[BT] Gael 007: แกว่ง

posted on 10 Apr 2009 14:40 by eveba  in Blodwen

แกว่ง(...เท้าหาเสี้ยน)  ไม่ใช่ละ  = v = “
อันที่จริงเกลก็แกว่งมาตั้งแต่เอนทรี่ที่สามแล้ว!!! *ล้มโต๊ะ*


EVE: คราวนี้เขียนแล้วกลุ้มใจค่ะ 555+  อยากเขียนนะ  แต่เคว้งคว้างเป็นงงมาก  บิ๊วตัวเองไม่ขึ้น  ฮ่าๆ  เรายังไม่เศร้าขนาดนั้น  แต่จะตัดไปหลั่ลล้าเลยมันก็ยังไงๆ อยู่  *เกาหัว*  
ปีที่ผ่านมาได้เขียนแต่ตัวละครฝั่ง Villain (ล้วนแล้วแต่ชั่วๆ ทั้งสิ้น  555+)  มาปีนี้เจอตัวละครแบบเกลนี่...มันขัดความรู้สึกอยู่ลึกๆ  แต่อา  เกลเขียนสนุกนะคะ! XD เอาเป็นว่านี่คือผลของการได้ลองพยายามแล้วค่ะ!

(ได้แค่นี้แหละ ........ TTvTT ขอโทษนะลูก เกล แม่ให้ได้แค่นี้  แม่กำลังติดมาสค์ไรเดอร์)

+ ตอนแรกตั้งใจจะเขียนระบบเดียวกับพวกบล็อคแบบ ____diary (<กรุณาเติมชื่อในช่องว่าง)  ซึ่งจะเป็นการเขียนแบบ POV. ทั้งหมด  แต่แหม...เขียนเองเบื่อเอง  ขอแหกสักเอนทรี่นะคะ


ต่อจาก >[BT] Tatsumi 004 : hold me if i need to weep

…………………………………………………………………

 

Blodwen Town
 
Gael 007: แกว่ง


    เกล แมคอาแวร์ ยืนอยู่หน้าห้องพักของตนเอง
    ย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อน  สถานที่แห่งนี้ยังเป็นบ้านของเขา  เป็นที่หลบภัย  เป็นสถานที่ส่วนตัว  แม้จะไม่มีใคร  แต่บ้านก็ยังเป็นบ้าน  เป็นที่ที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย  อบอุ่น
    หากวันนี้  ขณะนี้  มันกลับแปรสภาพไป
    ใครบางคนได้รุกล้ำเข้ามา  และเปลี่ยนความรู้สึกของเขาต่อสถานที่แห่งนี้ไปโดยสิ้นเชิง

    เกลทาบมือกับประตู...และเปลี่ยนเป็นเคาะเบาๆ  ทั้งที่รู้ว่าภายในห้องไม่มีใคร
    เคาะ  รอคอย

    “...เปิดหน่อย”  เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่า  แผ่นหลังกว้างค้อมลงกว่าที่ควรเป็น
    “ฉันไม่โกรธนาย...ไม่ว่านายหรอก...”  ขณะพูด  รอยยิ้มแข็งๆ ปรากฏบนใบหน้าซีดขาว
    “อย่าไปทั้งๆ แบบนี้เลยนะ”

    พูด  ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีใครฟัง
    เคาะ  ทั้งๆ ที่รู้ว่าเคาะเท่าไรประตูก็ไม่มีทางเปิด


    “...หึ”
    สุดท้าย  ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ  สมเพชตัวเอง

    ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้น  ทุกครั้งที่ลืมตา  เกลบอกกับตนเองว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเพียงฝันร้าย
    ในเมื่อเขาฝันร้ายแทบทุกคืนอยู่แล้ว  ทำไมเรื่องนี้จะกลายเป็นแค่ฝันร้ายหนึ่งในจำนวนหลายๆ เรื่องนั้นไม่ได้?
    หลอกตัวเองไปเรื่อยๆ

