[BT] Gael MacEmer 001: 17/11/28

posted on 20 Jan 2009 18:02 by eveba  in Blodwen

 

ตอนที่แล้ว Gael 000 หิมะแรก, ผ้าพันคอ, แมว

[BT] Gael 001: 17/11/28

ผมยืนเปลือยกายบนหาดทราย  มองพระอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า  กองไฟตรงหน้ากำลังจะมอด  เด็กหนุ่มร่างเล็กนอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้า  เสื้อผ้าเปียกแฉะ

ผมก้มลงเปลื้องเสื้อเขา...



เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน  ผมพาเจ้าหนูตะเภาไปเดินเล่นตามปกติ  พบเด็กหนุ่มคนนี้โดยบังเอิญ  รู้สึกคุ้นหน้า  แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน  ตาสีออกม่วงเวลาโดนแสงทำให้ไพล่คิดไปว่าใส่คอนแทคเลนส์  แต่จะถามก็เสียมารยาท  เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายเล่าเองว่ากำลังตามหาแมว  ผมเกือบหลุดถามไปแล้วว่าเป็นแมวตัวเมียท้องแก่สีเทาใช่ไหม? แต่เด็กหนุ่มเฉลยออกมาก่อนว่าเป็นแมวสามสี  ชื่อโฮล์มส์
“แบบเชอร์ล็อค โฮล์มส์?” ผมถามเขา
“ใช่  แบบมิเกะเนะโกะ โฮล์มส์”  เขาตอบ
ผมค่อนข้างสับสนคำตอบ  แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ  แค่คอยเดินตามไปห่างๆ
เด็กหนุ่มเป็นคนกล้าผิดขนาดตัว  เขาสอบถามไปทุกที่  แทบจะบุกเข้าไปค้นบ้านเศรษฐีประจำเมืองด้วยซ้ำ  ลักษณะการพูดการจาแสดงชัดว่าเขามั่นใจในตัวเองสุดขีด  ห้าวเอาเรื่อง  และนั่นทำให้ผมนึกห่วง  เด็กหนุ่มตัวนิดเดียว  ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะไปสู้ใครเขาได้
“อายุสิบเจ็ดแล้ว  ดูแลตัวเองได้”  เขาบอกผมหลังเดินหาแมวจนทั่วเมือง  รำคาญ  เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการบอดี้การ์ด  แต่ผมคิดว่าเขาเด็กกว่าที่อ้าง  จากเสียง...จากรูปร่าง...อายุไม่ถึงสิบเจ็ดหรอก
“บางทีอาจจะเป็นที่นั่น!” จู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้น  ตบหน้าผากตนเอง  พึมพำทำนองว่าเจ้าของแมวชอบไปที่นั่น  บางทีโฮล์มส์อาจจะอยากไป  ก็เลยแอบขึ้นเรือไปด้วยตนเอง  แล้วกลับไม่ได้
แมวนี่นะ...ขึ้นเรือ?  ผมนึกค้าน  ไม่น่าเป็นไปได้
“ต้องอยู่บนเกาะนั่นแน่” เด็กหนุ่มพูด  มั่นอกมั่นใจ  เขาวิ่งไปถึงท่าเรือ  ไม่มีเรือลำไหนออกไปยังเกาะที่เขาต้องการ  เขาไม่ยอมแพ้  เดินวนไปยังอีกฟากหนึ่ง  ‘ขอยืม’ เรือลำเล็กที่ถูกเจ้าของผูกทิ้งไว้บริเวณนั้นมาใช้
เรือไม่มีเครื่องยนต์  พายเอา
ผมพยายามห้าม  ไม่เห็นด้วย  แต่เด็กหนุ่มยืนกรานจะไปให้ได้  โฮล์มกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน  เขาว่างั้น
“ถ้าเป็นห่วงนักก็ลงเรือมาด้วยกัน” เพราะคำพูดที่เด็กหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย  ทำให้ผมต้องลงเรือลำเดียวกับเขา  ส่วนเจ้าหนูตะเภาเลือกตัดช่องน้อยแต่พอตัว  ว่ายขึ้นฝั่ง...ผมคิดว่ามันอาจไปตามใครมาช่วย  แต่ก็ไม่แน่
จากนั้น  พอใกล้ถึงเกาะ  เหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดที่สุดก็เกิดขึ้น
เรือล่ม  ---  ที่ถูกต้องบอกว่ารั่ว
เด็กหนุ่มพายเรือได้แต่ว่ายน้ำไม่แข็ง  โชคยังดีที่เราอยู่ห่างจากเกาะไม่ไกล...
ผมลากเด็กหนุ่มขึ้นฝั่งสำเร็จ  โทรศัพท์มือถือเปียกปอน  ใช้การไม่ได้  เด็กหนุ่มนอนแผ่หมดแรง  ลองแตะก็ไม่หือไม่อือ  แต่ยังหายใจดีอยู่
ความรู้ด้านการปฐมพยาบาลของผมแทบเป็นศูนย์  ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่เป็นไรมาก
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาเหยียบเกาะนี้  ไม่สิ  เป็นครั้งแรกที่ผมรู้ว่ามีเกาะอยู่ใกล้ๆ บลอดเวนด้วยซ้ำ  เท่าที่เห็น  ผมไม่คิดว่าจะมีใครอาศัยอยู่บนเกาะ  แต่ก็ไม่แน่  ทางที่ดีรอให้เด็กหนุ่มตื่นแล้วค่อยว่ากัน
ผมถอดเสื้อผ้า  บิดน้ำ  ผึ่งกับต้นไม้
อากาศเย็นลงเรื่อยๆ  ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ  ผมถือวิสาสะค้นเป้ของเด็กหนุ่ม  มันกันน้ำ  ของทุกอย่างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี  แต่ไม่มีโทรศัพท์รวมอยู่ในนั้น  ผมหาเศษไม้มาก่อกองไฟ  งานโหดหิน  ตัวช่วยมีแค่ไฟแช็คอันเดียว  แทบทำอะไรไม่ได้  กองไฟก่อได้แค่ครู่ก็ทำท่าจะมอด
ยิ่งนานยิ่งหนาว  ผมไม่อาจปล่อยให้เด็กหนุ่มอยู่ในเสื้อผ้าชื้นๆ ต่อไป...



