[BT] Gael 005: I'm so happy 'cause today... (Roland 3)

posted on 25 Mar 2009 00:07 by eveba  in Blodwen

 เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

Gael 005: I'm so happy 'cause today... (Roland 3)

 

           อัลบั้มภาพถูกรื้อออกจากชั้น

               

                ผมมองข้ามไหล่โรแลนด์  เห็นเขาจ้องภาพถ่ายสมัยเรียนของผมไม่วางตา  ผมในตอนนั้นตัวเก้งก้าง  แขนขายาว  ไว้ผมรุงรัง  สวมเสื้อห้อยย้วยกับกางเกงยีนส์เก่าคร่ำ...ออกจะเป็นแฟชั่นที่ผิดยุค  ผิดที่ผิดทาง  แต่ผมก็ชอบแต่งของผมอย่างนั้น  ไม่ว่าจะในสมัยนั้นหรือสมัยนี้  มองอย่างไรก็ดูไม่จืด
                “สายแล้ว” ผมเตือน  หากจะถ่ายรูปก็ควรเริ่มเสียเดี๋ยวนี้
                “นายเล่นดนตรีกับเขาด้วย?”  โรแลนด์ลากมือไปบนกีตาร์ในรูปถ่าย
                “เครื่องมือหาลำไพ่พิเศษ” ผมตอบ  กิจกรรมแสนสนุกของผมคือการทำแล็บ  ไม่ใช่เกากีตาร์  แต่ผมก็ไปเล่นดนตรีในผับเล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัยเกือบทุกเย็น  ไม่เล่นก็ไม่รอด  ไม่มีเงินก็ทำอะไรไม่ได้  สารเคมีบางตัวต้องซื้อหาเอง  สถานที่ทดลองบางที่ก็ต้องใช้เงินเช่า  ยิ่งถ้าหากทดลองแผลงๆ นอกหลักสูตรด้วยแล้ว...
                “ตอนนี้ยังเล่นได้อยู่ไหม?”
                “ทำไมจะไม่ได้”
                โรแลนด์ยิ้ม  ก้มหน้าดูภาพต่อ  ท่าทางสบายๆ ไม่เร่งรีบทำให้ผมพลอยรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย  ซ้ำร้าย  เกือบจะเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
                “รีบหน่อย  ไหนว่าตอนเที่ยงแสงไม่สวย” ผมเอ่ยเร่ง  แต่ก็หย่อนก้นลงข้างเพื่อนเก่า  สบตาตนเองในภาพถ่าย  และเลยไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงกัน  เธอไม่ยอมสบตา  หากผินหน้าไปด้านข้าง  ผมยาวตรงสีดำสนิทช่วยพรางรูปหน้าค่อนข้างกลม  เสริมให้ดวงตาเรียวทั้งคู่ดูเด่นขึ้น
                “นี่แฟนนาย?” โรแลนด์เอ่ยถาม  หลังพินิจอยู่เป็นครู่  “สาวญี่ปุ่น?”
                “นาโอมิ  เหลียง  คนฮ่องกง”  ผมตอบ
                นาโอมิเป็นผู้หญิงแปลก  ไม่จุกจิก  ไม่ตามแฟชั่น  สูบบุหรี่จัด  เล่นดนตรีเก่งหาตัวจับยาก  ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ  แต่ไม่ยักมีนิสัยอ่อนไหวแบบ ‘ศิลปิน’  ในการพบกันครั้งแรก  เธอเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาผม  และถามว่า  ยีนของผมรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นเธอ
                ครับ  นาโอมิถามยีนของผม  ไม่ได้ถามผม
 
                ต่อมา  ดูเหมือนยีนของเราเห็นต้องตรงกันในอันที่จะผสมผสานเพื่อให้เกิดการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดีกว่า

                ยีนของผมไม่เคยพยักหน้ารับยีนของใครมาก่อน  ดังนั้น  นาโอมิจึงเป็นผู้หญิงคนแรกของผม  แต่ผมเป็นผู้ชายคนที่สองของเธอ
                เราผ่านกระบวนการสืบพันธุ์ทั้งครั้งแรกและครั้งต่อๆ มาด้วยความราบรื่นดี  แต่ไปไม่ถึงขั้นตกลงใจผลิตทายาทออกมาดูเป็นตัวเป็นตน  เพราะต่างก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเราทั้งคู่ยังไม่พร้อมที่จะประคับประคองสายพันธุ์ให้อยู่รอดและเติบโตอย่างสมบูรณ์ในโลกใบนี้ (หรือโลกใบไหนๆ)
                ผมไม่เคยเสียใจที่ต้องเลิกรากับนาโอมิ  แต่เสียใจที่การแยกจากของเราไม่สวยหรือเป็นมิตรอย่างที่เราคาดหวังว่ามันจะเป็น