    งี่เง่า
    ความจริงก็คือความจริง  ความฝันก็คือความฝัน


    เกลจำได้ว่านาโอมิเคยพูดเช่นนี้
    ลึกๆ แล้ว  เขารู้สึกอิจฉานาโอมิอยู่ไม่น้อย  เนื่องด้วยเธอเป็นคนที่สามารถแยกความจริงออกจากความฝันได้อย่างเด็ดขาด  ประกายตามุ่งมั่นของเธอข่มให้เขารู้สึกด้อยกว่าเหลือเกิน  ถึงอย่างนั้น  ไม่ว่าตอนนั้นหรือตอนนี้  เขาก็ยังนึกค้าน
    นาโอมิไม่ถูกทั้งหมด  ความฝันกลายเป็นความจริงได้
    แต่ว่า  ในกรณีกลับกัน...
    
    “ผมมันงี่เง่า”  เกลพึมพำ  รอยยิ้มยังค้างอยู่บนใบหน้า

    ไม่ว่าอย่างไร  ความจริงก็กลายเป็นความฝันไม่ได้

    “คุณต้องหัวเราะเยาะผมแน่”
    ในความเป็นจริง  นาโอมิไม่ได้รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเกล  และเธอก็ไม่ได้หัวเราะ
    ผู้ที่กำลังหัวเราะเยาะเกลก็คือตัวเขาเอง

    เกลสูดลมหายใจลึก  ไขกุญแจ
    ห้องซึ่งอยู่ในสภาพถูกรื้อค้นกระจุยกระจายปรากฏแก่สายตา  ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปภายใน  สูดรับกลิ่นเหม็นอับเข้าเต็มปอด  อาหารในครัวเน่าแล้ว  ในตู้เย็นก็ด้วย  ต้นไม้ที่ระเบียงก็เช่นกัน
    ในห้องน้ำ  ซากอาเจียนของเขายังกองอยู่ที่เดิม
    บนเตียง  ร่องรอยต่างๆ ยังอยู่ครบถ้วน  อากาศยังอวลด้วยกลิ่นของกิจกรรมซึ่งผ่านมากว่าเดือน
    เกลก้าวยาวๆ ไปยังเตียง  ข้ามถุงยางบนพื้น  ดึงผ้าปูที่นอนออก  กลิ่นที่พลุ่งขึ้นเตะจมูกทำให้เขาขย้อนจนต้องยกมือปิดปาก
    ที่จริงแล้ว  ‘กลิ่น’ ไม่ได้ฉุนนัก  มันเจือจางเสียจนแทบไม่อาจรับรู้ได้  แต่ก็เกินพอที่จะกวนตะกอนความทรงจำให้ฟุ้งขึ้นมาอีก  เกลพุ่งจากห้องนอนไปยังห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกัน
    อาเจียน
    ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำย่อยรสขมปร่า
    
    เกลบอกตนเองว่าเขาไม่รู้สึกรังเกียจเรื่องที่เกิดขึ้นบนเตียง...คืนนั้น
    ที่ไม่ขัดขืน  ไม่ใช่เพราะเกส  แต่เพราะเป็นคำขอของเพื่อนคนสำคัญ

    ยินดีทำ  ยินดีสนองให้

    แต่พอคิดถึงเหตุการณ์นั้น  กลับรู้สึกขย้อน
    ...ขย้อนจนต้องอาเจียนออกมา
    
    สมเพชตัวเอง
    
    เกลเปิดน้ำจากฝักบัว  ดึงลงมาล้างใบหน้า  เส้นผม  สัมผัสเย็นฉ่ำของน้ำช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น  ภาพจากความทรงจำถูกชะห่างออกไปชั่วขณะพร้อมกลิ่นน้ำย่อย
    ชายหนุ่มทิ้งฝักบัว  นั่งลงบนขอบอ่าง  หลับตา  ปล่อยให้น้ำจากเรือนผมไหลลงเสื้อ
    วันนี้เขาไม่ได้สวมผ้าพันคอ
    
    เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังฝ่าเสียงน้ำ  เกลลืมตาขึ้น  รับสาย
    “นายอยู่ไหน?”  เสียงทัตสึมิดังจากลำโพง
    “...บ้าน”
    “ฉันถึงบ้านแล้ว  ไม่เห็นนาย”
    คำพูดของทัตสึมิจุดรอยยิ้มอ่อนโยนขึ้นบนใบหน้าผู้ฟัง
    “ไม่ใช่”
    ทัตสึมิเงียบไปครู่หนึ่ง  ก่อนจะเปล่งเสียงรับรู้
    เมื่อเอ่ยอีกครั้ง  ความลังเลปรากฏชัดในน้ำเสียง
    “ให้ช่วย...”
    “ไม่เป็นไร  ขอบคุณ”
    เสียงน้ำกระทบขอบอ่างดังต่อเนื่อง  ฝักบัวค่อยๆ พลิกขึ้น  ละอองน้ำสาดสู่ด้านบนแล้วทิ้งตัวลงมา  เกลเหลือบตามอง  เปิดน้ำแรงขึ้น  ละอองน้ำบางส่วนกระเซ็นสูงถึงเพดาน
    “ทำอะไรน่ะ?”  เสียงทัตสึมิดังมาตามสาย  แต่ก็เหมือนสะท้อนมาจากที่ไกลๆ
    เกลปิดน้ำ
    “ล้างหน้า”  วิธีพูดห้วนสั้นนี้เป็นสิ่งที่แก้ไม่หาย  ไม่ใช่ว่าเขาต้องการให้คู่สนทนารู้สึกไม่ดี  แต่เป็นความเคยชินที่จะพูดในลักษณะนี้
    น้ำบนเพดานค่อยๆ รวมตัวกัน  หยดลงมา
    เกลมองอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะลุกออกไป  โทรศัพท์เลื่อนหลุดจากมือ


    นอกระเบียง  ต้นไม้ดอกไม้แห้งเฉาคากระถาง
    หนึ่งเดือนที่ปราศจากมือคอยดูแลทำให้พวกมันเปลี่ยนสภาพไปจนแทบจำไม่ได้
    เกลยืนมองกระถางเหล่านั้นด้วยสายตาเหม่อลอย  ซึมเซา
    เขาจงใจเลือกเลี้ยงแต่พรรณไม้ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างต่อเนื่องเพื่อขจัดความเหงาให้ตนเอง  และเพื่อสร้างเหตุผลให้ตนเองมีชีวิตต่อไปได้ในแต่ละวัน  
    เพราะมีต้นไม้เหล่านี้  เพราะมีสัตว์เลี้ยงอย่างหนูตะเภา  ชีวิตของ เกล แมคอาแวร์ ผู้ไม่มีคุณค่าใดๆ ต่อโลกจึงเปลี่ยนเป็นสิ่งจำเป็นขึ้นมา
    “ขอโทษ”  ชายหนุ่มกระซิบ
    ซากใบไม้ไหวตามแรงลม  ส่งเสียงกรอบแกรบ  ต่อว่าต่อขาน...
    “ขอโทษ”  เขากล่าวซ้ำ
    เกลเลี้ยงสัตว์  ปลูกต้นไม้  ไม่ใช่เพราะชอบ  แต่เป็นเพราะพวกมันทำให้เขารู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ
    ไม่มีเขา  พวกมันก็ตาย
    เกลยอมรับว่านั่นเป็นความคิดเห็นแก่ตัว  แต่อย่างน้อย  เขาก็ดูแลพวกมันอย่างดี  
    จนถึงหนึ่งเดือนก่อน...

    “ทำอะไรอยู่?”  คำถามดังใกล้หู
    เกล แมคอาแวร์ เหลียวหลังกลับ  และพบว่าทัตสึมิยืนอยู่เกือบชิดตัว  ดวงตาหลังกรอบแว่นไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เป็นพิเศษ  แค่มอง
    “คุณ...”
    ทัตสึมิยื่นโทรศัพท์ให้  มันเปียกน้ำ
    “อย่าทิ้งโทรศัพท์ทั้งที่ยังไม่วางสายสิ”
    “...”  เกลรับโทรศัพท์จากมือทัตสึมิ  หน้าจอระบุว่าการสนทนายังไม่ตัด
    จนถึงตอนนี้  แม้จะยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด  แต่ทัตสึมิก็ยังไม่วางสาย  ในมือข้างขวาของชายชาวญี่ปุ่นยังกำโทรศัพท์ของตนเองไว้หลวมๆ  หายใจหอบ...หากไม่สังเกตก็ไม่เห็น
    เกลมองเลยออกไปยังประตูหน้า  บานประตูเปิดกว้าง
    “ขอบคุณ”  เขาพึมพำ  กดตัดสาย

