[BT] Gael 004: Roland(2)
posted on 20 Mar 2009 03:06 by eveba in Blodwenเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
เหตุการณ์เกิดก่อนช่วงไวท์เดย์นะคะ
ต่อจาก http://eveba.exteen.com/20090315/bt-gael-003-8216-8217
Gael004: Roland(2)
โรแลนด์นั่งฝั่งตรงข้ามผม กำลังทานอาหาร ท่าทางหิวเหมือนไม่ได้ทานอะไรมาเป็นวันๆ
“นายทำอาหารอร่อยนะ” เขาเอ่ยชม ซอสเลอะหนวดเคราหรอมแหรม
การอาบน้ำโกนหนวดเป็นสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อผมเปิดประตูให้ แต่เขาโกนหนวดไม่เกลี้ยงเอาเสียเลย
“ตกลง...นายคือโรแลนด์?” ผมยังไม่แน่ใจ
“ก็เออสิวะ! จะให้เป็นใครล่ะ?” เขาตะโกนตอบทั้งที่อยู่ห่างกันแค่โต๊ะกั้น
“นายเปลี่ยนไปเยอะ” ผมพึมพำ ห่อไหล่ ใจยังพะวงถึงลูกนกที่ทิ้งไว้กับสัตวแพทย์
“ผ่านไปตั้งเป็นสิบปี จะให้เหมือนเดิมอยู่ได้ไง?” เขาย้อน
“อืม” ผมกลืนน้ำลาย มองโต๊ะที่เต็มไปด้วยเศษอาหาร ไอ้ครั้นจะบอกว่า ‘กินดีๆ หน่อย’ ก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมา
“นายคงสงสัยว่าทำไมฉันเพิ่งมาหาเอาป่านนี้”
“ก็นิดหน่อย”
“เอ้า เอาไป” เขาโยนซองกระดาษเก่าคร่ำมาให้ ข้างในมีรูปถ่าย ผมเกือบจะจำไม่ได้แล้วว่าเด็กในภาพคือตนเอง นี่คือภาพที่โรแลนด์ถ่ายในวันสุดท้ายก่อนจากกัน ตอนนั้น เขาสัญญากับผมว่าจะเอาภาพมาให้ดู แต่ก็ไม่ เขาไปโดยไม่เอ่ยลา
“อย่าบอกนะว่าหลายปีมานี่นาย...”
“หือ?”
“...เดินหาร้านล้างรูปอยู่?”
“ไอ้บ้า!” โรแลนด์ตะโกนเสียงดัง
ผมหัวเราะ ไม่คิดว่าตัวเองจะหัวเราะได้แบบนี้ แต่อาจเป็นเพราะภาพถ่ายเรียกความทรงจำวัยเด็กกลับคืนมา เขาร่วมหัวเราะด้วย
“งั้นนายทำบ้าอะไรอยู่? ฉันนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้ดูรูปพวกนี้ซะแล้ว”
“ฉันไม่ใช่คนขี้ลืมนะเว้ย บอกแล้วว่าจะเอามาให้ดู”
“อืม” ผมมองโรแลนด์เต็มตา ไม่คิดว่าเขาจะยังจำสัญญาของเราได้
ถึงรูปร่างหน้าตาเขาจะเปลี่ยนไปมาก แต่พอมองดีๆ แล้ว ดวงตาของโรแลนด์ไม่เปลี่ยนไปจากอดีตแม้แต่น้อย ผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงนั่นด้วย
“ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อนายก่อนหน้านี้ มันอาจจะฟังดูงี่เง่านิดหน่อยนะ แต่ฉันตั้งใจไว้ว่าจะมาพบนายก็ต่อเมื่อความฝันเป็นจริงแล้วเท่านั้น ไม่อยากให้นายผิดหวังว่ะ”
ผมเลิกคิ้ว ลืมเรื่องที่คิดจะพูด อ้าปากค้าง ฟังเผินๆ มันก็ดูมีเหตุมีผลดีหรอกนะ แต่คิดๆ ดูแล้วมันยังไงๆ พิกล แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ถ้าเขาพูดแบบนี้ก็หมายความว่า...