 
                “เกล  นายอยากปล่อยแก่สักครั้งไหม?”  โรแลนด์ถาม  ภาพสีซีเปียในหัวผมกระเจิงหายไป
                “ไม่”  ผมปฏิเสธ  แต่ที่จริงแอบสนใจ
                โรแลนด์เหลือบมองกีตาร์ฝุ่นจับซึ่งถูกนิตยสาร Science World (ฝุ่นจับพอกัน) ทับเป็นตั้ง
                “คนเราชอบเหมารวมสิ่งที่เห็นกับสิ่งที่รู้เข้าด้วยกัน  แล้วสรุปว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง”
                “นายว่าไงนะ?”  ผมถามซ้ำ  นึกว่าฟังผิด  เพราะประโยคนั้นผุดขึ้นมาแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้
                “นายว่างั้นหรือเปล่า?” โรแลนด์ถามกลับหลังพูดทวนให้ฟัง  สายตาของเขาจับที่ภาพ UFO บนสมุดโน้ตเล่มหนึ่งท่ามกลางนิตยสารและหนังสือต่างๆ
                “คงอย่างนั้น”  ผมตอบ
                “รู้ไหมว่าคนในเมืองเขามองนายยังไง?”
                “คิดว่ารู้  แต่ไม่อยากจำ”  ล่าสุดผมโดนเข้าใจผิดว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง
                “ตอนเช้ามืดฉันออกไปเดินข้างนอก  หาเพื่อนคุย  ทุกคนเตือนฉันว่านายมันตัวอันตราย”  โรแลนด์พูดไปขำไป
                ตอนเช้ามืดจะมีใคร  นอกจากคนเฒ่าคนแก่ที่ต้องการการนอนน้อยกว่าคนหนุ่มสาว  ส่วนพนักงานบริษัทที่เร่งรีบออกจากบ้านนั้นตัดออกไปได้เลย  พวกเขาไม่เสียเวลามาเสวนากับคนแปลกหน้าแน่  ปู่ๆ ย่าๆ ส่วนใหญ่ลองได้เชื่ออะไรแล้วก็จะเชื่อฝังใจอยู่อย่างนั้นซะด้วย
                “ก็ดีแล้วนี่”  ผมหัวเราะ  ฉวยอัลบั้มจากมือโรแลนด์  เก็บเข้าที่เดิม
                ดีเสียอีก  กลัวกันมากๆ  จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับผม  ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้กลัวกันทั้งเมืองเลย
                “ฉันอยากได้ภาพนายที่เป็นนายจริงๆ  แบบที่คนอื่นเขาไม่เห็นกันน่ะ” โรแลนด์บอก  เหยียดขา  เปลี่ยนเป็นท่าครึ่งนั่งครึ่งนอน  “นายสร้างภาพให้ตัวเองดูน่ากลัวมากไป”
                ผมหันไปยิ้มให้โรแลนด์  อาจจริง  แต่ผมไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพ  มันคล้ายกับการวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด  เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเอง  กว่าผมจะรู้ตัว  ผมก็ติดการหัวเราะเสียงต่ำๆ  เดินหลังค่อมๆ  ทำหน้าบอกบุญไม่รับไปแล้ว  จะแก้ก็แก้ไม่ได้
                ...ขนาดผมเป็นของผมอย่างนี้  ยังมีคนกล้าเข้ามาขอร้องอะไรแปลกๆ เยอะแยะ
                “ฉันก็เป็นฉันแบบนี้แหละ”
                ผมยังติดใจเรื่องชวน ‘ปล่อยแก่’ อยู่นะ
 

