[BT] Gael 003: ‘แผล’

posted on 15 Mar 2009 11:43 by eveba  in Blodwen

 เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ


สืบเนื่องจาก เอนทรี่นี้ : http://moscownight.exteen.com/20090212/bt-party-and-shyness

กับเอนทรี่นี้ : http://amina-diario.exteen.com/20090209/bt-before-valentine-love-is-8230-1
และ เอนทรี่นี้ : http://amina-diario.exteen.com/20090214/bt-before-valentine-love-is-8230-2-end
อ้ะ  เอนทรี่นี้ด้วย : http://eveba.exteen.com/20090208/bt-gael-002-roland


เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังปาร์ตี้ที่บ้านลุงเคลย์ตันจบนะคะ


+++++
Gael 003: แผล

ตั้งแต่อามิน่าให้ช่อกุหลาบ  ผมก็ไม่สามารถสลัดเธอออกจากหัวได้
ผมลอบมองเธอในงานเลี้ยง  หลายครั้งที่พบว่าเธอก็กำลังมองผมอยู่เช่นกัน  เราประสานสายตากันโดยไม่ได้ตั้งใจ  เธอเป็นฝ่ายหลบตา
ไม่อยากหวัง  ไม่กล้าหวัง
โดยเฉพาะเมื่อเป็น อามิน่า เออร์เว่น
ผมเคยได้ยินว่าเธอเป็นเจ้าเมือง  แต่นั่นไม่น่าเป็นไปได้  อาจจะเป็นแค่ฉายาที่เรียกกันในหมู่เพื่อน  ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...
อามิน่าเป็นบุคคลสุดท้ายในเมืองที่ผมคิดว่าจะสามารถสนิทด้วยได้  ผมเคยมองเธออยู่หน้าร้านดอกไม้  เธอดูสดใส  และเป็นศูนย์กลาง  เป็นศูนย์กลางของอะไรก็ช่างมันเถอะ  ผมรู้สึกว่าเธอแผ่รัศมีบางอย่างที่เป็นขั้วตรงข้ามกับผม  เหมือนแสงสว่างกับเงา  น้ำกับน้ำมัน  อะไรทำนองนั้น  สรุปว่าไม่สามารถเข้ากันได้โดยสิ้นเชิงนั่นแหละ
แต่ช่อกุหลาบนั่น...?
บางทีเธออาจจะมอบช่อกุหลาบให้กับทุกคน  บางทีมันอาจเป็นของสมนาคุณเนื่องจากผมสั่งดอกไม้ถึงเป้าพอดี  อย่างที่ว่า  ผมไม่กล้าจินตนาการอะไรเหลวไหลเกินตัว
ผมกับอามิน่าเคยพูดกันนับประโยคได้

“ระวัง” ผมพูดเมื่อเธอขึ้นซ้อนท้าย
กว่างานเลี้ยงจะเลิกก็ปาเข้าไปดึกโข  พวกเราแยกย้ายกันกลับ  และแน่นอน  ผมต้องถีบจักรยานไปส่งอามิน่าตามคำสั่งของชาร์ลี ชีน
หน้าอกของเธอสัมผัสโดนแผ่นหลังผมอย่างไม่ตั้งใจ
“อาร์ม...” เธอพูดอะไรงึมงำ  อาจจะเพราะง่วง  ไม่ก็เมา
เมา?  คงไม่หรอก  ผมเห็นเธอลองดื่มตามที่โดนคะยั้นคะยอไปไม่เท่าไหร่เอง
ถีบจักรยานมาได้ระยะหนึ่ง  อามิน่าก็ส่งเสียงหาวออกมา  ซึ่งผมรู้สึกว่าน่าเอ็นดู
 “ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะ”
“ค่ะ” เธอตอบ  เสียงงัวเงียเอาเรื่อง
ผมหัวเราะ  เธอสะดุ้งจนรู้สึกได้
กลัวเหรอ?  ยังกลัวอยู่สินะ
“หัวเราะ...บ่อยๆ ก็ดีนะคะ”
เธอพูดสิ่งที่ผมนึกไม่ถึงออกมา
“คุณเกลน่ะ  เป็นคนประเภทที่ไม่น่าเข้าใกล้เอาซะเลย”
ไม่ยักรู้ว่าเป็นผู้หญิงพูดตรง
“แต่ถ้าหัวเราะบ่อยๆ ล่ะก็  ทุกคนจะต้องเห็นคุณเกลแบบที่อาร์มเห็นแน่ๆ”
“แบบไหน?”
“อ่อนโยน  ใจดีที่สุดเลยค่ะ”
“ไม่หรอก” ผมปฏิเสธ  พอถูกชมซึ่งๆ หน้าก็ชักทำตัวไม่ถูก  ดีใจ  แต่ก็รู้สึกผิด  ก็ผมไม่ใช่ทั้งคนอ่อนโยนและคนใจดีนี่นา
อามิน่าเงียบไป  ผมอยากรู้จริงว่าเธอกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่
“...ง่วงจัง” เธอบ่นออกมาในที่สุด
ผมก็อยากจะส่งเธอให้ถึงบ้านไวๆ  อยู่หรอก  แต่ไม่กล้าถีบจักรยานเร็ว  กลัวว่าเธอจะหล่นตุ้บลงไปกองกับพื้น  ผมเคยมาแล้ว...ซ้อนท้ายจักรยานเพื่อนตอนกำลังงัวเงียนี่แหละ  เล่นเอาฟันหน้าบิ่นไปเลย  โชคดีที่ตอนนั้นยังเด็ก  ไม่ต้องจ่ายค่าทำฟันเอง

