สป๊อคต้องตาย
(Spock Must Die!)

เจมส์ บลิช เขียน, ชลธิชา จินดากุล แปล

03.
    ห้องขนส่ง

ปูมกัปตัน  เวลาอวกาศ  4018.4

เนื่องจากคำรับรองของคุณสก๊อตที่ว่าไม่มีอันตรายทางร่างกายอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบขนส่งของเขา  คุณสป๊อคถูกเลือกให้เป็นผู้แทนไปยังดาวออร์กาเนีย  เขาเคยอยู่บนดาวพระเคราะห์ดวงนั้นระหว่างปฏิบัติภารกิจทั้งหมดซึ่งนำไปสู่สนธิสัญญาระหว่างชาติ  (ดูจากปูมกัปตัน  เวลาแห่งอวกาศ  ๓๑๙๙.๔)  และรู้จัก  อะเย็นบอร์น  ไคลย์แมร์  และทรีไฟน์เป็นการส่วนตัว  หรืออย่างน้อยเขาก็รู้จักรูปร่างของมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นเหมือนที่พวกนั้นรู้จักเขา  บุคคลอีกผู้หนึ่งที่มีคุณสมบัติพอตัวคือผมเอง  บางทีคุณสป๊อคคงเป็นผู้สังเกตการณ์ที่เหมาะสมที่สุดในหมู่พวกเราทั้งหมด


