[FanFic] CA2 Rumlow/Bucky : Kiss

posted on 07 Apr 2014 20:55 by eveba in Fiction

Captain America 2: The Winter Soldier Fan Fiction

Kiss

Rumlow/Bucky

1

 

ริมฝีปากคู่นั้นนุ่ม...ชื้น...แต่เย็นเฉียบ...

            เย็นเหมือนเนื้อสดเพิ่งหลุดจากตู้แช่

                บร็อค รัมโลว์ สัมผัสริมฝีปากนั้นด้วยปลายนิ้ว  และด้วยริมฝีปากของเขาเอง...เนิ่นนาน  ก่อนจะถอยออกเพื่อมองเข้าไปในดวงตาเลื่อนลอยของเจ้าของริมฝีปาก

                “ไง...เจ้าหญิงนิทรา”  เขากระซิบเบา ๆ  หัวเราะกับคำเรียกขานที่ตนใช้  “เดี๋ยวเราก็ต้องทำความรู้จักกันใหม่อีกแล้วซิ”

                แม้จะพูดเบา  แต่เสียงของเขาก็ดังชัดเจนในห้องเตรียมการที่เงียบสงัด  ปลอดคน  ไม่เกินสิบนาที..เจ้าหน้าที่ทั้งหลายก็จะเข้ามาเตรียม ‘อาวุธ’ ชิ้นนี้ให้พร้อมใช้งาน  เวลาสิบนาทีนี้มีค่ายิ่งสำหรับเขา

                รัมโลว์ฝืนยิ้ม  ตอนนี้คนที่อยู่เบื้องหน้าเขาไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตา  ตื่น  ได้ยิน  มองเห็น  แต่ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น  ครั้งนี้ก็เป็นเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา

                รัมโลว์จับมือสองข้างของคนตรงหน้าขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของตนเอง  มองเข้าไปในดวงตาที่ว่างเปล่า  และกวาดตาสำรวจใบหน้าที่ปราศจากอารมณ์โดยสิ้นเชิงนั้น

                ...กลวง

                เขาควรทำใจได้แล้วว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเป็นแค่อาวุธสังหาร  ความทรงจำที่เกี่ยวข้องกับภารกิจก่อนหน้า รวมถึงความทรงจำที่มีร่วมกับเขาถูกล้างหายไปหมดสิ้น  แต่...

                “ไม่เป็นไร  แล้วเราจะสร้างความทรงจำขึ้นมาใหม่  จะถูกลบไปอีกกี่ครั้งก็ช่างหัวมันเถอะ”

                เขาไม่เคยนึกฝันว่าตนเองจะเกิดความรู้สึกเช่นนี้ต่อบุคคลที่ไม่ควรมีความรู้สึกอะไรด้วย

                Codename: Winter Soldier ....มือสังหารของไฮดร้า...หรือที่ถูก...อาวุธสังหารชิ้นหนึ่งของไฮดร้า

                ตั้งแต่แรกเห็นในวัยหนุ่ม  รัมโลว์รู้สึกว่าตนถูกดึงดูดเข้าหาอีกฝ่าย  มันใกล้เคียงกับการตกหลุมรักอาวุธปืนอานุภาพรุนแรงที่มีเพียงกระบอกเดียวในโลก  หรือความอยากครอบครองคัสตอมคาร์สมรรถนะเยี่ยมที่คนอื่นเป็นเจ้าของ  ยิ่งเมื่อได้ทำภารกิจร่วมกันก็ยิ่งไม่อาจถอนสายตาจากอีกฝ่าย  แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ความรู้สึกนั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป  มันกลายเป็นความผูกพันในฐานะเป้าหมายให้ดำเนินรอยตาม...ในฐานะสหายศึก

                ...และกลายเป็นความผูกพันในรูปแบบที่เหนือขึ้นไปกว่านั้น

 