เกือบทุกบ้านดับไฟแล้ว  เมืองทั้งเมืองมืดสนิท  ข้างทางมีเพียงแสงจากดอกเชอริลส่องสว่างเป็นระยะ  ลมเย็นพัดย้อนจากด้านหลัง  กลิ่นหอมของดอกไม้โชยต้องจมูก
ไม่ใช่สิ
กลิ่นจากเรือนผมของคนที่นั่งซ้อนอยู่ต่างหาก
“...รัก...”
ผมเงี่ยหู  อามิน่าพูดอะไรบางอย่าง  หรือไม่ผมก็หูฝาดไปเอง
อีกไม่นานก็จะถึงร้านดอกไม้  ผมถีบจักรยานเร็วขึ้นเล็กน้อย  อามิน่าซบหลังผม  จับเสื้อไว้  ร่างกายของเราแทบไม่สัมผัสกัน  แต่คงไม่ผิดนัก  หากผมจะบอกว่ากำลังถูก ‘กอด’ จากด้านหลัง
“ให้อาร์มได้รู้จักคุณมากกว่านี้เถอะนะคะ” เธอพึมพำ
“ได้”
มือที่จับเสื้อผมอยู่กระตุก  เมื่อครู่  เธอคงไม่คิดว่าผมจะได้ยิน
“ข...ขอโทษค่ะ  ม...เมื่อกี้...เมื่อกี้อาร์มเผลอหลับไป  อาร์มละเมอน่ะค่ะ  ละเมอล่ะ   ฮ่าๆๆ” เธอรีบพูดจนลิ้นพันกัน  ท่าทางง่วงงุนหายไปหมด
“ใกล้ถึงแล้ว” ผมบอก  เปลี่ยนเรื่องไปเลยน่าจะทำให้เธอกระดากน้อยลง
“ค...ค่ะ!”  อามิน่าตอบ  กระโดดลงไปยืนบนถนน
ผมเบรคกะทันหัน  มองอามิน่า  งง
ถึงจะบอกว่าใกล้ถึง  แต่มันก็ไม่ได้ใกล้ขนาดนั้นนะ...
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”  เธอกล่าว  ก้มหน้างุด  แล้วจู่ๆ ก็วิ่งออกไปเสียดื้อๆ  แถมไปคนละทางกับบ้านตัวเองอีกต่างหาก
“ด...เดี๋ยวก่อนสิ!” ผมถีบจักรยานตามไป
ถ้ามีใครมาเห็น ‘ฉากไล่ล่า’ นี่  ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ
“คุณเออร์เว่น  รอก่อน!” ผมถีบจักรยานไปเรียกไป  จนชาวบ้านแถวนั้นเริ่มจะเปิดไฟแล้ว  บางคนแง้มหน้าต่างมอง  “ไม่ใช่ทางนั้น!”
ผมทิ้งจักรยาน  รีบคว้าตัวอามิน่าก่อนเธอจะเตลิดไปไหนไกล  ก็เล่นหลับหูหลับตาวิ่งไม่ดูทางเลย
“อ๊า!”
เพราะอามิน่าวิ่งไปข้างหน้าเต็มที่  ส่วนผมก็ยื่นมือไปกระชากเต็มแรง  พวกเราทั้งคู่เลยเสียหลักล้มลงกับพื้น  ผมน่ะยังดีที่อยู่บน  แต่เธอสิ  โดนล้มทับแบบนี้คงเจ็บแน่
 “ขอโทษ”
สัมผัสที่ทั้งอุ่นทั้งนุ่มเล่นเอาคิดถึง...ขนมปังอบใหม่
“ม...ม...ม...ไม่เป็นไรค่ะ”
“บาดเจ็บหรือเปล่า?”
“ป...ป...เปล่าเลยค่ะ  อาร์มสบายดี  สบายดีมากๆ!”
เธอดูตกใจมากทีเดียว  คงเพราะจู่ๆ ก็โดนผมล้มทับ
เอาเถอะ  รีบลุกดีกว่า
เอ๊ะ?  ขา...
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”
“เปล่า” ผมรีบยืน
ข้อเท้าขวาปวดแปลบ
“คุณเกล?”
“มา...”
ผมเดินนำไปที่จักรยาน  ปวดขา  แต่ไม่ถึงกับทนไม่ได้