    มีห้องขนส่งหลายห้องอยู่ตามส่วนต่างๆ ของยานเอ็นเตอร์ไพรส์  แต่สก๊อตกำลังแก้ไขห้องใหญ่ก่อนห้องอื่นเนื่องจากเหตุผลด้านพลังงาน  การเปลี่ยนแปลงแก้ไขในห้องนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุด  แม้ว่าเคิร์กจะไม่สงสัยเลยว่ามีการเปลี่ยนแปลงเครื่องบังคับอื่นๆ อีกบ้างหรือไม่  ชานชาลาวงกลมของห้องขนส่งถูกล้อมด้วยโลหะเรืองแสงเพื่อกันมิให้เห็นตำแหน่งทั้งหกของมัน  นอกจากบันไดที่ก้าวเข้าไปในเครื่องเท่านั้น
    “โชคร้ายจังที่การป้องกันเป็นเรื่องจำเป็น”  วิศวกรประจำเครื่องบ่นกับเคิร์กและสป๊อค  “ตราบเท่าที่สนามพลังยังอยู่ในห้องขนส่งทั้งหมดยังคงมีประสิทธิภาพแม้จะอยู่ในจักรวาลอื่น  หรือพูดให้ตรงประเด็นก็คือ  ในความต่อเนื่องชนิดหนึ่งอาจมีการข้ามเขตจำกัดแห่งเวลาและความแตกต่างของจักรวาลโดยที่ผลต้องถูกจำกัดไว้  ผมอาจใช้ลวดตาข่ายได้  ยกตัวอย่างเช่นใยรองสำหรับการนำกระสวยอวกาศลงจอด  เพราะอย่างนั้นพวกเราจึงต้องทดลองดูก่อน  แต่ผมก็มีแผ่นโลหะเป็นเกราะกันไว้  ผลกำลังรีบและคิดว่าพวกเราทั้งหมดก็คงรีบเหมือนกัน”
    ขวากหนามของสก๊อตอันตรธานไปหมดสิ้น  เมื่อเขาพยายามทำงานอย่างพิถีพิถันเท่าที่จะเป็นไปได้  เคิร์กเคยชินกับเหตุการณ์ทำนองนี้  แต่กระนั้นมันก็ไม่เคยทำให้เขายิ้มรับสถานการณ์ทำนองนี้ได้สักครั้งเลย
    “ทำเท่าที่จำทำได้สำหรับตอนนี้ก่อนสก๊อตตี้  เราสามารถต่อเติมภายหลังได้อีก  ที่จริงแล้วงานพวกนี้เป็นอย่างที่คุณทายไว้  วิศวกรทั้งหมดบนยานคงกำลังคิดต่อเติมมันให้ดียิ่งขึ้นอีกแน่  สำหรับตอนนี้ทำงานกันไปได้แค่ไหนแล้ว”
    “ดีมากเหมือนเมื่อก่อนครับ  กัปตัน  ยกเว้นเรื่องระยะทางที่ซับซ้อน  เราตั้งพิกัดหาระยะไว้ในแผงควบคุม  คุณสป๊อคครับ  ตอนนี้เราอยู่ตรงไหนแล้วครับ”
    “สิบเอ็ด  แปด  เจ็ดสิบ  ดี  วาย  แปดสิบห้า  เจ็ดสิบสี่  หกสิบ  แปด  เค”
    เจ้าหน้าที่ประจำห้องขนส่งรู้สึกประหลาดใจ  เท่าที่ปรากฏ  สก๊อตไม่ได้บอกเขาเรื่องความซับซ้อนของระยะทางเลย  แต่ก็ไม่แสดงความเห็นอะไร  สก๊อตพูดต่อไป
    “ถ้างั้นคุณสป๊อคเข้าไปในเครื่อง  แล้วยืนอยู่ตรงสถานีไหนก็ได้  เราจะปิดประตูแล้วเดินเครื่อง  เขาจะไม่พบอะไรเลย  เพราะเขาจะถูกห้อมล้อมด้วยระยะว่างขนาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่ชั่วขณะหนึ่ง  เขาพร้อมที่จะรับรู้ได้เพียงสี่ครั้งเท่านั้น  คล้ายกับการนอนหลับ  แต่เขาจะไม่หายไป --- แล้วเขาก็จะก้าวออกมาจากเครื่องอีกครั้ง  ในขณะเดียวกับที่รูปจำลองของเขาจะเดินทางไปสู่ดาวออร์กาเนียและจะกลับมาที่นี่โดยอัตโนมัติภายในหนึ่งวันหลังจากการปรากฏตัวขึ้น  ไม่สำคัญว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร  ถ้านั่นยังนานไม่พอเราจะส่งเขากลับไปใหม่  เมื่อรูปจำลองกลับมาถึงที่นี่  เราจะสร้างระยะว่างฮิลเบิร์ตขึ้นในห้องขนส่ง  และรวบรวมมันไว้นานพอที่รูปจำลองจะรายงานผลปฏิบัติการได้ทั้งหมด”
    “ชัดเจนดีสำหรับตอนนี้”  เคิร์กพูด  “คุณสป๊อค  คุณพร้อมแล้วหรือยัง?”
    “พร้อมครับ  กัปตัน”
    “ก้าวเข้าไปในสถานีขนส่งได้เลย”  สก๊อตพูด
    สป๊อคก้าวเข้าไป  ประตูปิดตามหลัง  เจ้าหน้าที่ประจำห้องขนส่งเดินเครื่องที่แผงควบคุม  เหมือนที่สก๊อตคาดไว้  ไม่เห็นอะไร  ไม่มีเสียงผิดแปลกของสนามพลังห้องขนส่งที่เปลี่ยนไป  เคิร์กพยายามนึกภาพว่าระยะว่างที่เพิ่มขนาดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นอย่างไร  แต่ก็ไม่สำเร็จ
    “เท่านั้นพอแล้ว”  สก๊อตพูด  “เขาสามารถก้าวออกมาได้แล้ว”
    แต่สป๊อคยังหายไป  เคิร์กพูด  “เราดูเหมือนจะลืมหาทางบอกให้เขารู้ตัว  ผมคิดว่าคงปลอดภัยพอที่จะเปิดประตูตอนนี้ได้แล้วใช่มั้ย?”
    “ได้แล้วครับ  กัปตัน”
    เคิร์กเดินไปที่ยกพื้นและเลื่อนประตูไปข้างหลัง  “คุณสป๊อค....”
    เคิร์กชะงัก  สป๊อคอยู่ที่นั่น  ท่าทางไม่ได้รับบาดเจ็บ  เขาอยู่ที่นั่นเกินกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป
    มีสป๊อคสองคนในห้องขนส่ง