    เกลไม่เข้าใจทัตสึมิเท่าไรนัก
    ทั้งที่รู้จักกันเพียงผิวเผิน  แม้แต่ชื่อเต็มก็ยังไม่รู้  แต่นายธนาคารผู้นี้มักจะโผล่เข้ามาในจังหวะเหมาะเจาะ  โดยเฉพาะในเวลาที่เขากำลังเดือดร้อน  ทั้งยังให้ความช่วยเหลือโดยไม่ต้องร้องขอ
    จนบางครั้ง  เกลอยากคิดเข้าข้างตนเองว่าทัตสึมินับเขาเป็นเพื่อน


    ในห้องครัว
    เกลกับทัตสึมินั่งประจันหน้ากัน  คั่นกลางด้วยโต๊ะทานข้าวและถ้วยกาแฟ...รวมถึงกลิ่นเหม็นเน่า
    “ลืมไปซะ  ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับผม”  เกลกล่าว  ไม่ว่าอย่างไร  ชายหนุ่มยังยืนกรานไม่ยอมแจ้งความ
    “คิดดีแล้ว?”  ทัตสึมินั่งกอดอก  เขาเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้ว  แต่เข้าใจว่าการปฏิเสธในช่วงแรกมาจากความสับสนของอีกฝ่าย
    “ครับ”
    เกลขอให้ทัตสึมิเก็บเรื่องเอาไว้  ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  และยังคงยืนยันเช่นเดิมมาจนถึงขณะนี้
    “ผมไม่เข้าใจ  คุณสนับสนุนให้เพื่อนเก่าเป็นมิจฉาชีพหรือนี่?”
    “...”  เกลขยับริมฝีปาก  แต่ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา  เขาก้มลงมองมือตนเอง  มือของเขาแห้งสนิทเช่นเดียวกับเส้นผม  แต่เสื้อสีน้ำตาลที่สวมใส่ยังชื้น
    ทัตสึมิถอนหายใจเบาๆ  กวาดตามองรอบตัว  แม้แต่ในห้องครัว  ผู้เป็นเจ้าของก็ยังตั้งใจตกแต่ง  ของประดับบางชิ้น  จานชามบางชุด  มองแล้วอดยิ้มไม่ได้
    อันที่จริง  ทั้งบ้านก็ถูกตกแต่งอย่างเป็นมิตรและมีอารมณ์ขันเช่นเดียวกับห้องครัว  ผิดกับบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของลิบลับ...
    “ผมกลัว”  เกลเอ่ยตัดความเงียบ  เสียงของเขาเบามากเสียจนทัตสึมิแทบจะไม่ได้ยิน
    “กลัว?  เขาขู่คุณ?”
    เกลไม่ตอบ  เขากำมือ  และคลายออกช้าๆ

    ทั้งเกลและทัตสึมิไม่ใช่นักสนทนาที่ดี  ดังนั้น  ทั้งคู่จึงตกอยู่ท่ามกลางความเงียบอีกครั้ง  เงียบจนได้ยินเสียงฝน...

    “ฝนตกแล้ว”  ทัตสึมิกล่าวลอยๆ
    “ไม่ใช่”  เกลปฏิเสธ  ทั้งที่เสียงฝนดังขึ้นเรื่อยๆ
    “...?”  นายธนาคารเลิกคิ้ว
    “เขาไม่ได้ขู่ผม”  เกลเอ่ยต่อ  มือใหญ่แต่ค่อนไปทางไร้เนื้อหนังประสานเข้าหากัน  นิ้วยาวของเขาแทบไม่ปรากฏรอยปูดโปนของข้อนิ้ว  หลังมือเรียบสนิท  เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่มือของคนทำงานใช้แรง
    เป็นมือแบบเดียวกับมือของทัตสึมิ
    “อย่างนั้น...?”  ทัตสึมิเปล่งเสียงพูดทั้งที่ยังจ้องมองมือคู่นั้น
    เล็บทั้งสิบจิกลงบนหลังมือ  ไร้คำตอบ
    เวลาเดินผ่านไป...