เหล่าแมลงกลางคืนพากันส่งเสียงร้อง  ยิ่งดึกยิ่งเสียงดัง  ใครว่าตอนกลางคืนในชนบทสงบเงียบ  ไม่จริงเลย  อย่างน้อยที่นี่ที่หนึ่งละที่ไม่เงียบ  อึกทึกพอกับเมืองใหญ่  แต่ถึงอย่างนั้น  เสียงแมลงพวกนี้ก็เพราะกว่าเสียงรถวิ่งหลายร้อยเท่า
ผมประคองจักรยานไปด้วยความเร็วคงที่  สูดอากาศเย็นชื้นยามดึกเข้าเต็มปอด  พยายามไม่ใส่ใจความเจ็บที่แล่นเป็นริ้วจากข้อเท้าขวา  อีกไม่นานก็จะถึงร้านดอกไม้ของอามิน่าแล้ว
ในเวลาอย่างนี้  จู่ๆ ผมกลับคิดถึงเพื่อนในวัยเด็กขึ้นมา
ผมคิดถึงโรแลนด์
ป่านนี้เขาจะอยู่ที่ไหน?  ทำอะไรอยู่?  จะได้เป็นช่างภาพอย่างที่ฝันไว้หรือเปล่านะ?  ถ้าได้มีโอกาสพบเขาอีกก็คงดี  แต่เขาอาจจะลืมผมไปแล้วก็ได้
“คุณเกลคะ  อาร์ม...”
“?”
เธอไม่ได้พูดต่อ  ผมไม่ถาม
ทำไมเวลาอยู่กับผมแล้วเธอต้องเกร็งขนาดนี้ด้วยนะ  ผมไม่คิดจะจับเธอกินเป็นอาหารมื้อดึกหรอกน่า  ตัวเล็กแค่นี้จะมีเนื้อสักเท่าไหร่เชียว?

คิดอะไรเพลินๆ พักเดียวก็ถึงหน้าร้านดอกไม้  ก็แปลกดี  แม้ที่นี่จะปิดไฟมืดสนิท  แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นมีชีวิตพอๆ กับตอนกลางวัน  ต่างจากตึก ‘ผีสิง’ ของผมลิบลับ
“ขอบคุณค่ะ” อาร์มลงจากจักรยาน  ยิ้ม  ท่าทางเกร็งๆ ฝืนๆ
“ราตรีสวัสดิ์”
“ค่ะ  ราตรีสวัสดิ์”
ผมรอจนอามิน่าเดินเข้าไปในบ้านเรียบร้อยจึงปั่นจักรยานกลับ  แต่ไปได้แค่ไม่เท่าไหร่ก็ต้องหยุด  ข้อเท้าเจ้ากรรมเริ่มทำพิษ  ผมถกกางเกงขึ้น  ลองคลำ  เออนะ  บวมใช้ได้เลย  แต่พออยู่เฉยๆ แล้วก็ไม่ได้ปวดอะไร  ค่อยๆ ถีบจักรยานช้าๆ น่าจะไม่มีปัญหา
...ซะที่ไหนกัน
ผมพบว่าตัวเองคิดผิดทันทีที่ถีบจักรยานต่อ

แย่  แย่บัดซบ

จักรยานล้ม
ล้มทางไหนไม่ล้ม  ดันมาล้มทับขาข้างที่เจ็บอีก
ผมลุกขึ้นยืน  จูงจักรยานเข้าข้างทาง  ปวดขาจนน้ำตาหยด  โชคดีที่ดึกมากแล้ว  ไม่งั้นผมคงอายชาวบ้านจนต้องเดินเอาปี๊บคลุมหัวไปอีกหลายวัน
นี่ผมก็ส่งอามิน่าถึงบ้านตามคำสั่ง  ไม่ได้ทำผิดเกส  ทำไมยังซวยอีกนะ?
.
.
.

ผมลืมตาอีกทีก็ตอนน้ำค้างหยดลงปลายจมูก
คิดว่าจะพักข้างทางแป๊บเดียว  กลายเป็นหลับสนิท
โทรศัพท์มือถือสั่น  ผมลากมันออกจากกระเป๋ากางเกง  หน้าจอโชว์เบอร์ไม่ได้รับสาย  เบอร์นี้เบอร์เดียวปาเข้าไปสิบกว่าครั้ง
ผมกดรับ
“คุณเกล?  นี่อาร์มเองนะคะ”
อาร์ม?  อามิน่า?  เธอรู้เบอร์ผมได้ไง?  อ้อ...ใช่ๆ  ตอนสั่งดอกไม้วันวาเลนไทน์  ผมทิ้งเบอร์ไว้ด้วยนี่นะ
“คุณเกลอยู่ไหนคะ?  อ...อาร์มโทรมารบกวนหรือเปล่า?  คือ...ถ้านอนแล้วก็ขอโทษด้วยนะคะ  แค่อยากให้แน่ใจว่ากลับถึง...”
ผมเหลือบมองบ้านเธอ  ซึ่งก็เยื้องจากจุดที่ผมนอนตากน้ำค้างอยู่ไม่ไกล  ไฟจากห้องใต้หลังคาเปิดสว่าง  เงาบางๆ ทาบอยู่บนกระจก
“คุณเกล!”
เสียงอามิน่าเปลี่ยนไป  เงาเล็กๆ ผละจากหน้าต่าง  ผมได้ยินเสียงกระหืดกระหอบผ่านลำโพงก่อนสายจะตัดไป
ไม่นาน  อามิน่า เออร์เว่น ก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าผมในชุดนอนผ้าเนื้อหนา