เมื่อถอดเสื้อออก  ผมถึงได้เห็นว่าเด็กหนุ่มแทบไม่มีกล้ามเนื้อเลย  แผลเป็นบนหน้าท้องแห้งๆ ของเขาดึงดูดสายตาผมเป็นอย่างแรก  ถัดมาคือผ้าที่พันหน้าอกอยู่อย่างแน่นหนา
แวบแรกผมตกใจ  คิดว่าเขาได้รับบาดเจ็บมาก่อน  แต่ดูอีกทีก็ไม่น่าใช่
...อาจจะเป็นแฟชั่นใหม่ของเด็กสมัยนี้?
ผมถอนใจ  ละไปจัดการกับส่วนล่างก่อน  ผมยกสะโพกเด็กหนุ่มขึ้น  ถอดเข็มขัด  ช่วงเอวของเด็กหนุ่มคนนี้บางมากจนผมเผลอคิดว่าอาจใช้มือเดียวหักได้  เขาต้องเป็นพวกไม่ชอบออกกำลังกายแถมกินน้อยแน่ๆ
จะให้เชื่อว่าอายุ 17 เหรอ?  ไม่มีทาง
ผมออกแรงดึงกางเกงยีนส์รวดเดียวไปถึงเข่า  ท่อนขาเรียบกลมปรากฏให้เห็น  เหมือนขาผู้หญิงเลย  ไม่ว่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กผู้ช...
...
...
...
ร่างกายผมแข็งค้าง  สมองหยุดประมวลผลชั่วขณะ

“อืม...” เขา ---- เธอส่งเสียงครางในลำคอ  เปลือกตาสั่นไหว
ผมตาลีตาเหลือกดึงกางเกงกลับเข้าที่ให้ทันควัน  หน้าร้อนผ่าว
เธอปรือตามอง  กะพริบตา...แล้วเบิกตากว้าง
“ขอโทษ  ผมไม่ได้...”
“ไอ้-โรค-จิต!”
หมัดเล็กๆ เสยเข้าครึ่งปากครึ่งจมูก  ผมหงายหลัง  เห็นดาว

รู้ตัวอีกทีก็พบว่าถูกมัดมือมัดเท้า  ปากแตก  หายใจได้กลิ่นคาว...เลือดกำเดาไหล  แถมยังอยู่ในสภาพชีเปลือยเหมือนเดิม  อ้อ  ไม่เชิง  มีเสื้อที่แห้งสนิทแล้วพาดคลุมส่วนนั้นกันอุจาด
ผมกลอกตามองไปรอบๆ  มืด  กองไฟตั้งอยู่ไม่ไกล  เปลวไฟลุกโชติช่วง  ฟืนเรียงสวยเหมือนในหนัง
เธอคนนั้นก่อกองไฟเก่งกว่าผมร้อยเท่า
“ถ้ารู้สึกตัวแล้วก็รีบๆ สวมเสื้อผ้าซะ” เสียงเธอดังจากอีกด้านของกองไฟ
ผมพยายาม  แต่แทบเป็นไปไม่ได้เลยเมื่ออยู่ในสภาพถูกมัดมือไขว้หลัง  เธอคงจะนึกได้  จึงเดินอ้อมกองไฟมาหา  เสื้อหลุดจากตัวผมไปกองที่พื้นพอดี  เธอเปล่งเสียงอุทาน  ยกมือปิดตา  ผมลุกนั่ง  ใช้ปากคาบเสื้อมาบังตัวอย่างทุลักทุเล  เธอแอบมองลอดง่ามนิ้วแล้วค่อยๆ ลดมือลง

ผมสีน้ำตาลของเธอยาวเลยแผ่นหลัง  หน้าอกเล็กแต่ได้รูปแม้อยู่ในร่มผ้าก็ยังสังเกตเห็นได้ชัด  เอวคอด  ก้นสวย...
อายุ 17 เหรอ?
ยังไม่ถึงกับเป็นผู้หญิงเต็มตัว  แต่ก็ไม่เด็กแล้ว
17...เป็นสาวแล้วนี่นะ...

ผมปล่อยเสื้อลงไปกองบนตัก  ก่นด่าความซื่อบื้อของตนเอง  เสมองไปทางอื่นก่อนจะเผลอคิดอกุศล
...วิกผมกับผ้ารัดหน้าอกของเธอกองอยู่บนผืนทราย
ที่ผ่านมาเธอเก็บผมยาวนั่นไว้ใต้วิก  แถมยังรัดหน้าอกซะแน่น  ใครจะไปนึก  จริงไหม?

สาวน้อยอายุสิบเจ็ดล้วงเชือกอีกเส้นออกจากเป้  ผูกเงื่อนล่ามคอผมไว้กับต้นไม้  เธอผูกเงื่อนเก่งมาก  ทั้งแน่นทั้งเร็ว
“จะแก้เชือกที่ขาให้  รีบใส่กางเกงซะ” เธอพูดเสียงห้วน  ดึงขาผม  แก้เชือก
นิ้วมือเล็กเรียวของเธอเคลื่อนไหวน่ามอง  นิ้วสวย
ในระยะใกล้  ผมได้กลิ่นหอมเจือจางจากร่างเธอ  หอมแบบเด็กๆ ไม่เย้ายวน...เหมือนกลิ่นแป้งเด็กไม่ก็แชมพู  ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม  แต่ก็ยังเป็นกลิ่นของผู้หญิงแท้ๆ
ผมขยับใส่กางเกงแบบเก้ๆ กังๆ เพราะมือยังคงถูกมัดไพล่หลังอยู่  ตลอดเวลา  เธอยืนห่างรัศมีเชือก  หันหลังให้
“ใส่แล้ว” ผมบอก  รู้สึกคันยุบยิบ  อาจเพราะมีเม็ดทรายอยู่ใต้กางเกง
“อยู่นี่แหละ  เดี๋ยวมา” เธอสั่งเหมือนว่าผมจะหนีไปไหนได้
“จะไปไหน?  มันอันตราย...”  ผมท้วง แล้วรีบหุบปาก  ในสายตาเธอ  อยู่กับผมอาจอันตรายยิ่งกว่า
“ฉันจะไปหาโฮล์มส์” เธอตอบ  หยิบฟืนดุ้นหนึ่งออกจากกองไฟ  ทำเป็นคบเพลิงชั่วคราว  ท่าทางมาดมั่นของเธอทำให้ผมเกือบเชื่อว่าเธอคุ้นเคยกับเกาะนี้  แต่เปล่าเลย
“ท่าทางจะกว้างเอาเรื่อง  ดูไกลๆ นึกว่าเป็นแค่เกาะเล็กๆ ซะอีก”  เธอบ่นขณะเดินหายเข้าไปในเงามืด
ช่างเป็นสาวน้อยที่ไม่รู้จักกลัวเอาเสียเลย