“นาย...ได้เป็นช่างภาพสงครามเหรอ?”
“ช่าย” โรแลนด์ลากเสียง “ฟังเสียงปืนจนเอียนเลย”
ผมส่งเสียงแสดงความทึ่ง อาจจะมากไปนิด มุมปากโรแลนด์กระตุก
จากนั้นอีกสามชั่วโมงเต็ม โรแลนด์นั่งด่าประเทศตัวเองสลับกับอวดผลงานแต่ละชิ้นให้ผมดู ทุกภาพแสดงความป่าเถื่อนโหดร้ายของสงคราม บางภาพดูแล้วน้ำตาจะไหล ภาพที่ผมจ้องนานที่สุดคือภาพชายชาวอิรักถูกทหารอเมริกันใช้ปืนจ่อหัว ดวงตาที่จ้องมองมาพอดิบพอดีนั้นบอกเล่าอะไรได้หลายๆ อย่าง โรแลนด์กระซิบว่า หลังกดชัตเตอร์ ทหารอเมริกันก็เหนี่ยวไก ภาพนั้นยอดเยี่ยมในสายตาผมที่ไม่ค่อยรู้เรื่องภาพถ่ายมากนัก จับภาพได้พอดิบพอดี อารมณ์ มุมภาพ ทุกอย่างไร้ที่ติ แต่โรแลนด์ส่ายหน้า บอกไม่ดี แล้วกล่าวต่อติดตลกว่า ถึงจะห่วยขนาดนี้ แต่ก็ยังมีไอ้บ้าคนหนึ่งแอบอ้างลิขสิทธิ์ ขโมยไปขายหน้าด้านๆ
“ฉันขอพักอยู่ที่นี่สักสองสามวันได้ไหม?” โรแลนด์ถาม
“ได้” ปากตอบไปโดยไม่รู้ตัว พอความหมายของประโยคนั้นซึมเข้าสมอง ผมรีบพูดต่อ “นานแค่ไหนก็ได้”
“เยี่ยมเลย” โรแลนด์พยักหน้า อมยิ้ม
“ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่นี่?” ผมถาม เอาจานใส่เครื่องล้าง
“สืบที่อยู่นายน่ะมันเรื่องง่ายๆ” เขายักไหล่
...ก็ง่ายจริงๆ นั่นแหละ
“เสียใจด้วย เรื่องงาน” เขากล่าวต่อ
ผมเปิดน้ำล้างมือ ไม่รู้จะตอบไงดี เรื่องผมตกงานนี่ก็คงรู้กันไปทั่ว
“นายติดต่อบ้านฉันเหรอ?”
“อืม พ่อแม่นายสบายดี พี่นายก็เหมือนกัน”
“...อืม”
“พ่อแม่ฉันไปหมดแล้วว่ะ”
“เสียใจด้วย”
“นายกะจะกลับไปเยี่ยมบ้านเมื่อไหร่?”
“ไม่รู้สิ”
“ตอนอยู่ที่อื่น ฉันอยากกลับไปเยี่ยมบ้านใจจะขาด แต่โอกาสมัน...นะ เวลาปีๆ หนึ่งผ่านไปไวอย่างกับโกหก แป๊บเดียวก็ล่อไปหลาย”
“จริง”
“เออนี่ เกล นายมีนั่นรึยัง?”
“อะไร?”
“นั่นน่ะ”
“อะไร?”
“แฟน”
“อ้อ เคยมี”
“เอาเดี๋ยวนี้สิ”
“ไม่มี”
“เล็งใครไว้หรือยัง?”