    “ถ้ามีอะไรที่ฉันพอช่วยได้  ก็อยากจะช่วย”  ทัตสึมิกล่าว  แต่น้ำเสียงเรียบเรื่อยของเขาทำให้ค่าของประโยคนี้ลดเหลือเพียงการพูดตามมารยาท
    “ไม่มี”  เกลตอบ  ลักษณะการพูดห้วนๆ เช่นนี้ก็ดูเป็นการตัดรอนมากกว่าจะให้ความรู้สึกว่าเป็นการปฏิเสธด้วยความเกรงใจ
    เวลายังคงเดินผ่านไป...


    “เขาบอกว่ารักผม”
    “ฟังดู...”
    “เกย์”
    “...”
    ทัตสึมิยังคงนั่งอยู่ที่เดิม  มองมือคู่เดิม  ขณะรับฟังเจ้าของมือ
    “ผมเชื่อเขา”  
    “อืม”
    “มันรู้สึกดีทีเดียว  ที่ได้รู้ว่ามีใครสักคนต้องการ  ไม่ว่าจะในแง่ไหน”
    “...”
    “รังเกียจไหม?”
    “...”
    “คุณคงไม่เชื่อ  ถ้าผมบอกคุณว่าผมไม่ใช่เกย์”
    “ฉันเชื่อ”
    มือคู่นั้นแยกออกจากกัน  นิ้วทั้งสิบผ่อนคลาย
    “เรามีเซ็กซ์กัน  ผมเต็มใจ”
    ทัตสึมิเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าผู้พูด  และพบว่าดวงตาสีฟ้าจางจ้องตรงมาที่เขา
    “เขาเป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็กของผม”
    “...”
    “เขาสำคัญสำหรับผม”
    “...”
    ขณะพูด  สีหน้าของเกลเรียบเฉย  ไม่เศร้า  ไม่ยิ้ม  ไม่มีแววโกรธเกรี้ยว
    “ดังนั้น  ผมจึงกลัว”
    “...?”  ทัตสึมิเลิกคิ้ว  รูปตายาวรีเปลี่ยนไปเล็กน้อย
    เกลเบนสายตาออก  มองเลยไปด้านหลังทัตสึมิ  มือที่คลายแล้วกลับมาประสานกันอีกครั้ง
    “ผมคงทำบางอย่างพลาด  เขาถึงจากไปโดยไม่ลา”
    “นาย...”
    “ถ้าผมพลาดอีกครั้ง  ผมกลัวว่าเขาจะไม่กลับมาอีก”
    “...”  ทัตสึมิขยับตัวราวกับรู้สึกอึดอัด  บางที  เขาอาจจะอยากพูดอะไรบางอย่าง  แต่ตัดสินใจที่จะไม่พูดออกไป
    “คุณรู้สึกสมเพชผมแล้วใช่ไหม?”  เกลดึงสายตากลับมาที่ทัตสึมิ  ถามตรงๆ
    ทัตสึมิไม่ตอบ  เกลยิ้ม
    “ไม่เป็นไร  ผมก็รู้สึกสมเพชตัวเองเหมือนกัน”
    “...”
    “...”
    “ทัตสึมิ”
    “...?”
    “ที่ผ่านมาคุณมีน้ำใจกับผมมาก  ขอบคุณ”
    “ไม่เป็นไร”
    

