต่มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะเสนอว่า สิ่งที่ผมคิดเป็นความจริง”
“ใช่” เคิร์กเห็นด้วยพร้อมทั้งระงับโทสะ “ยังไงก็ตาม ตอนนี้เราจะทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน ผมต้องการให้พวกคุณจำไว้ว่าเรากำลังพยายามหลบหลีกกองบินคลิงกอน และมุ่งไปสู่ดาวออร์กาเนีย ตอนนี้มันเป็นโอกาสดีที่สุดที่เราจะเอาชีวิตรอดและได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสหพันธ์”
“เราอาจไม่มีโอกาสดีนักก็ได้ค่ะกัปตัน” เรือโทอูฮูร่าพูดขึ้น “ดิฉันเพิ่งจับสัญญาณติดต่อของพวกคลิงกอนได้ เขาอ้างว่าเขาได้โจมตีและยึดครองสหพันธ์ในบริเวณ เกรทเนบิวลา ของโอเรียนนี้ได้แล้ว เกรงว่าเขาอาจจะอยู่ใกล้โลกมาก”
“มีมากกว่านั้นอีก” สป๊อคสองพูด “มันเป็นบริเวณที่ชาวคลิงกอนเรียกว่าอวกาศในหมู่ดวงอาทิตย์ใหม่ เพราะดาวฤกษ์สี่ดวงจะเกิดขึ้นที่นั่น”
“ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นได้?” เคิร์กถาม
“เพราะขบวนการนี้เกิดขึ้นมาหลายล้านปีแล้วครับกัปตัน เหตุการณ์ครั้งนี้แสดงว่าจะชนะสงครามมากจนกระทั่งเต็มใจที่จะใช้ชีวิตพวกเขาและยานอีกหลายลำเพื่อยึดครองระบบสุริยะเหล่านั้นให้ได้ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ พวกเขาอาจเป็นฝ่ายถูกก็ได้ครับ”
ปวดหัวแทนเคิร์กจริงๆ
#1 By ....Chidori.... on 2009-05-17 09:05