ผมนั่งอยู่กับกองไฟที่ลุกโชติช่วง  อาจเพราะไฟสว่าง  ทำให้ความมืดรอบข้างยิ่งดูมืดหนักเข้าไปอีก  ผมแทบมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่นอกรัศมีแสงไฟเลย  และอาจเพราะมองไม่เห็น  ผมจึงรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้นานกว่าที่เป็นจริง
เธอหายไปนานเท่าไหร่แล้ว?  จะได้รับอันตรายหรือเปล่านะ?
ผมฟุ้งซ่านไปเรื่อย…
นานไปแล้ว  นานไปแล้วนะ

“เหมียว”
เสียงแมวร้องดังจากในความมืด  ตามด้วยเสียงฝีเท้า  ผมเหลียวหา
“บ้าชะมัด  ไฟดันดับซะได้” เธอ...สาวน้อยผู้มีนิ้วคล่องแคล่วและไม่รู้จักกลัว  ก้าวเข้ามาในวงแสง  หัวยุ่ง  ชุดมอมแมม  แต่หน้าเปื้อนยิ้ม
ผมโล่งใจจนหัวเราะออกมา  และยิ่งหัวเราะหนักขึ้นเมื่อเห็นแมวสามสีตัวอวบอ้วนในอ้อมแขนเธอ  นั่นต้องเป็นเจ้าโฮล์มส์อย่างไม่ต้องสงสัย  ถึงน้ำหนักมันจะเกินจากที่ผมคาดไปเยอะก็เถอะ
“เห็นไหม?  บอกแล้วว่าโฮล์มส์ต้องมาที่นี่แน่” เธอบอก  ไม่คิดปิดบังความภาคภูมิใจ
“เหลือเชื่อ...”
เหลือเชื่อที่เจ้าโฮล์มส์อยู่ที่นี่  และเหลือเชื่อยิ่งกว่าที่สาวน้อยของผมหามันเจอ
เธอเก่งเป็นบ้าเลย!

“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นผู้หญิง  ขอโทษที่ถอด...” เมื่อเวลาผ่านไปราวห้านาที  ผมเริ่มบทสนทนา  กระอักกระอ่วน
เธอหันมามอง  ยิ้มกริ่ม  ชี้ที่จมูกตัวเอง  แต่คงตั้งใจจะหมายถึงจมูกของผม
“หายกันแล้ว  จากนี้ไปเรียกฉันว่าเอมิ  นี่เป็นวันแรกที่เราได้คุยกัน”
หายกันง่ายงั้นเชียว?  ผมได้แต่นึกสงสัย  แลบลิ้นเลียคราบเลือดแห้งๆ ที่เปรอะปาก
“ผมชื่อ...”
“เกล  แมคเอมเมอร์  เป็นเจ้าของห้องเช่าอยู่ที่...”  เธอระบุที่อยู่ผม  ตามด้วยประวัติการศึกษา  พ่วงท้ายด้วยประวัติการทำงาน  ครบเครื่อง  เสร็จสรรพ  แล้วปิดท้ายด้วยประโยคเด็ด  “นักสืบที่ดีต้องรู้จักทุกคนในเมือง”
แต่นามสกุลผมไม่ได้ออกเสียงแบบนั้นนะครับ  ผมปฏิเสธอยู่ในใจ
“ป่านนี้คนในเมืองคงออกตามหาคุณ”
“ฉันอยู่คนเดียว  ไม่มีใครตามหาหรอก” สาวน้อยยักไหล่  ราวกับการติดอยู่บนเกาะสองต่อสองกับผู้ชายไม่ทำให้เธอกังวลใจแม้แต่น้อย
“ผมก็เหมือนกัน” ผมพึมพำ  รู้สึกเป็นห่วงเจ้าหนูตะเภาขึ้นมา  ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างแล้วนะ?
สาวน้อยเอมิค้นเป้  ถอนใจ  หยิบช็อกโกแลตแท่งออกมาหักครึ่ง  แล้วบิเป็นชิ้นเล็กๆ ป้อนเจ้าโฮล์มส์  ผมกลืนน้ำลาย  พอเห็นแมวกินก็ชักหิวขึ้นมาบ้าง
“หิวล่ะสิ  ฉันก็หิวเหมือนกัน” เธอพูดกับแมว
ผมก็หิว

“นายน่ะทำตัวลับๆ ล่อๆ  ไม่น่าไว้ใจที่สุด” เธอพูด  หลังป้อนเจ้าแมวอ้วนไปได้พักหนึ่ง  “ประวัติก็แย่”
ผมพยักหน้า  เห็นด้วยเต็มที่
“รู้ตัวไหมว่านายเป็นเจ้าของข่าวลือสยองๆ หลายเรื่อง?”
ผมพยักหน้าอีก  เอมิหัวเราะ  เขี้ยวขาวน่ารักแพลมให้เห็น
“แต่ไม่รู้ทำไม  ความรู้สึกฉันมันบอกว่านายไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น”
“ขอบคุณ”  ผมขอบคุณจากใจ  เสียงสบายๆ แฝงความมั่นใจในตัวเองของสาวน้อยทำให้จิตใจสงบลงได้อย่างประหลาด
เอมิเงยมองผมเต็มตา  ในแสงไฟ  ดวงตาของเธอเป็นสีม่วงสุกใส  สวยแปลก  ผมไม่เคยเห็นใครตาสีนี้มาก่อน
“ทำไมถึงคิดจะถอดเสื้อผ้าฉัน?” เธอเอ่ยถาม  จริงจัง
“เพราะมันชื้น...” ผมตอบเสียงเบาหวิว  เลือดฉีดแรงขึ้น  แก้มร้อน  อับอายในความโง่เง่าของตนเอง
“แล้วเห็นอะไรบ้าง?”  เธอจริงจังกว่าเดิม
“ก็เห็น...” ผมก้มหน้างุด  อึกอัก
“พอแล้ว  ไม่ต้องตอบ” เธอหยุดผมด้วยคำสั่งอีกชุด  “ช่างมันเถอะ”
“...”
“สิ่งสำคัญคือนายคิดอะไรลามกหรือเปล่า”
“ตอนนั้นเปล่า  ด้วยความสัตย์จริง”
“เชื่อก็ได้”
“...”
เอมิยื่นช็อกโกแลตที่เหลืออีกครึ่งแท่งจ่อปากผม
“กินซะ  ของกินมีเท่านี้แหละ”
ผมอ้าปากงับ  ทั้งที่ใจจริงอยากปฏิเสธ  อยากพูดออกไปเหลือเกินว่า  ไม่ครับ  คุณทานเถอะ
“ตัวใหญ่อย่างนี้ปกติคงกินจุน่าดู”  เธอพึมพำ  เอียงคอมองผมกินจนหมดแท่ง
ผมกล่าวขอบคุณ  เอมิยื่นขวดน้ำให้  มีน้ำเหลืออยู่ค่อนขวด  ผมจิบ  เจ็บที่ริมฝีปากจนต้องนิ่วหน้า
“อูย...” เอมิร้องแทนผม  ทำหน้าเหยเก  ถึงไม่เห็นก็เดาได้ว่าปากผมคงสภาพแย่มาก  แต่ผมก็สมควรโดนแล้วล่ะ
“ขอบคุณ”  ผมขอบคุณซ้ำอีกครั้ง  กลืนเลือดเค็มๆ ลงกระเพาะ
“ไม่คิดจะขอให้ฉันแก้มัดบ้างเหรอ?”  เอมิถาม  ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็ง
“ไม่  อย่างนี้ดีแล้ว  ปลอดภัย” ผมตอบ
“ตามใจ”  เธอลุกขึ้นยืน  คลี่เสื้อคลุมร่างท่อนบนให้ผม  เสื้อได้รับไออุ่นจากกองไฟ  ใส่สบาย
ผมคาดว่าเธอจะกลับไปนั่งอีกฟากของกองไฟ  แต่เปล่า  เธอเดินไปอุ้มโฮล์มส์แล้ววนมานั่งแปะข้างๆ ผม  อีกนิดเดียวตัวเราก็จะสัมผัสกัน  ผมกระถดหนี  พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่คิดเรื่องอย่างว่า
แต่ก็คิดจนได้
ผมนี่ช่างเป็นผู้ใหญ่ที่เลวจริง
“เป็นอะไร?  มีไข้หรือเปล่า?” เอมิถาม  แตะข้างแก้มผมเบาๆ ด้วยหลังมือ “ตัวร้อนนะ”
“อย่าแตะ” ผมสะบัดหนี  สัมผัสของเธอเพียงพอจะทำให้ร้อนวูบไปถึงข้างล่าง
ไม่ดี  ไม่ดีแน่ๆ
ผมถอยไปนั่งห่างเอมิที่สุดเท่าที่เส้นเชือกจะอำนวย