    สป๊อคทั้งสองคนกำลังจับตามองกันและกันอย่างระวังระไว  และดูถูกกันเหมือนมนุษย์ที่กำลังหยั่งดูท่าทีของตนขณะเดินอยู่ในห้องกระจกพิศวง  เคิร์กไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครเป็นใคร
    “คนไหนเป็นร่างต้นแบบกัน?”  เขาถาม
    “ผมครับกัปตัน”  สป๊อคทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกัน
    “ผมกลัวอยู่แล้วว่าคุณจะตอบอย่างนั้น  เอาละ  ตอนนี้เรามีปัญหาแล้ว  นับจากนี้ไปผมจะเรียกคุณ”  เขาชี้ไปที่ชายทางซ้าย  “เป็น สป๊อคหนึ่ง  และคุณ”  เขาชี้ไปที่ชายทางด้านขวา  “เป็น สป๊อคสอง  ทั้งนี้เพราะผมยังตัดสินใจไม่ได้ว่า  คุณคนไหนเป็นร่างต้นแบบ  สก๊อตตี้  เห็นได้ชัดว่าคุณไม่เคยคาดว่าผลลัพธ์จะออกมาในลักษณะนี้”
    “ไม่  ผมไม่เคยคิดเลย”  สก๊อตพูด  “น่าเศร้ามากที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น  เราน่าจะตรวจสอบได้ว่าเขามาจากสถานีไหน”
    “คุณทำได้มั้ยล่ะ?”  เคิร์กถามเจ้าหน้าที่ประจำห้องขนส่ง
    “เสียใจ  ไม่ได้ครับ  หลังการเปลี่ยนแปลงใหม่แล้ว  สถานีทั้งหมดถูกกระตุ้นพร้อมกัน”
    “สก๊อตตี้  เห็นได้ชัดเลยว่าทั้งสองคนนี่อาจเป็นร่างที่เกิดจากแท็ชยอนส์ก็ได้”
    “อาจเป็นไปได้ครับ”  สก๊อตยอมรับอย่างเป็นทุกข์
    “ถ้างั้นงานหนักขั้นต่อไป  คือหาให้ได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม  ถ้าเป้นไปได้ช่วยหาทางแยกแยะระหว่างร่างต้นแบบกับร่างจำลองด้วย  ผมขอบอกว่าเรามีสป๊อคสองคนบนยานลำนี้  ไม่ควรมีปัญหาทางตรรกะที่เราไม่สามารถแก้ไขได้”
    “แม้เราจะคิดอะไรไม่เหมือนกันเปี๊ยบ”  สป๊อคหนึ่งพูด  “แต่ร่างจำลองก็เกินความต้องการอยู่แล้ว”
    “คุณคิดไม่เหมือนกันแน่ๆ”  เคิร์กพูด  “แม้คุณสองคนอาจพูดเหมือนกันในเวลาพร้อมกันก็ตาม”
    “ก็จริง  แต่ไม่ตรงกับปัญหาหรอกครับกัปตัน  ถ้าเราจะสังเกตอย่างนั้น”  สปีอคสองพูด  “ถ้าหากเราคิดเหมือนกันจริงในขณะที่สร้างร่างจำลองขึ้น  หลังจากนั้นประสบการณ์ต่างๆ ของเราก็จะแตกต่างกันไปเล็กน้อย  เริ่มด้วยความแตกต่างขั้นธรรมดา  คือเราได้ย่างเหยียบตำแหน่งต่างกันในเวลาอวกาศ  สิ่งนี้จะสร้างความผิดแผกทางความคิดของเราซึ่งจะปรากฏชัดขึ้น  เมื่อเวลาผ่านไป”
    “แต่ความแตกต่างอาจเป็นเรื่องปลีกย่อยที่ต้องเสียเวลาในการสังเกตมาก”
    “เรามีความเห็นไม่ตรงกันใช่มั้ย?”  สป๊อคพูดอย่างไม่แยแส  “นี่ก็เป็นความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ แล้วซิ”
    “คุณทั้งสองโต้เถียงกันพอแล้ว”  เคิร์กพูด  “พวกคุณมีน้ำเสียงเหมือนสป๊อคตัวจริง  รูปร่างก็เหมือนกัน  และเท่าที่ผมเป็นห่วง  คุณกำลังสร้างความงงงวยมากกว่าที่เขาเคยทำไว้เป็นสองเท่า  สป๊อคหนึ่งไปยังที่พักของคุณและคอยอยู่ที่นั่นจนกว่าผมจะเรียก  สป๊อคสองไปห้องพักของผมด้วยกัน”