    ทัตสึมิลุกขึ้นยืน  หลังผ่านความเงียบงันนานกว่าสี่สิบนาที...ฝนหยุดตก
    เกลนั่งอยู่ที่เดิม  หลับตา  ใบหน้าดูแปลกเมื่อมองจากมุมสูง  ริมฝีปากค่อนข้างบางดูบางลงไปอีก  ในขณะที่เห็นรูปกะโหลกใต้เนื้อหนังชัดเจน  โหนกแก้มกับสันจมูกแบบคนตะวันตกให้ความรู้สึกดุดัน  คุกคาม  ยิ่งเมื่อบวกกับบุคลิกและลักษณะการพูดยิ่งไม่ชวนเข้าใกล้
    อย่าว่าแต่การปลอบโยนเลย  แค่จะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลก็ยังรู้สึกไม่เหมาะ
    หากมีใครสักคนบอกว่า ‘คนๆ นี้เป็นคนอ่อนโยน’  คงต้องค้านหัวชนฝา
    “ฉันจะกลับแล้ว”  ทัตสึมิกล่าว

    เปลือกตาบางใต้กลุ่มผมหนาขยับไหว  ขนตาสีซีดสั่นอย่างแผ่วเบา
    ในความเงียบ  หยดน้ำตาร่วงลงบนปลายนิ้ว  ไม่เกิดเสียงใดๆ
    ‘ตลก’ อาจเป็นคำนิยามที่ตรงที่สุด  เมื่อใบหน้าซึ่งไม่เหมาะกับน้ำตาอย่างยิ่ง  ถูกประดับด้วยน้ำตา  แม้แต่เจ้าของใบหน้ายังหัวเราะออกมา

    ผิวหนังส่วนที่หยาดน้ำตาลากผ่าน  ให้ความรู้สึกอุ่นร้อน
    ตลก

    “ลาก่อนครับ”  เกล แมคอาแวร์ กล่าวคำอำลาด้วยรอยยิ้ม
-------------------------------------------------------------------------------------------------------

*อีฟเปลี่ยนให้ทัตสึมิใช้คำว่า "ฉัน" กับ "นาย" เวลาพูดกับเกล  ตามเอนทรี่ล่าสุดของคุณเชค  แต่จะมีประโยคที่ยังเป็น "ผม" กับ "คุณ" อยู่บ้าง~
ส่วนตัวแล้ว  อยากให้ใช้ "ผม" กับ "คุณ" เหมือนเดิมมากกว่า  แต่เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเลย  เนอะ  ว่าไงว่าตามกัน...

ปล. มีส่วนที่คิดไว้ว่า ’ต้องใส่’  แต่หาที่ยัดใส่ไม่ได้เยอะมากๆ  แอร๊ยยยยยย!!!!!!!!!!  แค้นเคืองตัวเอง~ เอนทรี่หน้าจะได้ใส่มั้ยเนี่ย oTZ
ปล.2 ติดเกลสูทททททไว้ก่อนนะคะ แหะๆ
ปล.3 ขอบคุณ ทัตสึมิ ดารารับเชิญค่ะ XD

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อยากกอดเกล
พูดไม่ออก ไม่รู้จะพูดอะไร
เรื่องแบบนี้คนที่จะให้คำตอบ และเยียวยามันได้ดีที่สุดก็คือเสียงในใจตัวเองแหละ

//กอดเกล

#1 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-04-10 15:13

...เกลสูท????? คืออะไรอ่ะ?
โถๆๆ นู๋เกล รีบๆหาคู่ใหม่เร็วๆนา เหอๆๆ (รออ่านฉาก เอ้ย รออ่านต่อ)

ปล. ตรูเหงายิ่งกว่าเกลอีกเนี่ยตอนนี้ ไม่มีสัตว์เลี้ยงหรือต้นไม้เลย ฮืออออ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#2 By Gu_Tango on 2009-04-10 15:21

เราต้องรณรงค์ให้พระเอกนิสัยดีกลับมาบูมอีกนะคะ question ทำไมคนเลวช่างเท่เหลือเกิน

#3 By Daughter Of Sparda on 2009-04-10 15:21

ชอบฉากที่เกลเคาะประตูห้องตัวเอง
ชอบฉากที่ทัตสึมิวิ่งมายื่นโทรศัพท์ให้

อ่านแล้วอะไรบางอย่างมันก็ตื้อขึ้นมาในอก

ชอบจริงๆ เรื่องราวของเกล (และรวมถึงของทัตสึมิ)