เธอ 17 ผม 28 ห่างกัน 11 ปี  เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ  อย่า  อย่าแม้แต่จะคิด

“ขอโทษ  ผมคิดไม่ดีกับคุณ  อย่าอยู่ใกล้ผมดีกว่า” ผมบอกเอมิตามตรง
“ไม่เห็นต้องขอโทษ  ฉันก็คิดไม่ดีกับนาย  แบบ...นายดูโรคจิต”  เธอยักไหล่  ยิ้ม
...คนละเรื่องกันแล้วสาวน้อย  แต่มันก็จริง  ผมดูโรคจิต  แล้วก็อาจจะโรคจิตจริงๆ ด้วย

ถ้าเอมิรู้ว่าผมเผลอคิดอะไร  เธอต้องเกลียดผมอย่างแน่นอน

“ไม่เอาน่า!  มานั่งใกล้ๆ นี่เถอะ  จะได้อุ่น  โดนมัดมือล่ามคออย่างนั้นนายไม่มีปัญญาฆ่าฉันหรอก”
ขาสองข้างพาผมกลับมานั่งข้างเธอทันควัน  ช่างเป็นขาที่เชื่อฟังคำสั่งดีเหลือเกิน…
ผมนั่งหันหลังให้เธอ  หันข้างให้กองไฟ
ขำตัวเอง  เกลียดตัวเอง  รู้สึกบอกไม่ถูก
“ขอบใจที่ขึ้นเรือมาด้วยกัน  ถ้าไม่ได้นายฉันคงจ...อืม...เหงา”
เอมิเปลี่ยนคำกลางครัน  แต่ผมพอเดาได้ว่าเธอจะพูดอะไร  การยอมรับว่าบางครั้งตนเองก็ต้องการความช่วยเหลือคงผิดวิสัยเธอ  ก็เธอมั่นใจในตัวเองออกขนาดนั้น
“ด้วยความยินดี” ผมพึมพำ
เอมิกระแอม  ขยับตัว  เติมฟืน  ผมเห็นแต่ท่อนแขนของเธอ
“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
“ไม่”  ผมโกหก
รอบตัวเรามีแต่ความมืด  นอกจากตนเอง  แขนของเธอและกองไฟ  ผมมองไม่เห็นอะไรเลย  เหมือนถูกจับโยนออกมาสุดขอบจักรวาล
เอมิแตะมือผมเบาๆ  กระซิบ
“ดูสิ  ข้างบน”
ผมเงยมอง
เบื้องบน  ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินแก่  ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งแสงระยับ  บางดวงดูใกล้ราวกับจะเอื้อมมือคว้าได้
“สวยมาก”  เอมิกับผมพูดแทบจะพร้อมกัน

“ดาวบนฟ้ามีเยอะเกินไป  ชาตินี้ฉันคงหาดาวที่ต้องการไม่พบ” เอมิพูดขึ้น  หลังเงียบไปพักใหญ่
“หาดาวอะไร?”  ผมถาม  พร้อมสอนวิธีดูดาวถ้าเธอต้องการ
“...ไม่รู้สิ”  นาน  กว่าเธอจะตอบ
ผมละสายตาจากดวงดาวลงมายังกองไฟ  เห็นแขนเล็กเรียวขยับเขี่ยฟืน
“ก็แค่...รู้ว่ามีอยู่  ไม่รู้อยู่ตรงไหน”  ผมแน่ใจว่าเธอไม่ได้พูดถึงดาวอีกต่อไป
“งั้นก็โชคดี”
“ยังไง?”  สาวน้อยหัวเราะขื่น  ผมคุ้นเคยกับเสียงหัวเราะแบบนี้  เสียงหัวเราะของผมเองไง
“ถ้ามีอยู่จริง  สักวันต้องหาเจอ”
“กลัวจะหายไปก่อนหาเจอน่ะสิ”
“ไม่มีสิ่งใดสูญสลาย  แค่แปรรูป”
“ปรัชญาเซนหรือไง?”
“เปล่า”
เอมิเบียดเข้าหาอีกครั้ง  ความบริสุทธิ์ใจของสาวน้อยทำให้ผมรู้สึกละอาย
“บางทีฉันอาจจะโชคดีจริงๆ”
“...?”
“อย่างน้อยฉันก็รู้ว่ากำลังมองหาอะไร”
ผมเหลียวกลับไปมองเธอ  ดวงตาสวยแปลกจ้องตอบโดยไม่หลบ  ความบริสุทธิ์และความมุ่งมั่นของเธอฉายผ่านดวงตาสีม่วงคู่นั้น