    ไม่มีใครพูดอะไรกันอีกจนกระทั่งขึ้นลิฟท์และเดินไปถึงห้องทำงานของเคิร์ก  เคิร์กผายมือให้สป๊อคคนที่สองนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา
    “ตอนนี้คุยกันได้แล้ว”  กัปตันพูด  “ก่อนอื่น  คุณได้ไปที่ดาวออร์กาเนียมาสักเสี้ยววินาทีหรือเปล่า?  และถ้าคุณไป  คุณเห็นอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างมั้ย?”
    “เปล่าครับกัปตัน  ไม่มีอะไรเกิดขึ้นยกเว้นมีสป๊อคสองตัวในห้องขนส่ง  และผมยืนยันกับคุณได้ว่า  ไม่มีช่องโหว่ในความจำของผมที่จุดนั้นเลย”
    “ผมเสียใจที่ได้ยินอย่างนั้น  เพราะเราต้องการข้อมูลอย่างมาก  และอาจมีร่องรอยพอจะแยกแยะพวกคุณสองคนได้  คุณยังยืนยันว่าคุณเป็นร่างต้นแบบของสป๊อคใช่มั้ย?”
    “ใช่”  สป๊อคสองพูดด้วยน้ำเสียงที่เคยใช้เวลาเขารายงานตามปกติ
    “เอาละ  คุณรู้สถานการณ์ดีพอๆ กับผม  ในขณะนี้ผมสงสัยว่าผมสามารถเรียนรู้ที่จะอาศัยอยู่กับสป๊อคสองคนได้มั้ย  ผมอาจชอบมันก็ได้  แต่ยานลำนี้ไม่กว้างพอที่จะมีเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งถึงสองคน  ผมจะลดยศคนไหนและคงตำแหน่งคนไหนไว้ดี?”
    สป๊อคสองเลิกคิ้ว  “ผมอยากแนะนำกัปตันว่า  สถานการณ์ตอนนี้มันสำคัญกว่านั้นมากไม่ใช่รึ?  เราควรยอมรับปัญหาอีกแง่หนึ่งด้วย  บางทีคุณอาจเรียนรู้ที่จะอยู่กับสป๊อคทีเดียวสองคนได้  แต่มันเจ็บปวดสำหรับผม  คุณลองคิดดูแล้วกัน  ถ้ามี เจมส์ ที เคิร์กสองคนบนยานลำนี้แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไม”
    “อืมม....ใช่  ในทางส่วนตัวมันไม่น่าชื่นชมมากนัก  ขอโทษเถอะคุณสป๊อค  ผมยังไม่มีเวลาพอจะไตร่ตรองปัญหาทำนองนี้”
    “ผมเข้าใจครับ  แต่ยังมีร่างที่สองอยู่  มันอาจเป็นอันตรายต่อยานลำนี้ได้  ตอนนี้ผมไม่ได้พูดถึงความสับสนที่เกิดขึ้นกับผม  แม้ว่ามันจะเลวร้ายพอดูก็ตาม  แต่พูดถึงผลที่ได้จากประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่ง  ในขณะที่ผมเรียนรู้ที่จะอดกับสถานการณ์นี้ถ้าคุณสั่ง  ผมควรจะเลิกทำตนเป็นเพียงหน่วยอาสาสมัครและปฏิบัติงานภายใต้ความกดดันส่วนตัวแบบนี้จนไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งสิ้น  ยกตัวอย่างเช่น  เขาอาจคิดว่าสป๊อคคนที่ถูกลดยศกำลังวางแผนมาแทนที่เขา?  หรือถ้าพิจารณากันให้ดีนะครับกัปตัน  สป๊อคคนที่ถูกลดยศควรจะแสดงตนว่าเขาเป็นคนที่คุณควรจะแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่ง  และให้ชายอีกคนหนึ่งหลุดจากหน้าที่ใช่มั้ย?  การสับเปลี่ยนแบบนี้หรือการจัดอันดับพวกเขาอาจส่งผมต่อความรู้สึกสำนึกในหน้าที่ของชายแต่ละคนโดยตรงได้”
    เคิร์กผิวปาก  “ขณะนี้มันก็ทำให้ทุกคนรวมทั้งผมเสียขวัญอยู่แล้ว  แม้สถานการณ์ยังสงบอยู่ก็ตาม  คุณพูดถูก  ผมไม่คิดว่าเราจะกล้าเสี่ยงแบบนั้นได้  แต่คุณจะแนะนำให้ผมทำยังไงแทนล่ะ?”
    “คุณไม่มีทางเลือกครับกัปตัน  คุณต้องทำลายคนหนึ่งในพวกเราเสีย”