“ถามอะไรของนาย?” ผมคิดถึงเอมิขึ้นมา แต่เธอเด็กเกินไป เราห่างกันตั้งสิบเอ็ดปี อีกอย่าง ผมคงรู้สึกไปฝ่ายเดียว เด็กสาวอย่างเธอซู่ซ่ากับไอ้แก่อย่างผมเสียเมื่อไหร่
“มีโอกาสก็รีบเผด็จศึกเลยนะ เดี๋ยวพลาดแล้วเสียดายตายห่า”
“ไม่ได้จะตายวันตายพรุ่งสักหน่อย”
คิดอีกที ผมว่าโรแลนด์เปลี่ยนไปมากจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตา แต่อย่างว่า ตอนเด็กกับตอนโตเทียบกันได้ที่ไหน
“ทำตัวตามสบาย เดี๋ยวฉันกลับมา” ผมคว้าผ้าพันคอ
“จะไปไหน?”
“ไปเยี่ยมนก แล้วก็แวะรับหนูตะเภากลับบ้าน” ผมฝากหนูตะเภาไว้กับกลัซ ตอนนี้น่าจะเล่นเพลินอยู่ที่ศูนย์
“นายเลี้ยงหนูตะเภา?”
“หมา”
“ตกลงหมาหรือหนู?”
“มีเบียร์อยู่ในตู้ ตามสบายนะ”
“ขาอย่างนี้ยังจะไปอีกเหรอ?”
“ไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย” แต่พอพูดขึ้นมาก็ชักรู้สึกอยู่เหมือนกัน
.
.
.
นกตายแล้ว
ผมเดินไปตามถนนด้วยจิตใจห่อเหี่ยว แต่พอหักกลบลบหนี้กับความดีใจที่ได้เจอโรแลนด์ มันก็พอถูไถไปได้
“อุ๊ย!” หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินชนผม หรือไม่แน่ ผมนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเดินชนเธอ
“ขอโทษ” ผมบอก แต่เธอชิงวิ่งหนีไปก่อนที่ผมจะทันพูดจบ
ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ออกมาเดินในช่วงคนพลุกพล่าน ผมจึงรู้สึกเกร็ง ยิ่งตอนเดินสวนกับคนกลุ่มใหญ่ด้วยแล้ว...
ผมผงะ
เอมิเดินอยู่ท่ามกลางคนกลุ่มนั้น ช่างบังเอิญอะไรอย่างนี้
เธอไม่ได้ทักผม และผมก็ไม่ได้ทักเธอ เราต่างคนต่างเดิน จนกระทั่งสวนกัน ผมเหลียวหลังกลับ ทันเห็นเธอเพิ่งผินหน้ากลับไป
เสี้ยวหน้าของเธอช่างดูเล็กและบอบบางเหลือเกิน
.
.
.
“ไม่แสบตาเหรอ?”
นั่นคือประโยคแรกที่ผมถามโรแลนด์เมื่อกลับถึงบ้าน เขานั่งวาดภาพอยู่กลางห้อง เปิดไฟทุกดวง แถมด้วยการตั้งโคมอีกสี่ดวงล้อมรอบตัว
“เย็นนี้มีอะไรกิน?” โรแลนด์ถามกลับ ไม่เสียเวลาเงยหน้าจากสมุดวาดเขียนบนตัก ใต้ก้นมีชามข้าวของหนูตะเภาวางรอง
หนูตะเภาส่ายหาง แต่มองโรแลนด์ด้วยสายตาปวดร้าว…ถ้ามองเห็นตามันละก็นะ
“นายนั่งทับชามข้าวฉัน” ผมกล่าวแทนหนูตะเภา
“หือ? นายกินในชามนี้เหรอ? โทษทีๆ หน้าตายังกับชามข้าวหมา” โรแลนด์ยกก้นขึ้นเล็กน้อย เลื่อนชามข้าวออก
“ฉันใช้ใส่อาหารให้หนูตะเภา” ผมแก้ หนูตะเภาวิ่งไปคาบชามข้าวมากกอย่างหวงแหน
“ทำไมไปนานนัก?”
“...”