                “อยากฟังนายเล่น Lithium”  โรแลนด์เอ่ย  โอ้เอ้ไม่ยอมตามออกจากห้อง
                “ไว้กลับมาจะเล่นให้ฟัง  ระวังนอนไม่หลับแล้วกัน” ถ้าเป็น Lithium ของ Nirvana ละก็  ได้...  ผมมีความหลังกับเพลงนี้อยู่  มันเป็นเพลงเดียวที่ผมน่าจะยังเล่นได้คล่อง
                “ทำไมต้องรอ?  ไปเล่นกลางจัตุรัสเลย”
                “ได้”  ผมเปล่งเสียงออกไปก่อนสมองจะทันได้ประมวลผล  แทบจะกัดลิ้นตัวเอง
                โรแลนด์ลุกขึ้นยืน  สะพายกล้อง  เปลี่ยนเป็นคนกระปรี้กระเปร่าโดยฉับพลัน  เขาโอบไหล่ผม  ส่งยิ้มให้ความมั่นใจ  เสมือน เช เกวารา ยิ้มให้สหายร่วมอุดมการณ์
                “ทำไมนายไม่แต่งตัวเหมือนสมัยก่อนด้วยล่ะ?”  เขากระซิบกระซาบ
                “ได้”
                ผมอยากกลั้นใจตายซะเดี๋ยวนั้น  แต่มีการพิสูจน์แล้วว่าคนเราไม่สามารถทำได้  อา...นั่นไม่ใช่ประเด็น  กลางจัตุรัสน่ะคนผ่านไปมาน้อยเสียเมื่อไหร่?  ยิ่งใกล้เที่ยงแบบนี้  นักเรียนนักศึกษาเดินกันให้ควั่ก
                “จำเป็นด้วยเหรอ?”
                “แน่นอน  จะปล่อยแก่มันต้องแต่งตัวเหมือนสมัยหนุ่ม  ฮ่าๆ”  โรแลนด์ตอบ  ผมเห็นประกายสนุกสนานในดวงตาเขา  ให้ตาย  ดวงตาคู่นี้ไม่เปลี่ยนไปจากอดีตเลยจริงๆ

                .

                .

                .

                นาโอมิชอบเล่น Lithium

                ทั้งชอบเล่นและชอบฟังคนอื่นเล่น

                .

                .

                .

                ‘ปล่อยแก่’ ของโรแลนด์  ตรงตามความหมาย (ปล่อยแก่ [v.] - pretend to be young)
                มันคือการย้อนไปทำตัวเหมือนที่เคยทำในสมัยอายุยังไม่เฉียดเลขสาม
                เขินไหม?  เขิน
                อายไหม?  อาย
                สนุกไหม?  ...อืม  ความสนุกมันมาหลังจากหนังหน้าชาสนิทดีแล้ว
 

                โรแลนด์เริ่มใช้กล้องก็ตอนผมเริ่มรู้สึกสนุกนั่นแหละ  เขาขออะไรผมทำหมด  ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติ  แต่ต่างที่หลังๆ ผมทำด้วยความเต็มใจ  ตั้งแต่ขึ้นไปยืนบนขอบน้ำพุ  แหกปากร้องเพลง Rape Me (โรแลนด์น่าจะชอบฟัง Nirvana  ไม่ก็เห็นผมตกยุคเอามากๆ)  ไปจนถึงขั้นถอดเสื้อ…

                สนุกสุดก็ตอนวิ่งหนีตำรวจกันตับแลบนั่นละ

 

                ถ้าอามิน่ามาเห็น  เธอคงคิดว่าผมบ้าไปแล้ว
                ว่าแต่ทำไมผมต้องคิดถึงเธอในเวลาอย่างนี้ด้วยนะ?

                .

                .

                .

                ตกเย็น  เราไปปล่อยแก่กันต่อที่เมืองข้างเคียง  ผมขออนุญาตไม่ลงรายละเอียด  เอาเป็นว่า  กว่าจะย้อนกลับมาถึงห้องก็เล่นเอามืด  โรแลนด์ม่อยกระรอกทันทีที่หัวถึงหมอน  ส่วนผมเล่นกับหนูตะเภาต่อ  ชดเชยที่ไม่ได้พาไปเดินเล่นตอนเย็น  ไม่นาน  หนูตะเภาก็ม่อยกระรอกไปอีกคน --- อืม...ตัว
                วันนี้เป็นวันที่ไม่เหมือนทุกวัน  ยาวนานกว่า  สนุกกว่า  และคาดว่าจะประทับในความทรงจำนานกว่าวันอื่นๆ  เพราะฉะนั้น  ผมจึงเกิดอาการไม่อยากให้มันผ่านไป  แต่เวลาก็ยังเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าจะช้าลงตามความต้องการของผม
                เนื่องจากยังไม่มีใครประดิษฐ์เครื่องบิดเบือนมิติเวลาสำเร็จ  ฉะนั้น  สุดท้ายแล้ว  ผมจึงทำได้แต่เพียงปล่อยให้วันนี้หลุดมือไป
 