ชั้นสองและสามของร้านดอกไม้เป็นที่อยู่อาศัย
ผมโขยกเขยกตามเจ้าของบ้านไปถึงโซฟา  ทิ้งตัวลงบนนั้น
ท่ามกลางแสงไฟนีออนสว่างจ้า  ผมเห็นสภาพข้อเท้าตัวเองอย่างชัดเจน  บวมน้อยกว่าที่คิดเยอะ  ค่อยยังชั่ว  ไม่นานก็คงหาย
“ขออาร์มดูหน่อยค่ะ”  อามิน่าหยิบกล่องพยาบาลมาวางข้างๆ ผม
“ไม่เป็นไร” ผมชิงปฏิเสธ  แต่ร่างกายก็ทำตามคำขอของเธอเสียแล้ว
อามิน่าลงมือปฐมพยาบาลข้อเท้าบวมเป่งของผม  นิ้วมือของเธอไม่คล่องแคล่วเท่าของเอมิ  แต่ให้สัมผัสที่สบายกว่า
“นี่แค่ชั่วคราวนะคะ  เช้าแล้วไปให้หมอดูอีกที”
“ขอบ...”
“ขอโทษค่ะ  ที่เป็นแบบนี้เพราะอาร์มแท้ๆ”
อ้าว?
“ขอโทษนะคะ”  เธอกล่าวซ้ำด้วยเสียงหงอยๆ  ท่าทางสลดจนผมรู้สึกผิดเป็นสองเท่า
ที่จริงเธอไม่จำเป็นต้องขอโทษด้วยซ้ำ
แย่จริง  เห็นเธอเป็นแบบนี้แล้วผมทำตัวไม่ถูกเลย  กลับดีกว่า
“อย่าเพิ่งขยับสิคะ!”
ผมหยุด
“ไว้เช้าแล้วค่อย...” อามิน่าเอ่ยค้างกลางประโยค  ราวกับนึกอะไรได้  เธอหน้าแดง
ผมส่ายหน้า  ไม่ได้  อยู่ไม่ได้  โดยเฉพาะคืนนี้ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่  ถึงบริสุทธิ์ใจแต่ถ้ามีใครเห็นเข้าคงไม่ดี
ที่เธอให้ผมเข้าบ้านนี่ก็นับว่าเสี่ยงเกินพอแล้ว
“ถ้ายังไงให้อาร์มไปส...”
“ไม่ต้อง”  ผมรีบปฏิเสธก่อนจะปฏิเสธไม่ได้
บ้าหรือไง  ที่ ชาร์ลี ชีน ให้ผมมาส่งเธอถึงบ้านก็เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยนี่แหละ
“แต่ว่า...”
ไม่ได้การ  ปวดขาจนไม่อยากเดิน  ถ้าเธอเอ่ยปากชวนผมคงลงเอยด้วยการพ่ายแพ้ความอยากแล้วนอนค้างที่นี่แน่ๆ
“ผมขออะไรอย่าง”
“คะ?”
“สั่งให้ผมกลับบ้านที”
“สั่ง?  ทำไมล่ะคะ  เอ๊ย  อาร์มหมายความว่า...”
ร่างกายผมน่ะไม่สามารถปฏิเสธคนที่เตี้ยกว่าได้  ผมหมายความตามนั้นจริงๆ  ถึงอยู่ในสภาพไหนมันก็จะทำตามคำขอหรือคำสั่งจนเสร็จสมบูรณ์  เพราะงั้น  ได้โปรดบัญชามาเดี๋ยวนี้เลย!
อามิน่าสบตาผม  ท่าทางเหมือนกำลังตัดสินใจ  เธอกะพริบตาครั้งหนึ่ง  แล้วค่อยๆ เปล่งเสียงอย่างไม่มั่นใจนักว่า...
“อาร์มว่าคุณเกลพักที่นี่จนถึงเช้าดีกว่าค่ะ”
ปัดโธ่เอ๊ย!
“อา...ม...ไม่ต้องห่วงนะคะ  อาร์มจะล็อคห้องอย่างดีเลย  คุณเกลละเมอเปิดประตูห้องอาร์มไม่ได้แน่ๆ” เธอพูดต่อเร็วปรื๋อ  ตบท้ายด้วยการหัวเราะแข็งๆ  แก้มสองข้างแดงก่ำ
“พ...พ...เพราะฉะนั้น  อาร์มขอให้คุณเกลนอนพักให้สบาย...นะคะ?”
...
ครับ
ครับผม
แต่มันไม่ใช่ความคิดที่ดี  ไอ้ผมน่ะไม่เป็นไร  แต่คุณ...
“ต...”  ลำคอบีบตัวกะทันหัน  ผมสำลัก  แค่คำแย้งสักคำก็พูดไม่ได้  
หงุดหงิด
ร่างกายนี้ชักจะเชื่อฟังคำสั่งคนอื่นมากเกินไปแล้ว!
เวลาถูกสั่งหรือถูกขออะไร ผมเป็นต้องปฏิบัติตาม  ควบคุมร่างกายแทบไม่ได้เลย  พูดไปใครจะเชื่อ?  ผมแอบไปปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นจิตแพทย์  เขาบอกว่าอยู่ที่ใจ  เอาชนะได้  แต่จนแล้วจนรอดเขาก็รักษาผมไม่หาย  สุดท้ายดันเอาเรื่องนี้มาหาประโยชน์จากผมอีก  ใครไม่เป็นเองไม่รู้หรอก  ไม่ใช่ว่าผมเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรืออะไรทำนองนี้หรอกนะ  แต่ว่า  เฉพาะเรื่องนี้น่ะ  แม้ว่าใจผมจะไม่อยากทำแค่ไหน  แต่ร่างกายก็ทำอยู่ดี  อย่างกับถูกผีสิง  ถ้าหากเป็นคำสั่งของคนที่เตี้ยกว่าแล้วล่ะก็  ต่อให้เป็นเรื่องน่าอายที่สุด  เลวที่สุด  ผิดศีลธรรมที่สุด  ผมก็ฝืนไม่ได้
ว่ากันตามตรง  ผมมันบุคคลอันตราย
“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” อามิน่าท่าทางตกใจขึ้นมาอีกแล้ว  ก็น่าอยู่หรอก  ในเมื่อจู่ๆ ผมก็ไอจนหน้าดำหน้าแดง
รู้สึกผิดต่อเธอจริงๆ
“คุณเกลคะ?”
แต่ให้ตายผมก็จะไม่บอกเธอเรื่องนี้  บทเรียนจากการเชื่อใจคนอื่นมากไปน่ะ  ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว
“ผมจะนอนแล้ว”
“ค่ะ  งั้นอาร์มเอาหม...”
“ไม่ต้อง”
เธอชะงัก  ทำหน้าหงอยๆ
ขอโทษนะ
“แล้วก็อีกเรื่อง  คุณเออร์เว่น  เวลาพูดกับผม  กรุณาระวังคำพูดด้วย”
ผมหมายความตามนั้น  เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
“ค่ะ  ถ้าอาร์มพูดอะไรผิดไปก็ขอโทษด้วยนะคะ”
เธอขอโทษอีกแล้ว  ดูเหมือนจะเข้าใจผิดไป  ผมสิที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ

ผมนอนหลับๆ ตื่นๆ
ฝันร้าย
ฝันถึงเหตุการณ์นั้น  แล้วก็ฝันถึงโรแลนด์ด้วย
โรแลนด์ไม่เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่เราพบกัน
“เธอฆ่าตัวตายไปแล้วแน่ะ  โดดตึก  ตายสนิท”  โรแลนด์บอก  “ฉันถ่ายรูปมาด้วยนะ  มุมสวยเชียว  ล้างมาให้ดูตามสัญญา”
ศีรษะแตกกระจายเหมือนแตงโมถูกทุบ  สีแดงบนพื้นขาวเด่นดีนะ?
จนถึงตายเธอก็ไม่ยกโทษให้ใช่ไหม?
“เออ”
ไม่ยอมให้รับผิดชอบ  ไม่ยอมฟัง  ไม่ยอมสักอย่าง  จะให้ทำยังไง?  จะทำยังไงได้?
ฆ่าตัวตายไปเองก็ช่วยไม่ได้นี่
“เหรอ?”
...
...อืม
“เลวใช้ได้เลยเพื่อน”
...อืม
“รู้สึกไงวะ?  ตอน...กับเธอ?”
ฝืด
โรแลนด์หัวเราะ
แม้ขณะฝัน  ผมก็รู้ตัวว่ากำลังฝัน  ผมไม่ได้ทำเรื่องแบบนั้นกับเธอสักหน่อย  แล้วเธอก็ไม่ได้ฆ่าตัวตายด้วย  คนที่ผมทำน่ะ...หัวหน้าต่างหาก
เธอคนนั้นโบกมือลาเพราะเรื่องที่ผมทำกับหัวหน้า
เรื่องของพวกเราจบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม  เหมือนชีวิตผมเป๊ะ
“เคยรู้สึกผิดบ้างหรือเปล่า?”
อืม
“เอาจริงๆ”
ไม่  ไม่เชิง
“เลวว่ะ”
โรแลนด์หัวเราะอีก
พื้นหายไป  หายไปหมด  ผมร่วงดิ่งลงไปข้างล่าง  เสียวไปถึงเครื่องใน  ความรู้สึกตอนโดดตึกคงไม่ต่างจากนี้เท่าไร  ผมตะเกียกตะกายกลางอากาศ  ไม่อยากตกลงไป  แต่ก็ยังคงร่วงลงไปเรื่อยๆ  ลมพัดหวีดหวิวอยู่ข้างหู
“จะถ่ายรูปให้สวยๆ นะ  เอาแบบใส่กรอบติดไว้ในห้องรับแขกได้เลย” โรแลนด์บอก  ยกกล้อง
ใกล้กระแทกพื้น
สองมือคว้าได้แต่อากาศ  ไม่มีอะไรให้ยึด  กรีดร้อง
ผมผิดไปแล้ว
ผมสำนึกแล้ว
ช่วยด้วย

ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนกระแทกพื้น  ปลายนิ้วสัมผัสบางอย่าง

ลืมตาตื่น
แสงแดดเป็นลำส่องลอดรอยแย้มของผ้าม่าน  เสียงเข็มวินาทีเดินสม่ำเสมอดังจากที่ไหนสักแห่ง  ผมหรี่ตาลง  เพดานสีอ่อนสวยช่วยบรรเทาอาการแสบตา
พอขยับตัว  ผ้าห่มผืนหนาก็ร่วงลงพื้น
กลิ่นดอกไม้เจือจางในอากาศ

ผมจากมาโดยไม่ได้ลาอามิน่า  ไม่ได้แวะหาหมอ  แต่ตรงกลับบ้านเลย  ตลอดทางไม่พบใคร  อาจเพราะทุกคนต่างก็ฉลองกันดึกดื่น  ถึงได้พร้อมใจกันตื่นสาย
ข้อเท้ายังเจ็บอยู่  แต่ไม่กี่วันก็คงหายเอง

เช้านี้แดดแรงกว่าปกติ
ได้ยินเสียงนกร้องดังจากยอดไม้ใกล้ๆ ตึก  ผมเดินอ้อมไปดู  เห็นรังนกคว่ำอยู่บนพื้น  ถ้ามีลูกนกหรือไข่อยู่ในรังก็ไม่น่ารอด  นกสองตัวบินวนอยู่ใกล้ๆ  พวกมันส่งเสียงร้องดังขึ้นเมื่อผมก้มลงเก็บรัง
ก็อย่างที่คิดนั่นแหละ  ไม่มีลูกนกตัวไหนรอด  มดเล็กๆ ไต่เต็ม
“จิ๊บ”
ผมก้มลงมองอีกครั้ง  พบว่าตัวเองคิดผิดไป  ลูกนกตัวเล็กสุดยังพยายามกระพือปีกไร้ขน  ผมรีบไล่มดออก  บางทีมันอาจจะรอด  เท่าที่ดูก็ไม่เห็นตรงไหนหัก  แต่มีคราบเลือดแห้งติดตรงจะงอยปาก
ถ้าพาไปหาสัตวแพทย์...จะรับรักษาไหม?
“เอ่อ...ขอโทษนะครับ…”
ใครบางคนทักผมจากด้านหลัง  ผมเหลียวกลับ  ผู้ชายคนหนึ่งยืนเก้ๆ กังๆ อยู่
“ครับ?”
ผู้ชายคนนั้นดูแก่กว่าผม  หนวดเครารุงรัง  ตัวหนา  มีแผลเป็นบางๆ หลายสายที่แขนแข็งแรงทั้งสองข้าง
เป้ใบใหญ่บนหลังท่าทางจะหนักเอาเรื่อง
“ที่นี่...  เกล?  เกลใช่มั้ย?!” ท่าทีของเขาเปลี่ยนไปแทบจะทันที
“....ครับ?”
จู่ๆ เขาก็ตรงเข้ามากอดผม  หัวเราะ
“นายสูงขึ้นมากเลย! เพื่อน!”
...?