                เข้าขากันได้...ฝากชีวิตไว้ในมือกันและกันได้

                ในเส้นทางเสี่ยงอันตราย  รัมโลว์ต้องการคนเช่นนี้อยู่ข้างกาย

                เขารอคอยที่จะได้ทำภารกิจร่วมกับวินเทอร์โซลเยอร์อีกครั้ง...และอีกครั้ง...แม้ว่าโอกาสเหล่านั้นจะมีเพียงน้อยนิด

 

                ตอนแรกรัมโลว์เพียงแต่แปลกใจ...และไม่พอใจ...ที่อีกฝ่ายทำเหมือนไม่เคยพบเขามาก่อนในทุกครั้งที่ต้องกลับมาทำภารกิจร่วมกัน  ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นระหว่างกันจะหยั่งลึกลงไปมากแค่ไหน  เมื่อพบกันในภารกิจใหม่....ทุกอย่างนับจากศูนย์  เหมือนถูกรีเซ็ต  แต่หลังจากรู้สภาพที่แท้จริงของวินเทอร์โซลเยอร์  ความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยนไป

                “...นายไม่ต้องจำอะไรได้หรอก  เรื่องของเรา...ฉันจะเป็นคนเก็บรักษาเอง”  รัมโลว์เอ่ย  ยังคงมองอีกฝ่ายเต็มตา

                เมื่อเขาคลายมือ  มือทั้งสองข้างของวินเทอร์โซลเยอร์ก็ตกลงบนตัก  ใครจะนึกฝันว่ามัจจุราชที่มีฝีมือน่าสะพรึงในสมรภูมิ  พอพ้นจากภารกิจก็มีสภาพไม่ดีไปกว่าตุ๊กตายัดนุ่น...

                รัมโลว์เม้มปาก  ปัดปอยผมสีเข้มให้พ้นจากวงหน้าของอีกฝ่าย

                แม้ตัวจริงของวินเทอร์โซลเยอร์....เจมส์ บูแคแนน บาร์นส์ ‘บัคกี้’...จะเป็นทหารจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง  แต่รูปลักษณ์ภายนอกขณะนี้ดูไม่ต่างอะไรจากคนรุ่นหนุ่ม...

                รูปลักษณ์ภายนอกเป็นเช่นนี้...ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี...ก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลย

                มีแต่รัมโลว์ที่เปลี่ยนแปลงไป...

                เขารู้อยู่เต็มอก  ทหารรับจ้างเช่นเขายอมเสี่ยงเพื่อเงิน  เพื่อการเสพสุขที่ต้องใช้เงินแลกมา  หากจะตายก็ตายด้วยการเซ็นยินยอมของตนเอง  แต่บัคกี้ไม่ใช่...

                บัคกี้ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง

                บัคกี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ  ไม่มีทางเลือกใด ๆ ...  และถ้ามีสิทธิเลือก  ก็คงไม่เลือกสู้เพื่อไฮดร้า

                รัมโลว์อยากช่วยปลดปล่อยบัคกี้ให้เป็นอิสระ  แต่ถ้าทำเช่นนั้น  วินเทอร์โซลเยอร์ของเขาก็จะหายไป

                ตราบใดที่บัคกี้ยังอยู่ที่นี่...เป็นเครื่องมือให้ไฮดร้า  วินเทอร์โซลเยอร์ก็จะยังอยู่...

               

รัมโลว์จูบบัคกี้อีกครั้ง  คราวนี้ที่หน้าผาก  แล้วกระซิบข้างหูปนหัวเราะ

                “แต่ถ้านายเกิดจำอะไรขึ้นมาได้สักเรื่อง  ฉันอยากให้นายจำจูบแรกของเราได้  มันร้อนแรงดีนะ”

 

2

 

“......สตีฟ”

                “...สตีฟไหน”

                “...”

                “นายรู้จักหรือเปล่า”

                “ฉันรู้จักอยู่สตีฟเดียว  สตีฟ...สตีเวน โรเจอร์ส กัปตันอเมริกา  ก้างอันดับหนึ่งในภารกิจของเราไง”  รัมโลว์ตอบ  เขาเหลือบมองบัคกี้แวบหนึ่ง  เห็นอีกฝ่ายกำลังมองออกนอกหน้าต่าง   สีหน้าสับสนถูกซ่อนไว้ในเงามืด  แต่ไม่มืดพอที่รัมโลว์จะมองไม่เห็น

                “ฉันเคยพบเขามาก่อน...”