                ในห้องนั่งเล่น  อัลบั้มภาพตกอยู่บนพื้น  ผมคงเผลอวางมันหมิ่นแต่แรก
                รูปเดี่ยวของนาโอมิร่วงลงมาขณะผมสอดอัลบั้มคืนชั้น
                ...นาโอมิผู้ชื่นชอบเพลง Lithium

        

                ผมนั่งลงหน้ารูปนาโอมิ  นึกถึงคำวิจารณ์ดุเด็ดเผ็ดร้อนของเธอ  โคฟเวอร์เพลงอื่นเธอไม่ว่า  ขออย่ามาโคฟเวอร์ Lithium ใกล้ๆ หู  ไม่ว่าใครก็โดนเธอวิจารณ์แหลก  แม้แต่ต้นฉบับอย่าง เคิร์ท โคเบน ก็ยังไม่รอด  เธอถึงกับประกาศกร้าวว่า  Lithium ฉบับที่เธอต้องการฟังมีอยู่แต่ในอุดมคติ...แต่ถึงอย่างนั้น  ถ้ารู้ว่ามีใครโคฟเวอร์เพลงนี้  เธอเป็นต้องดิ้นรนไปฟัง  ต่อให้เขาไม่เล่น Lithium  เธอก็จะขอเพลง Lithium จนได้
                เสียดายที่ยังไม่มีใครเล่นได้ถูกใจเธอ  แม้แต่ตัวเธอเอง

                ผมชะโงกมองนอกกระจก
                ตอนนี้นาโอมิจะทำอะไรอยู่นะ?  ฟังใครสักคนเล่น Lithium อยู่หรือเปล่า?
               

                ไม่รู้อะไรดลใจ  ผมหยิบโทรศัพท์  ติดต่อนาโอมิเป็นครั้งแรกตั้งแต่เราแยกกัน
                ไม่มีใครรับสาย
                เสียงเรียกเข้ากลายเป็นเสียงเตือนให้ฝากข้อความ
                ผมคว้ากีตาร์  กรอกเสียง...

                    “I’m so happy ‘cause today…

 

         

 

 

......................................................................................................

EVE:  เอนทรี่นี้ต่อจาก Gael 004: Roland (2) นะคะ

          แล้วก็  สำหรับซีรี่ส์ Testimony อีฟเขียนส่วนของ Gael แล้ว  ถ้ายังไม่ได้อ่าน  คลิกที่หน้ายิ้มเลยค่ะ > (ไม่ต่อกับเรื่อง Roland นะ)

          ทำไมพักนี้เราถึงขยันอัพ BT ไปได้......

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เสียใจที่ไม่ลงรายละเอียด surprised smile (ไปยุ่งอะไรกับเขา)
อารมณ์ Nostalgia เกิดได้กับทุกคนเนาะ
บางครั้งมันก็ทำให้หดหู่ บางครั้งก็ทำให้แย่
แต่มันก็ยังดีที่มีให้คิดถึง

เราก็เป็นนะ คล้ายๆ นาโอมิ เพลงที่ชอบมากๆ ในเครื่องมีเป็น 20 เวอร์ชั่น (ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าลาวดวงเดือน หรือ fly my to the moon) แต่ฟังแล้วก็สนุกสนานดี แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่เจอแบบที่ได้ดั่งใจสักที...สักวันคงเจอ big smile

#1 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-03-25 00:53

ตอนนี้อ่านไปนึกภาพตามแล้วอมยิ้มค่ะ แอบคิดว่าถ้าใครเห็นอาจจะคิดว่าเกลสติแตกไปแล้วก็ได้มั้ง แต่ดีจังเลยที่เหมือนเห็นเกลได้ปลดปล่อยอะไรออกมาบ้าง surprised smile

เพลงในอุดมคติ คิดว่าบางทีใช้เวลาทั้งชาติก็อาจไม่ได้ฟังในแบบที่เราต้องการก็ได้มั้งนะ แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าได้เจอ อารมณ์นั้นจะเป็นอย่างไร ถ้ายังมีชีวิตก็คงตามหากันต่อไปล่ะค่ะ