“ฉันเอง!  โรแลนด์ไง”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
EVE: ขอโทษที่ดองนานนะคะ  แหะๆ  แล้วก็ดีใจมากๆ ที่ได้เขียนถึงอาร์ม  หวังว่าคงไม่หลุดคาแรคเตอร์เกินไป  ขอบคุณที่ตามอ่านค่ะ จุ๊บๆ

ตัวละครอย่างเกลนี่  ตอนแรกกะให้เป็นตัวฮาธรรมดาๆ  แต่แต่งไปแต่งมาชักจะเข้าทำนองเดิม  กรั่ก  อาจจะกลายพันธุ์เป็นพวกโรคจิตตามฮัชกับหมอเครนไปก็ได้นะเนี่ย  555+  หลอน ครั้งที่แล้วออกทะเล  ครั้งนี้หักโค้งลงเหวไปเลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ช่วงต้นๆ อ่านแล้วแบบ แอร๊ย น่าร้าก เขินอาย
<<< หน้าเขินอาย

#1 By [BT] Shila @ Brown Sucre Bar on 2009-03-15 13:38

อีีฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ มาอ่านแล้วจ้าา
ไม่นึกว่าจะได้อ่านเกลเร็วอย่างนี้ >_<

ตอนนี้เกลดูทะมึนๆ ดูอารมณ์ เสีย และ ดาร์คได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่ามันจะกลัวตัวเองปล้ำอามิน่าขนาดนั้นไปทำไม แต่พอเห็นฝันก็เกทนิดๆแล้วล่ะ ถึงจะพูดว่า 'fuck me' โดนไล่ออก ดูเป็นเรื่องขำๆ แต่สำหรับเกลแล้วเป็นเรื่องที่เป็นแผลในใจโคตรเลยนี่นา

>_< น่าสงสาร น่าสงสาร แต่อย่าเพิ่งโรคจิตตามหมอฮัชไปนะ เป็นเกลที่สว่างไสวโดนทำร้ายได้ง่ายไปก่อนจะน่ารักกว่านะ อาา แต่อีฟแต่งไงเชํคก็ชอบทั้งนั้นแหล่ะ

อามิน่าเป็นนางเอกที่น่ารักจัง ชอบที่ยืนยันให้เกลค้างอ่ะ น่ารักดี
ว่าแต่เธอซบหลังคนที่ตัวเองชอบแท้ๆ ยังง่วงได้อีก ยังสาวน้อยไม่พอนะยะ

#2 By [ S h e c k ] on 2009-03-15 23:18

สัมผัสที่ทั้งอุ่นทั้งนุ่มเล่นเอาคิดถึง...ขนมปังอบใหม่
^
^
กำลังจิ้นเพลินๆ หมดอารมณ์เลยค่ะ sad smile

อาร์มน่ารักนางเอกมากๆ นางเอกสุดๆ ตอนแรกๆเกลแบบว่าน่ารักพอกัน ชอบๆๆ
แต่หลังๆอารมณ์เริ่มหม่นหมองลง น่าสงสารแฮะ
ไอ้เรื่องที่ทำลงไป(กับหัวหน้า)นั่น คงลืมไม่ได้ง่ายๆแน่ๆ
และแล้วโรแลนด์ก็โผล่ออกมาจนได้ มีตอนต่อไปซินะคะ
รออ่านๆ big smile

#3 By yooney มาเยือน~ on 2009-03-16 00:43

อ่านแล้วถึงขั้นเขินแทนทีเดียว หวานอิ๊งอ๊างกันมากๆเลยล่ะค่ะ โชคดีเป็นตอนกลางคืน ถ้าเป็นตอนกลางวันคงได้ถูกป้ามากาเร็ตเอาตายกันไปข้างแน่ๆ(ฮา)

ช่วงฝันของเกลดูสีทึมมากๆเลย อา ผ่านเรื่องร้ายมาอย่างโชกโชน เกลฝันแบบนี้ทุกคืนรึเปล่านะ ถ้าเป็นแบบนั้นแย่แหงๆ ตื่นนอนตอนเช้าคงเป็นการสะดุ้งตื่นจากฝันขึ้นมาทุกวัน สุขภาพจิตเสียกันพอดี อาร์มจะช่วยเยียวยาได้มั้ยนะ

โรแลนด์ออกโรง จะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ~

#4 By Demetria Nachtwey on 2009-03-16 08:20

นี่มัน....นิยายรักแหววไหวใสปิ๊ง!

อาร์มก็ช่างน่ารักเหลือเกิน

#4 ไม่หรอกเฟอร์ จะกลางวันกลางคืน ถ้าป้ามาร์กาเร็ตเขาจะรู้ ปิดยังไงเขาก็รู้อยู่ดีนั่นแหล่ะ เพราะงั้น ยิ่งกลางคืนนี่แหล่ะ ยิ่งไปกันใหญ่

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ตรงที่เกลขี่จักรยานล้ม ภาพที่โผล่มาในหัวของหมึกเนี่ยมันเป็นภาพเกลที่ยังกลิ้งต่ออีกสามตลบ แถมตกลงไปตรงทางลาดอีกด้วย...(กะเอากันให้ตาย??)