หากผมอายุน้อยกว่านี้สิบเอ็ดปี  วินาทีนี้คือวินาทีที่ผมจะตกหลุมรักเธอ

“คิดอะไรอยู่?” เอมิเอ่ยถาม  คงเพราะผมจ้องเธอมากไป
“ถ้าผมอายุน้อยกว่านี้สิบเอ็ดปี  ผมจะรักคุณ”  ผมตอบ
เอมิทำหน้าบอกไม่ถูก  เรื่องอย่างนี้คงไม่ได้อยู่ในสมองสาวน้อย
“พูดแปลก”  เธอพึมพำออกมา
“จริงด้วย”  ผมก็ว่างั้น
“พรุ่งนี้ยังไงก็ต้องมีเรือเข้ามาที่เกาะ”  เธอเปลี่ยนเรื่อง
“เกาะนี้อยู่ไม่ห่างเมือง  เราน่าจะส่งสัญญาณบอกคนอื่น”  ผมเสนอ
“เออจริง  ทำไมเพิ่งพูด?” สาวน้อยถาม
“ผมเพิ่งคิดได้”
“ส่งสัญญาณยังไงล่ะ?”
“ไม่รู้  ทำไม่เป็น”
“ฉันก็เหมือนกัน”
เรานั่งมองหน้ากันตาปริบๆ...

โฮล์มส์หาวหวอด

เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่  ผมได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากที่ไกลๆ
เอมิลุกพรวด  เจ้าโฮล์มส์พลัดจากตัก  หางฟูเด่  มันร้องประท้วง  และมาลงเอากับผมที่ยังนั่งเป็นเป้านิ่ง
“โอ๊ย!  อย่าข่วนสิ!”  ผมร้อง  เอมิหันกลับมาอุ้มโฮล์มส์
“โฮ่ง!”  เสียงเห่าในความมืดทำเอาเจ้าโฮล์มส์ประสาทกลับ  มันดิ้นหลุดจากอ้อมแขนเอมิ  ข่วนผมแบบไม่ปรานีปราศรัย
เอมิเริ่มตะโกนเรียกผู้ที่กำลังมุ่งหน้ามายังเกาะ  ผมได้ยินเสียงกระโดดลงน้ำ  ตามด้วยเสียงตะโกนตอบ  จากนั้นจึงเริ่มสังเกตเห็นแสงไฟ  เรือลำหนึ่งแล่นตัดน้ำเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แล้วเจ้าก้อนขาวๆ ที่ว่ายนำหน้าเรือมานั่น...
“หนูตะเภา!”  ผมตะโกน  วิ่งไปรับ  อารามดีใจทำให้ลืมนึกไปว่าถูกล่าม  เจ้าโฮล์มส์จิกเล็บลงบนขาผม  ห้อยติดไปด้วย
สุดเชือก  ผมไถลพรืด  ล้มหงายหลัง  สำลัก  เจ้าหนูตะเภาขึ้นคร่อมผม  เลียหน้าเลียตา  ทับโฮล์มส์บี้แบนอยู่ใต้พุง
“อ๊า!  โฮล์มส์!!!”  เอมิร้องลั่น  รีบดึงเจ้าโฮล์มส์ออก
เจ้าหนูตะเภานึกว่าชวนเล่น  หันไปกระโจนใส่เอมิอีกคน
“คุณแมคอาแวร์”  เสียงเรียกคุ้นเคยดังขึ้นหลังเสียงเครื่องยนต์เงียบหาย  ไม่นาน  ผมเห็นทัตสึมิ...
ทัตสึมิ!?
“ทัต...”
“คุณเกล!”  เสียงร้องอย่างยินดีของชายหนุ่มอีกคนกลบเสียงผม  กลัซเดินตามทัตสึมิมาติดๆ
พวกเขามาทำอะไรที่นี่กัน?  คงไม่ได้มาตามหาผ...
“ขอบคุณพระเจ้าที่คุณไม่เป็นไร”  กลัซตรงเข้าสวมกอดผม  ขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าผมชัดๆ  “...หรือเป็น?”  เขาต่อท้ายอย่างไม่มั่นใจขณะลงมือแก้เงื่อน  เอมิเดินมาช่วย  นิ้วมือคล่องแคล่วของเธอชวนให้ผมนึกถึงนิ้วของเซียนพนันเวลาสับไพ่
“เอมิ  นี่เธอลักพาตัวคุณเกลมาเหรอ?”  กลัซหันไปถามเธองงๆ
“บ้าสิ  ฉันมาตามหาแมวต่างหาก”
“นั่น...แมวของคุณบราวน์!”  กลัซร้องเมื่อหันไปเห็นเจ้าโฮล์มส์  “เธอมาถามหาที่ศูนย์ตั้งหลายรอบ”
“เธอจ้างฉันให้ตามหาด้วย”
“ดีที่มันไม่เป็นไร”
เห็นได้ชัดว่าหนุ่มสาวทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน
แต่ก็นั่นแหละ  คนทั้งเมืองอาจรู้จักกันดี  มีแค่ผมที่ไม่ค่อยได้สุงสิงกับใคร
“คุณแมคอาแวร์”  ทัตสึมิเอ่ยเบาๆ  “รูดซิปด้วย”
ผมรีบทำตาม