จะรอติดตามครับ
(บอกแล้วว่าผมแอบเป็นแฟนคลับคุณ question )

#4 By aki on 2009-04-10 16:52

โอ้ย อ่านแล้วเจ็บ
แต่ชอบจัง (หรือเราจะมาโซ) cry

เกลท่าทางเหงามากๆ หางานยุ่งให้เขาทำเถอะค่ะ

ขันน้ำ ดอกมะลิ

#5 By ffr -_- on 2009-04-10 19:30

รู้สึกว่าเกลอ่อนไหวแล้วก็เปราะบางมากๆ
เหมือนแบกรับความรู้สึกผิดบาปทั้งโลกเอาไว้กับตัวเอง

คลื่นความเหงาโหมกระหน่ำซัดบลอดเวน

แก้ไขได้ด้วย...สกายปี้...นะครับพี่น้อง

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#6 By Cyanic on 2009-04-10 22:41

#6

แก้ไขได้ด้วยสกายปี้ 5555+
กอดเป้แน่นๆ

#8 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-04-10 23:26


มาตอบแล้วจ้ะ

เอาล่ะ ตอนนี้ ... ก่อนอื่นชอบ
“ฉันถึงบ้านแล้ว ไม่เห็นนาย”

มากๆง่ะ ,,>_<, แบบว่า อั้ยยยย แต่ไม่ นั่นไม่ใช่อารมณ์ของฟิก

แกเหงามากเลยเกล จำได้ว่าตอนเปิดเรื่องมายังไม่น่าสมเพช เอ้ย สงสารขนาดนี้ ...
จริงนะ แต่ตอนนี้เกลดูจะแตกได้อยู่แล้ว แถมยังขี้แยอีกต่างหาก โถ่ แล้วทัตสึมิก็เหมือนจะโคตร ๆ เย็นชา

นี่สนใจฟังเกลบ้างหรือเปล่านี่ หรือมัวแต่มองมือ แต่ถ้าเราเป็นทัต (ซึ่งก็เป็น) ก็คงไม่รู้จะพูดอะไร ค่อนข้างอึดอัดเลยทีเดียว แล้วก็คิดว่า แม่งเอ้ยโคตรเกย์เลย แล้วมาบอกว่าไม่ใช่เกย์เนี่ยนะ - - อา หรือว่าเค้ายัีงไม่รู้ตัวว่าเป็นเกย์กันนะ

ตกลงว่านายเป็นเกย์นะเกลลี่ ...

เกย์น่าสงสารที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นตอนช่วงวัยกลางคนไงล่ะ ..
อ่านแล้วรู้สึกว่าต้องกอบกู้เกลขึ้นมา

อารมณ์ฟิกเศร้าเกลเด่นมาก เกลมันหดหู่เอามากๆเลยอ่ะ .. น่าเป็นห่วงจริงๆว่ะ

#9 By [ S h e c k ] on 2009-04-10 23:29

อ่านจบแล้วพูดไม่ออก บอกไม่ถูก..

รู้อยู่อย่างเดียว "ชอบมากๆค่ะ"

เกลขี้เหงา ขี้แง น่าเป็นห่วง น่าปกป้องสุดใจ(/อึก..)
นอกจากอ่อนโยนแล้วยังอ่อนไหวง่ายมากๆ ..

ใจหายสุดๆตอนนั่งอ่าน แบบ.. ฮืออ T__T
ชอบหลายๆฉากมากๆค่ะ แบบว่า นี่ละ เกล ..
สู้ๆนะเกล เวลาจะช่วยให้หลายๆอย่างดีขึ้นนะ!(คิดว่า..)

#10 By Amina Eirwen on 2009-04-12 03:56

โอบเกลไว้

เกล...เกล...(ฮือ) ร้องไห้ไปด้วย

#11 By KuRiKa on 2009-04-13 00:08

มาสาดน้ำกลับค่า~~
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ
surprised smile ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#12 By Milkchan ^๐^ on 2009-04-20 13:00