ผมไม่ตอบ จะให้บอกได้ยังไงว่าระหว่างทางถูกแม่บ้านที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนขอให้ช่วยซ่อมเฟอร์นิเจอร์ ถูกไอ้หนุ่มที่ไหนไม่รู้ขอให้ยืนแจกใบปลิวแทน แล้วต่อด้วยการถูกเด็กประถมขอให้ทำการบ้านแทนยกชั้น
“เกล นายเดินกะเผลกนะ”
“เหรอ? ทานอาหารไทยได้ไหม?”
“อะไรก็ได้”
“เยี่ยม”
ผมชอบอาหารรสจัด เพราะฉะนั้น อาหารไทยจึงเป็นอาหารที่ผมโปรดปรานในอันดับต้นๆ
.
.
.
“นี่อะไรน่ะ? อร่อยดี” โรแลนด์ถาม เจริญอาหารเหมือนมื้อก่อน คงเพราะอดมื้อเที่ยงนั่นแหละ
เขียวหวานเนื้อพร่องไปเยอะที่สุด รองลงมาก็...
“ไข่ลูกเขย”
โรแลนด์สำลัก
“ไม่ใช่ของลูกเขยบ้านไหนจริงๆ หรอก” ผมขำหน้าโรแลนด์
ไอ้ไข่ลูกเขยเนี่ย กรเป็นคนแนะนำให้ผมรู้จัก ตอนรู้ชื่อมันผมทำหน้าเหมือนโรแลนด์เป๊ะ อาหารชนิดนี้อาจมีชื่ออื่นในภาษากลาง แต่กรบอกผมในฉบับแปลตรงตัว
“ว่าแต่ทำอาหารไทย ทำไมหุงข้าวญี่ปุ่น?” โรแลนด์ถามขณะพุ้ยข้าวเข้าปากต่อ
“มันหนืดๆ ดี” ผมตอบ ที่จริงเสียดายข้าวหอมมะลิที่เหลืออยู่น้อยต่างหาก
ผ่านไปพักหนึ่ง พวกเราเงยหน้าพูดพร้อมกัน และหยุดพร้อมกันทั้งคู่
“นายพูดก่อน” โรแลนด์ผายมือ
“ฉันดีใจที่นายมา”
“ท่าทางไม่ค่อยตื่นเต้นเลย”
“จริงด้วยสิ” ผมหัวเราะ ขำตัวเอง “ฉัน...ทำตัวไม่ถูก”
พอโรแลนด์มานั่งอยู่ตรงหน้า ผมก็คิดไม่ออกว่าควรจะถามอะไรหรือทำตัวแบบไหน ผมไม่แน่ใจว่าควรจะต้องดีใจขนาดไหน และแสดงออกอย่างไร
“นายเปลี่ยนไปเยอะ สูงขึ้น สูงกว่าฉันซะด้วย” โรแลนด์พูดยิ้มๆ “แต่ไม่รู้ขี้แยเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“นายก็เปลี่ยนไปมาก” ผมพึมพำตอบ
โรแลนด์เอื้อมมือมาเสยผมที่ปรกหน้าผม แต่ผมเอียงหลบ เขาชิงจับใบหน้าผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง มือของเขากร้านและแข็งแรง แถมยังอุ่นจนผมรู้สึกเหมือนแก้มถูกลวก
“เคยเปลี่ยนทรงผมบ้างไหม?”
“ไว้ยาวสมัยอยู่มหา’ลัย”
“ขอดูหน้านายชัดๆ หน่อย”
โรแลนด์ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ผมหัวเราะ ชักหวั่นๆ ยังดีที่มีโต๊ะอาหารคั่นระหว่างเรา ผมเหลือบมองกล้ามแขนเป็นมัดของเขา นี่ถ้าเขาคิดจะหักคอผมนะ...บิดกร๊อบเดียว...