    เคิร์กจ้องมองเขาเป็นเวลานาน  ในที่สุดก็พูดขึ้น  “ถ้ามันกลายเป็นคุณล่ะ?”
    “แม้แต่ตัวผมเอง”  เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
    เงียบไปชั่วครู่  เคิร์กกำลังคิดถึงผลทางอารมณ์ของตัวเขาเองต่อเหตุการณ์ทำนองนี้  มันไม่ใช่ความคิดที่น่าชื่นชมเลย แต่มีทางเลือกอื่นอีกหรือ?  แผนการที่สป๊อคสองเสนอดูเหมือนจะเถียงไม่ได้
    “ผมอาจต้องทำอย่างนั้นจริงๆ”  เคิร์กพูดขึ้นในที่สุด  “แต่ถ้าเราไม่สามารถหาทางพิสูจน์ได้ว่า  คุณคนไหนเป็นร่างต้นแบบในขณะนี้ได้  โปรดเดินตรงไปที่ห้องบังคับการและอยู่ที่นั่นสักสิบนาที  แล้วกลับไปอยู่ในห้องทำงานจนกว่าจะถูกเรียกตัวอีกครั้ง”
    สป๊อคสองไม่แสดงสีหน้าอย่างไร  เขาพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้อง  เคิร์กรีบกดเครื่องติดต่อภายในไปยังห้องทำงานของสป๊อค  “เคิร์กเรียกคุณสป๊อคหนึ่ง”
    “ครับ  กัปตัน”
    “โปรดมารายงานตัวที่ห้องทำงานของผมเดี๋ยวนี้”
    เมื่อสป๊อคหนึ่งโผล่เข้ามา  เคิร์กรู้สึกตระหนกกับปัญหาการแยกแยะตัวจริงตัวปลอมขึ้นทันที  เขารู้สึกคล้ายกับว่าในขณะที่สป๊อคเดินไปตามทางเดินจนลับสายตาจากห้องทำงานของเคิร์ก  ถ้าเขาเลี้ยวกลับมาที่ห้องสันทนาการอีกและแสดงตนว่าเป็นสป๊อคหนึ่ง  เคิร์กไม่มีทางรู้ได้เลย  เขากำลังคิดถึงปัญหาเรื่องนี้....
    “นั่งลงซิคุณสป๊อค  เคิร์กถึงห้องบังคับการ”
    “อูฮูร่าค่ะกัปตัน”
    “คุณสป๊อคอยู่ที่นั่นรึเปล่า?”
    สป๊อคหนึ่งเลิกคิ้ว  แต่ไม่พูดอะไร
    “ไม่ค่ะ  กัปตัน  เขาเข้ามาอยู่ราวห้านาทีแล้วเพิ่งออกไป  คุณลองติดต่อที่ห้องทำงานของเขาซิคะ  หรือจะให้ดิฉันเรียกให้ก็ได้ค่ะ”
    “ไม่ต้อง  ขอบคุณ  ไม่เร่งรีบอะไรหรอก  เลิกติดต่อ”
    วิกฤติการณ์ขั้นแรกได้ถูกป้องกันหรือเกิดขึ้นแล้วกันแน่?  เขาบอกให้สป๊อคสองไปอยู่ที่ห้องบังคับการสิบนาที  แต่อูฮูร่าบอกว่าเขาออกไปหลังจากอยู่ที่นั่นได้เพียงห้านาที  แต่มันอาจไม่มีอะไรเลยก็ได้  ทุกคนอาจกำลังงานยุ่งแทบจะไม่ได้สนใจคนที่อยู่รอบข้างและไม่รู้หรือไม่สนใจว่าเขาจะจากไปนานเท่าใด  นั่นเป็นการเริ่มต้น  แต่จะมีประเด็นสำคัญอื่นๆ อีกมากมายตามมา  อูฮูร่าก็เหมือนลูกเรือคนอื่นๆ ที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องขนส่ง
    “คุณสป๊อค  เริ่มกันเดี๋ยวนี้เลยนะ  ผมต้องการให้คุณสวมเครื่องหมายอะไรสักอย่างที่แสดงถึงตัวคุณ”
    “ถ้างั้นคุณควรจะคิดทำขึ้นมาเองครับกัปตัน  อะไรก็ตามที่ผมเลือก  รูปจำลองอาจเลือกบ้างก็ได้  และบางทีเหตุการณ์อาจสงบไปได้สักระยะหนึ่งเท่านั้น”
    คำพูดนี้แสดงว่า  สป๊อคหนึ่งไม่ต้องการสร้างความงงงวยให้กับลูกเรือกว่าสี่ร้อยสามสิบคน  เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งสองคนจนกว่าจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้อีก  เคิร์กเองก็รู้สึกเช่นนั้น  แม้เขาจะรู้สึกเจ็บปวดที่ทราบว่าการปกปิดปัญหาอาจกลายเป็นการผูกปัญหาก็ได้