จะรอดูบทบาทของโรแลนด์นะฮะ

#5 By 郭明 on 2009-03-16 22:17

ขอคอมเม้นท์ช่วงท้ายๆก่อนนะฮะ ช่วงฝันของเกล
มันทำให้เรารุ้สึกหดหุ่เอามากๆ Orz

แบบว่า น่าสงสารมากๆเลย มากจนไม่รู้อธิบายว่ายังไงดี
โอย บอกจะพูดถึงช่วงฝันก่อน แต่สุดท้ายก้ไม่มีคำอื่นนอกจากน่าสงสาร ขอโทษนะคุณเกล Orz
ขอใ้ห้เจ๊อาร์มช่วยเยียวยาหัวใจได้นะ^ ^

ช่วงจักรยานน่ารักมากเลย
แต่แอบสะเทือนใจคำพูด " กรุณาระวังคำุพูด "
อืม มันก็ตรงกับความหมายเด๊ะๆเลย
แต่ในมุมมมองของอาร์ม นี้มันน่าสงสารเอามากๆ Orz

#6 By Pupu Meteor on 2009-03-17 07:52

ตอนเริ่มๆ อ่านแล้วแบบว่า.. อา ไม่กล้าอ่านต่อค่ะ เขิล เริ่มได้ตรงเป้ามากๆค่ะ (นั่งอ่านในแมค อ่านประโยคแรก ถึงกับฟุบโต๊ะ ไม่กล้าอ่านต่อกันเลย..)แต่เมื่อเริ่มแล้วก็อ่านให้จบ อ่านรวดดดดดดด จบทีเดียวไม่พอ อ่านต่อซ้ำอีกหลายๆรอบ(ฮา)อ่านไประทึกใจไป

มองผ่านคุณเกล ทำไมอาร์มดูนางเอก น่ารักชะมัด orzz
อา/// คุณเกลก็น่ารักกก อ๊ายย ยิ่งอ่านยิ่งชอบค่ะ
รู้สึกอบอุ่น แล้วก็เหงาๆ อย่างบอกไม่ถูกแฮะ...

ช่างคิดได้ ถ้าให้ช่อดอกไม้ทุกคน ร้านก็ย่อยยับพอดีสิ!
การทำมาค้าขาย ต้องคิดถึงหลักเศรษฐศาสตร์เป็นสำคัญ
การค้าขาย หากไม่ได้กำไร จะขายไปทำไม!!
(อา นี่ความคิดเรานะคะ ไม่ใช่อาร์ม... ฮา)
แต่สำหรับอาร์ม รอยยิ้มจากคนอื่นก็ถือเป็นกำไรแล้วล่ะ

อาร์มซบคุณเกลล่ะ!! แอบเต๊ะอั๋งคุณเกลใช่ไหม!?
//โดนอาร์มวิ่งมาถีบกระเด็น(อา.. แสดงว่าใช่)

ตัวเล็กแค่นี้จะมีเนื้อสักเท่าไหร่เชียว? < อ่านตรงนี้แล้วแอบฮาค่ะ นั่นสิ ตัวแค่นี้ จะมีเนื้อเท่าไหร่เชียว แค่ความสูงก็ห่างกันตั้ง 18 เซนแล้ว อีก 2 เซนก็ถึง 20 แล้ว!(อา.. แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น orz''')

กรุณาระวังคำพูดด้วย < อา.. อาร์มต้องเศร้าใจแน่ๆเลย //ตบบ่าอาร์ม สู้เค้า อย่าพึ่งท้อ! สั้นๆ แต่กระแทกใจ(อาร์ม)มากค่ะ...(แอบรู้สึกแทน)

ฝันเกลดูเสียสุขภาพจิตมากเลยค่ะ...
ถ้าฝันแบบนี้ทุกวัน แย่แน่ๆ แค่อ่านยังรู้สึกเศร้าเลย..

รู้สึกเหมือนคุณเกล เป็นคนที่มอง"คนอื่น"
ก่อนมอง"ตัวเอง"จริงๆด้วยค่ะ
อ่อนโยน ใจดีอย่างที่อาร์มมองเลย..

บางคำพูด อาจจะดูใจร้ายไปบ้าง แต่เราว่า คำพูดที่ตรงๆ มาจากความรู้สึกเป็นห่วง อาจจะทำให้รู้สึกดีกว่า เก็บไว้ แล้วพูดอ้อมๆจนไม่ได้รู้อะไร หรือไม่ก็คำพูดดีๆแต่ไม่ได้หวังดีตามคำพูด (ถึงตอนฟังแรกๆ อาจจะ ฉึกๆๆ ในใจ แต่ถ้าลองทบทวนดูดีๆ จะทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นละมั้ง?)

ว่าแต่ นี่เรามาแพล่มอะไรละหว่า(อา อา อา..)
เอาเป็นว่า ชอบบบบบจริงๆค่ะ!!!!!!
//วิ่งไปอ่านตอนอื่นต่อ

ปล. แล้วเราก็ได้ค้นพบแล้วว่า เมืองเรามีมือถือ!!!(ฮา)

#7 By Amina Eirwen on 2009-03-23 02:37