                “ใช่  แล้วนายก็เคยพบฉันมาก่อน  เคยพบเจ้าคนที่กำลังยืนเฝ้ายามอยู่หน้าห้องนี้มาก่อน  เคยพบคนในทีมเกือบทั้งหมดมาก่อน...ให้ตายเถอะวะ  หยุดพูดถึงสตีฟสักที!”  รัมโลว์จบการพูดด้วยการทุบโต๊ะ

                บัคกี้เหลียวขวับมามอง  แววตาประหลาดใจ  แต่เพียงแวบเดียวก็กลับเป็นเฉยชา...เยือกเย็น  รัมโลว์ถอนใจเฮือก  คนอื่น ๆ ในห้องมองหน้ากัน  แต่ตัดสินใจไม่เปิดปาก

                “คราวนี้เราจะปฏิบัติหน้าที่แยกกัน  ฉันกับนายไปคนละทีม”  รัมโลว์กล่าวกับบัคกี้โดยตรง  หลังจากอธิบายภารกิจเสร็จสิ้น

 

อีกครึ่งชั่วโมงจะได้เวลาเริ่มภารกิจ

            บัคกี้นั่งอยู่ในเงามืด  รอคอย

                ในห้องประชุมกว้างมีเพียงเขากับ บร็อค รัมโลว์

                ...ระหว่างพวกเขา  มีแฟ้มประวัติวางอยู่  เป็นประวัติของสตีเวน โรเจอร์ส

                “นายรู้ไว้แค่ว่ากัปตันอเมริกาเป็นศัตรูก็พอแล้ว”  รัมโลว์เลื่อนแฟ้มกลับมาหาตัว  สบตาผู้อยู่ในเงามืด

                “...”

                “จบภารกิจนี้ฉันจะตอบคำถามนายทุกเรื่อง  ตกลงไหม”  เขากดแฟ้มติดโต๊ะ  “แต่คราวนี้...ฆ่ากัปตันอเมริกาซะ”

                “แต่ฉัน...รู้จักเขา”  บัคกี้พูดอย่างลังเล  กิริยานั้นไม่ปกติ  นี่ไม่ใช่วินเทอร์โซลเยอร์  แต่เป็นชายหนุ่มผู้กำลังสับสน

                รัมโลว์แค่นหัวเราะ  ยกมือลูบหน้า  “นายรู้จักเขา.......รู้จักงั้นรึ”

                บัคกี้ไม่ตอบ  เขามองรัมโลว์เงียบ ๆ  สังเกตอาการ  ชายฉกรรจ์เบื้องหน้าดูราวกับต้องใช้พลังทั้งหมดเพื่อยับยั้งตนเอง  ไหล่กว้างค้อมลงและสั่นระริก  มือเลื่อนไปประสานกัน  ข้อนิ้วซีด

                โกรธ...?

                นั่นทำให้บัคกี้แสดงท่าทีระวังตัว  เขาเลื่อนมือไปใกล้มีดพก...พร้อมกับที่รัมโลว์ลุกขึ้นยืน  เขายืนนิ่งอยู่เช่นนั้นราวนาทีเต็ม  ก่อนจะผ่อนคลายลง  เท้าโต๊ะ

                “ฟังนะ  ในภารกิจนี้  มีนายคนเดียวที่พอจะยับยั้งกัปตันอเมริกาได้”  รัมโลว์เอ่ย  ยิ้มจาง  “และใช่...นายรู้จักเขามาก่อน”

                “....”