    เคิร์กถอดแหวนประจำตำแหน่งของเขาออกแล้วส่งให้  “ใช้ไอ้นี่แล้วกัน  แล้วให้แหวนบังคับการด้านวิชาการของคุณแก่ผมแทน  แหวนของคุณอาจต้องมีของเทียมอีกวงหนึ่งด้วย  แต่คงไม่มีใครสงสัยหรอก  ผมมั่นใจว่าไม่มีใครในยานลำนี้รู้เรื่องนี้เลย”
    “ไม่มีครับกัปตัน  ไม่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นบนยานเอ็นเตอร์ไพร้ส์มาบังคับการแทนได้  คอมพิวเตอร์สามารถพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ได้”
    “ผมจะลองตรวจสอบดู  อ้อ!  คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนสัญลักษณ์กับผมนะ  มันไม่มีความหมายอะไร  นอกจากเพื่อความสบายใจของผมแค่นั้นเอง”
    “ผมเข้าใจครับกัปตัน  การป้องกันล่วงหน้าตามหลักความจริง”
    เคิร์กสะดุ้ง  “ทั้งคู่คือสป๊อค  ทั้งท่าทาง  คำพูด  และทัศนคติ”
    “ดีแล้ว  ตอนนี้เราออกไปกันเถอะ  ผมเพิ่งคุยกับสป๊อคสอง  เราได้รับความก้าวหน้ามากพอดู  แม้จะไม่ใช่ในแบบที่ผมชอบนัก  ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าจะสรุปแบบเดียวกับเขา  ทั้งๆ ที่คุณขัดแย้งกันในตอนต้น  ผมจะเล่าให้ฟังว่าเราพูดอะไรกัน  สรุปว่า....”
    สป๊อคหนึ่งฟังเรื่องจากกัปตันอย่างสงบและไม่แสดงสีหน้า  แต่เมื่อกัปตันขอความคิดเห็นจากเขา  เคิร์กต้องตกใจอีกครั้งในวันนั้น
    “กัปตันจะให้ผมบอกรึครับว่า”  สป๊อคหนึ่งพูด  “มันผิดหลักความจริงที่จะหวังให้ผมมีความเห็นต่อเหตุผลทำนองนี้อย่างสงบใจได้  เริ่มต้นใหม่  คุณกับผมเป็นเพื่อนกัน  ผมไม่เคยหาประโยชน์ส่วนตัวไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดๆ  แต่ความจริงข้อนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว  การค้นพบว่าคุณเห็นด้วยที่จะฆ่าสป๊อคคนใดคนหนึ่ง  ไม่ได้ทำลายแต่บิดเบือนไปจากความคิดเห็นของผม”
    เคิร์กฟังอย่างสงบและไม่แสดงสีหน้า  แต่เขาเหมือนแมว  หูของเขาคอยรับทุกสิ่งเข้าสู่สมอง  การลังเลใจในคำพูดของสป๊อคหนึ่งแสดงถึงความไม่เต็มใจและความขี้ขลาดอย่างมาก  ซึ่งสป๊อคไม่เคยแสดงมาก่อน  เคิร์กตกใจที่พบว่าเจ้าหน้าที่อันดับหนึ่งของเขากำลังพูดด้วยความขุ่นเคือง
    เคิร์กพูดอย่างระมัดระวัง  “คุณพร้อมที่จะฆ่าผมมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่จริงแล้วคุณคิดว่าคุณพร้อมอยู่ชั่วขณะหนึ่ง”
    มันเป็นสิ่งโหดร้ายมากที่ต้องพูดเช่นนั้น  แต่เวลาของความสุภาพดูจะหมดไปแล้ว
    “ผมระลึกถึงมันด้วยความไม่สบายใจเลยครับกัปตัน  ผมรับรองกับคุณได้”  สป๊อคหนึ่งพูดด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจ  ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดนอกจากมนุษย์ชาววัลแคนและชาวโลกที่สามารถแสดงความรู้สึกแบบนี้ได้เท่านั้น “แต่คุณคงจำได้ว่าตอนนั้นผมกำลังคลุ้มคลั่งเพราะพิธีกรรมนั่น  คุณอยากให้ผมกลับไปอยู่ในภาวะจิตใจฉุนเฉียวแบบนั้นอีกรึ?  หรือต้องการให้ผมยอมรับบางสิ่งที่คล้ายคลึงกันในตัวคุณ?”