#2 By Cyanic on 2009-03-25 09:05

อ่านไปแอบยิ้มไปจริงๆ

อา.. พี่อีฟขยันอัพ BT จริงๆค่ะ ตามเม้นไม่ทัน
(อนึ่ง.. เพราะไม่มีเนตให้ตาม orzzz''')

พอเกลอยู่กับโรแลนด์แล้วได้ฟิลสบาย+เด็กๆขึ้นมาเลยค่ะ
อาร์มเห็นต้องรู้สึกแปลกใจ+เผลอยิ้มตามแน่ๆ XD~~
ได้ปล่อยอารมณ์ปล่อยแก่ให้ตัวเองบ้างก็ดีแล้วค่ะ
จะได้รู้สึกสบายใจขึ้น ให้ชีวิตได้พักผ่อนบ้าง

แอบฮาตอนที่บอก ผ่านกระบวนการสืบพันธุ์
สมแล้ว ที่เป็น(อดีต)นักวิจัย ใช่คำได้แบบว่า...
เผลอหลุดขำออกมาเลยค่ะ

ปล. แอบอยากฟังเกลเล่นกีตาร์ล่ะ(ฮา)

ในส่วนของ Testimony แอบเดาได้ว่าใครเป็นคนร้าย
คุณเกลบอกไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำสิ! ตำรวจคนไหนข่มขู่เนี่ย!
เดี๋ยวปั๊ดยัดข้อหาไล่ออกนอกเมือง(555 ล้อเล่นค่ะ)
ตายๆ นับวันชักยิ่งลำเอียง orzzz'''ไม่ดีแน่ๆ

#3 By Amina Eirwen on 2009-03-25 18:44

คุณอีฟขยันอัพจริงๆฮร่ะช่วงนี้ (ฮา)
แต่นั่นเป็นเรื่องดีน้าาาา !!!

คุณเกลน่ารักมากๆ 005 นี้ได้แสดงด้านที่เปิดใจออกมามากขึ้น
ถึงตอนแรกจะขัดคำสั่งไม่ได้ แต่ไปๆมาๆมันก้เริ่มสนุกสินะ ^^

ปล.อยากเห็นรูปฟิคนี้จัง คุณเกลกับยีน จะออกมาเป้นไงกันนะ !? อยากเห็นนาโอมิ ด้วย !! คงจะสวยเอามากๆเลย

#4 By Pupu Meteor on 2009-03-26 06:27

มาตอบคอมเมน์แล้ว ..

เรื่องนี้เราชอบนะ เห้นด้วยที่แอบเสียดายที่ไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ รู้สึกว่าตัดเยอะไปอ่ะ อีฟ มันมีช่วงที่รู้สึกว่าต้องสนุกแน่เลย แทรกอยู่เยอะนา - - จริงๆนะ

ไว้ว่างๆอยากตัดออกมาเขียนก็๋ได้โปรดตัดนะ

ชอบตอนนี้ เกลสนุกสนานดี เห็นแล้วก็ดีใจด้วย เศร้าที่ตอนนี้คนอย่างหมอนี่ต้องมาจบที่เมืองนีแห้ะ เพราะ เกสอย่างเดียวเลยนะเนี่ย ไม่งั้นคงเป็นอะไรไกลๆ กว่านี้

ชอบหลายอย่างของตอนนี้เลยอ่ะ ชอบนาโอมิด้วย ไม่รู้สึกว่าจะสวยแห้ะ แต่จะเป็น สาวเอเชีย มั่นๆ ที่โตเมืองนอก เท่ดีนะ .. ฉันก็แอบอยากมีแฟนแบบนี้แห้ะ ฮ่าๆๆๆ แห่ะ - - ;;

อ่านแล้วอยากเล่นดนตรีเป็นมั่ง ท่าแบกกีร์ต้าไปไหนมาไหนได้คงเท่ดี

ชอบตอนนี้ชอบที่เก็บบรรยากาศของนาโอมินั่นแหล่ะ อือ .. อีฟเก่งแล้วแหล่ะเรื่องทำให้ชอบตัวละครของอีฟอ่ะ
ชอบนาโอมิ .. ชอบเกลด้วย :D

เสียดายตอนนี้โรแลนด์น้อยไปหน่อยอ่ะ

#5 By [ S h e c k ] on 2009-03-26 23:16