                “รู้แล้วมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม”

                รัมโลว์ไม่รอคำตอบ  เขาสาวเท้าเข้าหาบัคกี้  รวบร่างเข้าหาตัวโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายสามารถแทงเขาตายด้วยมีดในมือ

                เขารู้ว่าบัคกี้จะไม่ฆ่าเขา  แต่ไม่ใช่เพราะความผูกพันใด ๆ

                เหตุผลก็แค่...ทั้งคู่อยู่ฝ่ายเดียวกัน

                “นี่ไม่ใช่วันแรกที่เราพบกัน  ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทำภารกิจร่วมกัน”  เขากล่าว

                “....”  บัคกี้มองเขาด้วยดวงตาเย็นชา...ว่างเปล่า  ปฏิกิริยาตอบสนองใกล้เคียงช่วงมึนเบลอหลังถูกปลุก

                รัมโลว์มองคนในอ้อมแขน  ไม่รู้กี่คืนที่เขาถวิลหาช่วงเวลานี้...สัมผัสที่คุ้นเคยนี้  แม้ว่ามันจะเป็นความคุ้นเคยที่ทบทวีขึ้นเพียงฝ่ายเดียว

                จากนั้น...เขาจูบบัคกี้

 

                การจูบไม่ใช่ครั้งแรก

                แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเร่งเร้า  ลำเลิกความหลัง  เขารู้สึกคล้ายอีกฝ่ายจะหลุดลอยไปหากไม่กอดรัดเอาไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี...

 

                สัมผัสของริมฝีปากนั้นนุ่ม...และคราวนี้...อบอุ่น

                รัมโลว์รู้สึกถึงอาการเกร็งต่อต้าน  แต่เขาไม่ได้ถูกผลักไสออก

 

                “...นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก...ใช่ไหม”  บัคกี้ถามเมื่อรัมโลว์ถอนริมฝีปาก  หายใจหอบน้อย ๆ

                “ใช่  ไม่ใช่ครั้งแรก”  รัมโลว์คลายวงแขนออก  สบตา

                “ฉันไม่เคยรู้จักนาย” บัคกี้กล่าว...หลบตา  ไม่มีอารมณ์ใด ๆ ในน้ำเสียงนั้น

                เขาเดินออกไปโดยไม่แตะต้องแฟ้มประวัติบนโต๊ะ...        

 

3

กัปตันอเมริกาพูดถูก...มันเป็นเรื่องส่วนตัว

            มันเป็นเรื่องส่วนตัวทุกหมัด  ทุกท่า  เลยทีเดียว

                ถ้า บร็อค รัมโลว์ มีโอกาส  อยู่ในตำแหน่งพอเหมาะ  มีปืนสไนเปอร์ดี ๆ สักกระบอก  เขาคงลั่นไกสังหารกัปตันอเมริกาโดยไม่เสียเวลาคิด

                แต่ความจริงคือ  เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนั้น  ไม่มีปืนเหมาะ ๆ ในมือ...และโชคร้ายที่กัปตันอเมริกาหนีรอดจากเงื้อมมือของเขากับคนของไฮดร้าทั้งกลุ่มไปได้  การฆ่าคนง่ายกว่าการจับคน  ไม่ว่าในสถานการณ์ไหนก็จริงทั้งนั้น  ต่อให้คน ๆ นั้นมีแค่โล่ซังกะบ๊วยที่แข็งเป็นพิเศษเป็นอาวุธก็ตาม

                                “...เออ  มันเป็นเรื่องส่วนตัว”  รัมโลว์พึมพำลอดไรฟัน...ก่อนรายงานปฏิบัติการที่ล้มเหลวให้ผู้บัญชาการทราบ

 

หนีรอดไปได้

            คำนี้วนเวียนอยู่ในหัวของรัมโลว์  เขาถอนใจอีกเฮือก  ไม่ได้นับแล้วว่าตนเองถอนใจไปกี่ครั้ง  ก่อนหน้านี้เขาพยายามคัดค้านการส่งวินเทอร์โซลเยอร์ไปเผชิญหน้ากับกัปตันอเมริกา...ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว  แต่ใช่ว่าเสียงของเขาจะมีน้ำหนักมากนัก

                เขาพยายามจะไว้ใจเพื่อนร่วมปฏิบัติการ  จดจ่อกับกิจเฉพาะหน้า  ไม่หมกมุ่นกับความเป็นความตายของกัปตันอเมริกา...หรือของวินเทอร์โซลเยอร์...ในกรณีที่เกิดการพลาดพลั้ง

.