    “ไม่ต้องหรอก  ตรงกันข้าม  สิ่งที่ผมต้องการจากคุณตอนนี้เป็นความจริงที่ดีที่สุดเท่าที่คุณเคยพบมา  ในสถานการณ์ที่เลวร้ายแบบนี้”
    “ไม่มีอะไรครับกัปตัน  ผมก็เป็นเช่นเดียวกัน  ขอให้ผมได้ตรวจดูสักหน่อยว่าข้อเสนอของฝ่ายตรงข้ามไม่ล้าหลังเกินไป  ผมมีความยุติธรรมในการตรวจสอบว่าการปรากฏขึ้นพร้อมกันบนยานลำนี้กำลังก่อกวนเราทั้งสองคน  แต่เราไม่ถูกรบกวนด้วยเรื่องเหมือนกันในเวลาเดียวกัน  ดังนั้นคุณควรถามความคิดของเราทั้งสองคนและตัดสินสมดุลระหว่างมัน”  การลังเลหายไปแล้ว  เคิร์กคิดไปเองในตอนแรกหรือ? “นอกจากนั้นนะครับกัปตัน  ประเด็นการแยกแยะก็หมดความหมายด้วย  ผมสามารถยืนยันได้ว่าผมรู้ว่าผมเป็นตัวจริง  แต่ความรู้นี้อาจผิดถ้าผมเกิดเป็นร่างจำลอง?”
    “ผมคิดว่าคุณควรอธิบายให้ชัด”  แต่ความยุ่งยากของการโต้เถียงครั้งนี้ทำให้แน่ใจได้อีกครั้งว่าเขาเหมือนสป๊อค  เคิร์กรับรู้ด้วยความดีใจ
    “ถ้าผมเป็นร่างจำลอง  ผมก็มีความทรงจำที่ต่อเนื่องสมบูรณ์ซึ่งจำลองมาพร้อมกับตัวผม  เท่าที่ผมรู้  ความทรงจำทั้งมวลได้แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์จริงและไม่มีช่องว่างเลยไม่ว่าจะเป็นในด้านทัศนคติหรือความสามารถ  ด้วยเหตุนี้ความมุ่งหมายของผมและของคุณ  เราคนใดคนหนึ่งเป็นร่างต้นแบบและไม่มีเหตุผลอะไรที่จะชอบคนหนึ่งมากกว่าอีกคนหนึ่ง  ความแตกต่างซึ่งไม่มีความแตกต่างก็คือความไม่แตกต่างกัน”
    “คำพูดของแม็คคอยถึงลักษณะที่ขัดกัน”  เคิร์กพูด
    “มันไม่ใช่คำพูดที่แฝงวามล้ำลึกคำหนึ่งรึ?  ผมไม่คุ้นเคยกับมัน  ผมคัดมาจากคำของคอร์ซิบสกี้”
    “ไม่ใช่  หมอคิดมันขึ้นมาเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว  แต่กลับเป็นจริงขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน”  เคิร์กหยุด  เขาไม่เชี่ยวชาญทางตรรกวิทยา  แต่ขณะนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับผู้เชี่ยวชาญถึงสองคน  แต่ละฝ่ายกำลังถกเถียงปัญหาเรื่องความเป็นความตาย  และต่างก็มีเหตุผลน่าเชื่อพอๆ กัน  “คุณสป๊อค  ผมจะบอกให้คุณทราบเมื่อผมตัดสินใจได้แล้ว  แต่ผมไม่เข้าข้างไหนแน่  สำหรับผม  ตอนนี้ผมต้องการให้คุณและคู่อริของคุณหยุดทะเลาะกันสักครึ่งวัน  ด้วยเหตุนี้ผมจะรับงานของคุณทั้งสองมาทำก่อน  ผมยังไม่เลือกระหว่างคุณสองคน  และผมคงไม่ต้องปั่นเหรียญเพื่อตัดสินใจว่าคุณคนไหนจะต้องออกจากห้องพัก”
    “เป็นการแก้ปัญหาชั่วคราว”  สป๊อคหนึ่งพูดพร้อมทั้งลุกขึ้น
    “สำหรับคุณอาจใช่”  เคิร์กคิดขณะมองตามหลังไป  “แต่น้องชายของคุณต้องการให้คุณตาย”
    เขาถอนหายใจและกดเครื่องติดต่อ  “หมอรึ?  เคิร์กพูด  เตรียมยาแก้ปวดหัวไว้  ผมกำลังจะไปหาคุณ”