“รู้ได้ไงว่าพวกเราติดอยู่ที่นี่?”  เอมิถามกลัซเมื่อพวกเราขึ้นเรือเรียบร้อย  เจ้าโฮล์มส์ไต่ขึ้นไปอยู่บนไหล่เธอ
ผมยืนมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ  ส่วนทัตสึมิบังคับเรือ
"เขาไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม?"  กลัซถามกลับ  ลดเสียงลง
"ไม่  ฉันสิทำเขา  ตอบมาเร็วๆ ว่ารู้ได้ไง?"  เอมิตอบ  ท่าทางรำคาญ
ผมหวังลึกๆ ว่าเจ้าหนูตะเภาจะเป็นผู้ตามพวกเขามา  เผื่อจะได้ยืดว่ามีสุนัขแสนรู้  แม้จะทำหน้าที่สายไปหน่อยก็เถอะ
“ต้องขอบคุณแมวของคุณทัตสึมิ”  กลัซบอก
...ผมเหี่ยว
ว่าแต่ทัตสึมิมีสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เมื่อไหร่?
“เขาบอกว่าแมวร้องกวนทั้งคืน  ให้ไปรับคุณเกลที่เกาะ”  กลัซเล่าต่อ  เอมิขมวดคิ้ว
“แมวรู้เรื่องอย่างนั้นเชียว?”
ผมแปลกใจที่เธอถาม  ทีเธอยังตั้งทฤษฎีว่าเจ้าโฮล์มส์แอบขึ้นเรือไปเที่ยวเกาะได้เลย
“เขายังบอกด้วยนะว่ามันมานั่งทับที่หน้าอกตอนเคลิ้มๆ จนหายใจไม่ออก”
“หา?”
ผมหันไปหาทัตสึมิ  ชักขนลุก  คงไม่ใช่แมวตัวนั้นหรอกนะ...?
ทัตสึมิทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“ระหว่างทางมาเอาเรือก็เจอกับเจ้าหนูตะเภาพอดี  กำลังเล่นกับหมาบ้านอื่นสนุกเชียว”
ผมหันขวับไปมองเจ้าหนูตะเภา  มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ่งกว่าทัตสึมิอีก
“พูดตามตรง  ฉันไม่คิดว่าจะเจอเธออยู่กับคุณเกล”
“ไม่มีใครเห็นฉันกับเขาลงเรือไปด้วยกันบ้างหรือไง?”
กลัซส่ายหน้า
“ตอนมาถึงท่าก็แทบไม่เหลือใครแล้ว  อ้อ  มีลุงคนหนึ่งยังเดินหาเรืออยู่  รู้สึกจะบ่นว่าเรือที่ยังซ่อมไม่เสร็จโดนขโมยหรือไงนี่แหละ?”
เอมิทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อีกคน  กลัซขยี้หัวเธอแรงๆ
“จะทำอะไรก็หัดปรึกษาคนอื่นเสียบ้าง  ถ้าเธอเป็นอะไรไปต้องมีคนร้องไห้แหงๆ”
“ฉันดูแลตัวเองได้!”  เธอปัดมือเขาออก  ชกเข้าที่ไหล่ทีหนึ่ง
“คุณเกลก็เหมือนกัน  แทนที่จะห้าม” กลัซถอนใจ  “ก็ยังดีที่เป็นคุณ”
ผมยิ้ม  เจ็บปากจนต้องรีบหุบ
“...นี่เธอซ้อมคุณเกลเหรอ?”  กลัซหันไปถามเอมิ  สาวน้อยยักไหล่  เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้อีกฝ่ายฟัง

ทัตสึมิหัวเราะ
ผมสาบานได้ว่าเขาแอบหัวเราะ  แต่ทำเป็นดันแว่นกลบเกลื่อน

แสงไฟจากบลอดเวนเคลื่อนเข้าใกล้เราทุกขณะ
ผมนึกถึงเตียงนุ่มนิ่มในห้อง  อาหารอุ่นๆ  แล้วก็เหล่าต้นไม้
ถึงจะไม่มีใครรอคอย  แต่บ้านก็ยังเป็นบ้าน
แค่คิดว่าจะได้กลับบ้านก็เพียงพอจะทำให้ผมรู้สึกดีแล้วละ...



.........................................................................................................................
*มิเกะเนะโกะ โฮล์มส์  แมวสามสียอดนักสืบ  เขียนโดย  อาคากะวา  จิโร

EVE: ออกทะเลได้อีก!!!!!!!!!!!!!!!!  แหะๆ  อา...เอนทรี่นี้ยาวแล้วยังหาสาระไม่ได้อีก!!!
///สถานะ  เคลียร์งาน  ห่อเหี่ยวกับฝีมือตัวเองชะมัด...อีแก่จับจดเอ๊ย!!!

ภาพประกอบ: ดูภาพปลากรอบแทนไปพลางๆ ก่อนนะคะ /me-โดนรุมยำ

Special Thanks: Ametiar Vilalitel, Glasir Alfheim, Tatsumi
รายชื่อผู้เช่าห้องเกล: กวิณ, กร, กลัซ...อา  ตัว ก. หมดเลย  ส่วนอ.อัลมอนด์...ตกลงเช่าด้วยมั้ยคะ?  วานยืนยันอีกทีด้วยนะ  จุ๊บๆ  + Update ผู้เช่า - อาฟง  >_< อั๊ย~

EDIT: เพิ่งทราบจากเื่พื่อนเมื่อกี้นี้ว่าบล็อคเรา...คนใช้IEเ้ข้าไม่ได้!!!  ตอนนี้ลองแก้ไขแล้วนะคะ.....โฮ~~~~~~ หวังว่าจะเข้าได้แล้วนะ  อยากอ่านเมนต์ใจจะขาดรอนๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ออกทะเลจริงๆด้วยครับ (ฮา~)

ชอบวิธีการบรรยาย เหมือนได้อ่านมุราคามิอยู่เลย ยิ่งตรงที่คุยกันเรื่องดาว ยิ่งชอบ

แอบขำเกลในหลายๆฉาก และแอบคิดว่า ถ้าอยู่ในสถานการณ์อย่างนั้น ผมคงเผลอตกหลุมรักเอมิได้ไม่ยากเหมือนกัน (อย่างน้อยผมก็อายุน้อยกว่าคุณเกลเยอะ *หัวเราะ)

ถึงผลจะไม่ใช่ชาวบลฮดเวน แต่ผมก็แอบติดวิธีการเขียนของคุณอีฟแล้วล่ะครับ ขอเป็นแฟนคลับแบบเงียบๆได้ไหมครับ?

#1 By aki on 2009-01-20 19:22

กี๊ซซซซซซซซซซซ

"ถ้าผมอายุน้อยกว่านี้11ปี ผมจะรักคุณ" <<< จี๊ดมากกกก จี๊ดที่สุดดดด

มันน่ารักมากกกกก จริงๆนะ!! อ่านแล้วอยากเชียร์คู่นี้เลยทีเดียว! จริงๆนะคะำพี่อีฟ เกลน่ารักมาก เอมิน่ารักได้อีก

(สเตตัสระทึก พูดไม่ค่อยเป็นภาษาคน)

#2 By Demetria Nachtwey on 2009-01-20 19:26

เฮฮฮฮ จะเอาเกลนั้นไปลอยทะเลลลลล
ไม่ใช่แระ ตอนอ่านช่วงแรกงงและตกใจมาก
เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ !! เปิดตัวได้น่าปูพรมมากเรยคุณอีฟ แต่พออ่าน อ้าวธรรมดานี่นา ฮา ไม่มีพรมซํกหน่อย
น่ารักมากอ้ะแต่ความจริงต่างกัน 11 ปี้นี้ไม่เป็นไรหรอก ยังได้อยู่นะ ฮา
ชอบปลากรอบมากกกกกก มากก กรี๊ด ให้ไปเรย 100 คะแนนเต็ม
มุกนี้ซื้อเรยค่า>w<confused smile

#3 By whitefox on 2009-01-20 19:32

อ.........อ....ออกทะเลจริงๆด้วยพี่อีฟ sad smile sad smile
นี้พี่เล่นมุขรึเปล่าเนี่ย 555+ /โดนถีบ


เกลน่าร๊ากกกกกกก เกลน่าร๊ากเว้ยยยยย เกลหื่นด้วยยยย เกลหื่นเว้ยยยยย
แกว้กกกก /โดนถีบอีกรอบ

"ถ้าผมอายุน้อยกว่านี้11ปี ผมจะรักคุณ"
ประโยคนี้มันเด็ดจริงๆให้ดิ้นตาย
โอ๊วววส์ เอมิน่ารักแฮะ ชอบเด็กผู้หญิงแบบนี้ =,.=!