“มืดไป” เขาพึมพำ ผละไปหยิบโคมไฟมาเปิดสาดหน้าผม
“นายทำอะไรเนี่ย?” ผมผงะหนีแสง
“โทษทีๆ พักหลังสายตาฉันมันแย่”
แทนที่จะกลับไปนั่งที่เดิม โรแลนด์กลับทรุดนั่งฝั่งเดียวกับผม
“โอ้โห ตอนเด็กๆ ออกจะหล่อ โตมาหน้าอย่างกับผีลืมหลุม” เขาเปรียบซะผมขำ
“พรุ่งนี้เป็นนายแบบให้ฉันหน่อย อยากทำอะไรก่อนตาจะแย่กว่านี้”
“ได้สิ” ผมยิ้ม ตกลงด้วยความเต็มใจ
โรแลนด์ยิ้มกว้าง
.
.
.
“ตื่น! ตื่น!!!”
ผมลืมตาตื่น โรแลนด์ยังเขย่าตัวผมอยู่
“ฉันตื่น...” ผมบอกเขา เสียงหายกลางคัน คอแห้ง
“ตื่นแล้วก็ปล่อยมือสิวะ”
“หา?”
เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจิกมือโรแลนด์ก็ตอนเขาพยายามแกะมือผมออก เมื่อผมปล่อยมือ โรแลนด์เอื้อมไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียง เล็บผมมีเลือดติด
ตีสามครึ่ง...
คงเพราะถูกปลุกกะทันหัน เลยรู้สึกเพลียเป็นพิเศษ หัวใจเต้นแรง
“ยาใส่แผลอยู่ในตู้ ตรงนั้น” ผมชี้ แต่โรแลนด์เลือกใช้ยากับพลาสเตอร์จากกระเป๋าตัวเอง
“ฝันอะไร? ละเมอน่ากลัวเป็นบ้า” เขาถาม
“เปล่านี่ ไม่ได้ฝัน” ผมตอบตามตรง หากฝันก็จำไม่ได้
โรแลนด์นั่งลงข้างเตียง ยื่นทิชชู่ให้ ผมรับมางงๆ เขาชี้แก้มตัวเอง ผมขมวดคิ้ว ใช้ทิชชู่เช็ดเลือดที่ปลายเล็บ โรแลนด์ส่ายหน้า คว้าทิชชู่มาเช็ดแรงๆ บริเวณแก้มทั้งสองข้างของผม
“...เอาวะ ก็ยังดีกว่าฉี่รดที่นอนหน่อยนึง” เขาพึมพำ ปาทิชชู่ลงถัง เอนตัวนอนข้างๆ ผม ดับไฟ
“นอนๆ”
“โร...”
“ราตรีสวัสดิ์”
“อืม ราตรีสวัสดิ์”
.
.
.
โรแลนด์ตื่นก่อนผม อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย แต่ท่าทางไม่กระปรี้กระเปร่า เหมือนคนอดนอน
“เกล ดีนะที่นายไม่มีเพื่อนร่วมห้อง” เขาบอก
“...?” ผมยืนงงอยู่หน้าห้องน้ำ ถือผ้าเช็ดตัวค้าง
“ไม่มีอะไร”
.
.
.
//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
EVE: ตัด - ตัด - ตัด ไว้ต่อใน Roland(3) นะคะ ชักยาวเกิน อารมณ์เรื่อยๆ มาเรียงๆ~~~(?)
คนแต่งก็ชักจะงงเอง อารมณ์ว่า "เอ๊ะ ที่ตั้งใจไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา?" 555+
ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ
BT ติดๆ กันสองเอนทรี่แล้วแฮะ (...กับจำนวนคนตอบที่ลดฮวบฮาบ...แจ๊บๆ < ใครเกิดทันอ่านเรื่องผีที่มีเสียง 'ฮวบฮาบ แจ๊บๆ' บ้างคะเนี่ย? ฮ่าๆ)
(ออกเสียงเน้นทุกตัวอักษร)
น่ารัก!! ฉากตอนขอดูหน้านั่นมันอะไรกัน!! แล้วตอนเช็ดแก้ม...เช็ดอะไรหน่ะ
นายนอนน้ำลายยืดหรอเกล!! (*โดนตบ)
ติดตามไตต่อปอนด์คะ
#1 By lovecook on 2009-03-20 22:40