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบตอนขอขาแก้ปวดนี่แหละ ฮร๊ายยย


สป็อค จะน่ารักเกินไปแล้วน๊า

Mizz

#1 By Neuvez on 2009-05-15 12:41

อ่านทวนแล้วอีฟพิมพ์ผิดบานเลย orz
หนักกว่าต้นฉบับอีก อา...แต่ไม่แก้ละ ประจานตัวเองเอาไว้
(ที่จริงหาข้ออ้าง ขี้เกียจแก้ตะหาก <--- หนักกว่าเดิม!)

#2 By อีฟ on 2009-05-15 12:57

แอบมีให้แหวนด้วยนะ
“ผมจะลองตรวจสอบดู อ้อ! คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนสัญลักษณ์กับผมนะ มันไม่มีความหมายอะไร นอกจากเพื่อความสบายใจของผมแค่นั้นเอง”
“ผมเข้าใจครับกัปตัน การป้องกันล่วงหน้าตามหลักความจริง”

กร๊าก เมะเจ้าเล่ห์กับเคะซึนนี่หว่าประโยคนี้

#3 By gallantfoal on 2009-05-19 03:05

นี่มัน...

น่ารักสุดๆเลยยยย

บางทีคุณอาจเรียนรู้ที่จะอยู่กับสป๊อคทีเดียวสองคนได้ แต่มันเจ็บปวดสำหรับผม

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก

Critical Damage Hits!!!

/นอนตาย

สป็อคน่ารักมากกกก โอ๊ยยย นายน่ารักเกินไปแล้วน๊าาาา /จิ้มแก้ม

#4 By ป้าซาบ on 2009-05-27 06:38

หึหึ มีแลกวงแลกแหวน อะไรกันยะ
พลาดอย่างแรงนะสก็อตตี้ พลาดแบบนี้ก็มันส์เลย
ชอบสป็อคจัง ชอบทั้งสองสป็อคเลย กร๊ากกกก เลือกไม่ได้

#5 By blank on 2009-05-31 11:31