อ่านจะบอกว่า....อ่านตอนแรกแล้ว แบบ...เฮ้ย =[]=!!! เกลจะกดเด็กหนุ่มแล้วเร้อออออ !!

อ่านมาเรื่อยๆ เฮ้อ ไม่ใช่ ...จะกดเด็กสาวแทน sad smile

กลัซออกมาด้วยแหละ อรั๊ย XD!! กี๊ซ~
ทัตสึมิ....sad smile ทำไมชั้นรู้สึกว่านายนี้กวนดีๆจริงๆเลย 55+

ภาพปลากรอบ....ภาพปลากรอบ...เห็นครั้งแรกงงมาก...
สิ้นหวังแล้วววว oTL
55+

#4 By Kid [Naokun] on 2009-01-20 21:19

“คุณแมคอาแวร์” ทัตสึมิเอ่ยเบาๆ “รูดซิปด้วย” << เครี๊ยกกกกกกกกกกกกกกก!!!!

โดนผีแมวอำเหรอทัตจัง?555

ปล.หนูตะเภาคือพระเอกสินะ มาช่วยนางเอก(เกลๆ)จากเกาะด้วย อิอิ

ปล2.ช่วงที่นั่งดูดาวกันนั่น....อารมณ์เหมือนฉานกำลังอ่านฟิควัยรุ่นแจ่มใสเลยอ่ะ ^o^

#5 By Gu_Tango on 2009-01-20 22:10

"สเลด x ดิ๊ค ยังห่างกันร่วม 30 ปีเลย"
ก๊ากกกกกก

เกลนอกทะเลจริงๆสินะ
(แอบหื่นนะตะเอง ก๊ากกกกก)

ส่วนเรื่องห้องเช่า.....อยากอยู่ แต่เจ้ามอนด์ยาจก OTL"
อยู่แบบเป็นหนี้ไปก่อนได้มะฮะ? เหอะๆๆ

#6 By nanaya on 2009-01-20 22:30

ภาพแรกเห็นแล้วหิวค่ะ 5555
อ่านจนจบถึงรู้ว่ามันเป็นภาพปรากรอบ TwT (มุกแบบว่า...)

อ่านแล้วขำ เกลแอบหื่นนนน (5555)
แอบคิดไม่ดีกับ เอมิด้วย wink

อ่านแล้วเชียร์คู่นี้เลย
แบบว่าแต่งให้เราคิดได้ >////<

เกลนี้ จริงๆแล้วเป็นคนอ่อนโยนมากจริงๆนะคะ
ส่วนเอมิ เธอช่างกล้า 5 5 5 ~

ชอบๆๆ cry cry

#7 By yooney มาเยือน~ on 2009-01-20 23:13

คุณอีพเก็บลายละเอียดลักษณะนิสัยเอมิจังได้ดีทีเดียวค่ะ >w< เขียนก็ดีใช้ได้เลย อ่านแล้วเห็นภาพ

"ดาวบนฟ้ามีเยอะเกินไป ชาตินี้ฉันคงหาดาวที่ต้องการไม่พบ" ชอบประโยคนี้จัง เห็นได้ถึงความเศร้าลึกๆของเอมิเลย cry

“ถ้าผมอายุน้อยกว่านี้สิบเอ็ดปี ผมจะรักคุณ” เหอๆๆ เป็นประโยคที่น่ารักมากเลยค่ะ ฮา รู้ด้วยว่าเอมิเค้าไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้

ยังไงก็ขอบคุณที่เขียนเรื่องของเอมินะคะ cry

*ฮาภาพปลากรอปมากค่ะท่าน sad smile (ตอนแรกยังงงๆว่าภาพปลากรอปเอามาทำไม ฮา)

#8 By Mimirin on 2009-01-20 23:17

ตอบคุณ aki - เอนทรี่นี้จงใจเขียนฟิลมุราคามิจริงๆ ค่ะ กะจะหยอกเพื่อนคนนึง ดีใจทีชอบ แต่นอกเหนือจากเอนทรี่นี้คงไม่มีการบรรยายแบบนี้แล้ว หวังว่าจะสนุกกับเอนทรี่ต่อๆ ไปด้วยเช่นกัน
ขอบคุณมากค่ะ *ส่งจูบ*

#10 By อีฟ on 2009-01-21 01:30

โฮรวว ตอนแรกตกใจมากๆ เข้าบลอกแล้วไม่เห็นเอนทรี่
(เพิ่งโดนล้างเครื่องมา บราวเซ่อจึงเป็นไออี=w="a)

(แอบติดใจปลากรอบ 55 ตอนแรกงงมาก มันคืออะหยังนี่?)

โอรวว ท่านอีฟอัพแล้วว =u= ชาวบลอดเวนนี่ขยันกันจังเลย ~

เนื้อเรื่องน่ารักอีกแร้นนน !!
ยิ่งชอบท่านเกลมากขึ้นเรื่อยๆ
เป็นคนดีแล้วก็ตรงไปตรงมามากๆ ^ ^

อึ้ง .. เล็กน้อย
นี่ท่านเกลเห็น ..เอิ่ม ของเอมิเทีย ...(!?)

แอบชอบตรงคุณทัตสึมิขยับแว่นแอบหัวเราะ (คิดภาพแล้วน่ารัก!!)

และประโยคที่ชอบมากๆคือตอนที่เกลบอกว่าถ้าอ่อนกว่านี้คงชอบเอมิ
โอรวว โรมันติกมากๆ (ฮา จริงๆน่อ) >[]<b


ปล.โอร๊ว ลูกชายกลัซที่รักได้มีบทบาทด้วย ต้องขอบพระคุณท่านอีฟเป็นอย่างสูงเน่อ
(บุพการีไม่คิดจะอัพสักที รู้สึกผิด แต่ขี้เกียจ ฮา)

#11 By Pupu Meteor on 2009-01-21 01:34

big smile big smile big smile

#12 By ศึกษาต่ออเมริกา (61.90.98.200) on 2009-01-21 01:35

ตอนแรกเปิดมาแล้วเห็นภาพปลากรอบแล้วฮามากค่ะ

เนื้อเรื่องน่ารักมากเลยค่ะ แอบจิ้นคู่นี่จะได้มั้ยค่ะ ฮาาาาา

หากผมอายุน้อยกว่านี้สิบเอ็ดปี วินาทีนี้คือวินาทีที่ผมจะตกหลุมรักเธอ << โอ๊ยยยย คุณเกลน่ารักสุดๆไปเลย ไม่ไหวแล้ว.... น่ารักจริงๆน่ะค่ะเนี่ย อรั๊ย~!

#13 By ป้าซาบ on 2009-01-21 02:32

- ทับโฮล์มส์บี้แบนอยู่ใต้พุง
- ผมหันขวับไปมองเจ้าหนูตะเภา มันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยิ่งกว่าทัตสึมิอีก

กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก หนูตะเภาาาาา ไอ้หมาอ้วนนนนน XD

(/อึก) เกลน่ารักชะมัดเลยนี่ฟ่า แถมดูเข้าคู่กับเอมิได้อย่างประหลาด เพราะความสามารถในการเขียนสินะ อา...

ทัตสึมิของคุณอีฟนิ่งชะมัด ทำไมทัตสึมิที่เราคิดถึงได้แคร็กสุด ๆ เลยล่ะ sad smile แหม ๆ

#14 By ++Wadoiji++ on 2009-01-21 02:33

ก็ดูปลากรอบอยู่พักนึง แล้วก็ตั้งใจนั่งอ่าน....
ไม่เกี่ยวกันเลยนี่sad smile
อ่านสนุกมากมายครับ ไม่ค่อยได้อ่านอะไรแบบนี้ แต่ลองอ่านแล้วก็สนุกดี โดยเฉพาะ ช่วงที่เหมือนกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข้ม(แต่ไม่เข้าซักที) จะรอติดตามอ่านต่อนะครับcry

#15 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2009-01-21 11:10

อายุสิบเจ็ดนี่เข้าข่ายพรากผู้เยาว์นะเกล sad smile
บรรยายสวยจังเลยค่ะ ตกหลุมรักเกลซะแล้วสิ cry

#16 By Cyanic on 2009-01-21 14:24

ตอนแรกเปิดมาเจอปลากรอบ ทำเอาสะดุ้งเลยล่ะฮะ นึกว่าตัวเองเข้าบลอคผิด แต่มองชื่อบลอคกับชื่อเอนทรี่ดีๆแล้ว เอ...ก็ถูกแล้วนี่??
(ตอนแรกเชื่อเอามากๆว่าปลากรอบนั่นจะเข้ามามีบทบาทในเรื่อง คิดไปได้ยังไงเนี่ย??)

หากผมอายุน้อยกว่านี้สิบเอ็ดปี วินาทีนี้คือวินาทีที่ผมจะตกหลุมรักเธอ <<< ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ปลื้มประโยคนี้เอามากๆเลยฮะ เกลน่ารักจริงๆ เอมิก็น่ารักมาก เธอมั่นสุดๆไปเลย
(เหมือนเมืองนี้จะมีแต่หญิงแกร่ง แต่คงต้องเว้นคุณชีล่าไว้คนนึง เพราะเธอเป็น หญิงสาวอ่อนแอ...)

#17 By 郭明 on 2009-01-21 20:18

อิอิ...big smile

#18 By น้ำหอม (118.172.50.60) on 2009-01-22 06:31

5555555++ น่ารักมากกกเลยคะ >_<

อ่านเปิดตอนแรกแอบตกใจ เกลจะไปเปลื้องเสื้อใคร !!
ไม่นะ!!!! แถมยังเป็น -เขา- อีกต่างหาก!
กรี๊ด ต้องรีบอ่านต่อ!! (หลุดประเด็นทันที55+)

ปลื้มเกล
ดูใจดีที่สุด แต่ยังมีความเป็นชาย(ความหื่น) /me โดนถีบ
>_< มันไม่ได้ดูน่าเกลียดน่าคะ ผู้ชายน่าจะคิดยังงั้น แต่ความหื่นกับไม่หื่น ต่างกันตรงที่จะ ทำหรือไม่ทำ ..
(ใช้คำได้ทุเรศจริงๆตู - -")

เกลนี่สุภาพบุรุษ >_<b

ปล . รออีก 1 ปีน๊ะเกล ... ห่างกัน 11 ปีเอง(?) ยังได้อยู่ๆ :P

#19 By lovecook on 2009-01-22 12:40

เด๋วแวบมาอ่านทีหลัง
ผ่านช่วงสอบก่อน อิอิ

ขอแอดก่อนล่ะกันน้า~question

#20 By Risuki-666 on 2009-01-23 02:06

แต่งเองเหรอคะ หมาชื่อหนูตะเภาแปลกดี หุหุ เอมิเก่งจังค่ะ

#21 By aMy on 2009-01-26 06:57

55555+ ออกทะเลจริงๆด้วยค่ะ!!
เป็นคู่ที่น่ารักมากกกกกกกกกกกก
อ่านแล้วแอดกรี๊ดกร๊าดตามไม่ได้(ฮา)

ไม่รู้สึกขำคุณเกล.. แต่รู้สึกขำเอมิอย่างบอกไม่ถูก...
อ่ากกก คุณเกลก็น่ารักเกิ๊นนนนนนนน!!! ใจดีจริงๆด้วย!
ตอนนั่งดูดาวแอบโรแมนติกนะคะ >_<)b+~~
สรุปคือ น่ารักได้อีกกกกกก !!

อีกข้อคือ ตั้งแต่คุณทัตสึมิออก ไม่รู้ทำไมตัวเองเอาแต่นั่งขำ คุณทัตฯกวนมากค่ะ... (แต่ที่สำคัญกว่านั้น ไม่รู้ทำไมอ่านฟิคพี่อีฟแล้วตัวเองชอบมีปฏิกิริยาแปลกๆ...ฮา)

ปล. 11 ปียังไม่ห่างเกินไปหรอกค่ะ ยังได้อยู่~~!!
ปล2. แต่ดูเหมือนเต๊าะเด็กอยู่เลยค่ะ!!!!
//ผัวะะะะะะะโดนพี่อีฟถีบกระเด็น

#23 By Amina Eirwen on 2009-01-30 02:48