.

.

 

การจูบครั้งนี้นานกว่าครั้งก่อนหน้า

                มันเกิดขึ้นแทบจะในทันทีที่ภารกิจย่อยเสร็จสิ้น...ทันทีที่ทั้งสองพบหน้ากัน...และอยู่ตามลำพัง

            ...ไม่มีเวลาเหลือ

                เหมือนคนสะดุดล้มขณะวิ่งลงทางลาด  ถึงพยายามจะหยุด  แต่ทุกสิ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม  ได้แต่ไถลลื่นลงไป  และเตรียมใจรับความเจ็บปวด

                รัมโลว์กอดคนในวงแขนแนบแน่น  ครอบครองริมฝีปากที่โหยหาอย่างเร่าร้อน  ไม่มีความนุ่มนวลและความยับยั้งชั่งใจใด ๆ ในจูบที่เขามอบให้อีกฝ่าย  นี่เป็นการฝืนบังคับ...การอ้อนวอน...และการเรียกร้อง  กล้ามเนื้อของเขาเครียดเกร็งพอ ๆ กับร่างในอ้อมกอด  เขาใช้แรงทั้งหมดตรึงร่างที่แข็งแกร่งนั้นกับผนัง  บีบบังคับให้รับจูบของเขาเอาไว้  ไม่ปล่อย...แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามดิ้นรนเป็นอิสระเพียงไรก็ตาม

                ...รัมโลว์รู้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายจะตอบสนองต่อเขา...

                ...มันเป็นเช่นนั้นเสมอ

 

“...ทำไม...”

                นี่เป็นคำแรกที่บัคกี้เอ่ย  หลังจากที่รัมโลว์ยอมผละออกเพื่อให้เขาหายใจได้  ใบหน้าของเขาซับสีเลือดจากการออกแรงขืน...ลมหายใจกระชั้นถี่  เขาพยายามถอยออกเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความต้องการทางกายที่เกิดขึ้นจากการถูกกระตุ้น...

                รัมโลว์ไม่ได้ตอบคำถาม  เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามันหมายถึง ‘ทำไม...’ อะไร...

                “อย่าคิด...ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น”  เขาประทับจูบลงบนริมฝีปากที่ช้ำเพราะการถูกบดขยี้อีกครั้ง

                ...และคราวนี้  เขาพบว่าบัคกี้ไม่ได้ต่อต้าน...และท้ายที่สุด...สนองตอบด้วยความต้องการเฉกเดียวกัน

 

ความหวัง...

            ความหวังคือพลังที่ทำให้คนมีชีวิตอยู่

                แม้ว่าความหวังจะถูกทำลายลงครั้งแล้วครั้งเล่า...แต่การมีความหวัง  ก็ยังคงทำให้มีชีวิต

                รัมโลว์พบว่าตนเองยังมีชีวิต  และเป็นชีวิตที่ยังไม่หมดสิ้นความหวัง

               

 

4

 

วินเทอร์โซลเยอร์ถูกลบความทรงจำอีกครั้ง

            รัมโลว์อยู่ที่นั่นด้วย...และเขาไม่ได้คัดค้าน  ต่อให้คัดค้านก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไร

                วินเทอร์โซลเยอร์ไม่จำเป็นต้องมีความทรงจำในอดีต  ไม่จำเป็นต้องระลึกถึงมิตรเก่าครั้งสงครามโลก

                ความทรงจำเกี่ยวกับ สตีเวน โรเจอร์ส ที่เริ่มจะผุดโผล่ถูกกดหายภายในเวลาไม่ถึงอึดใจ  รวมทั้งความทรงจำที่สดใหม่กว่า...ความทรงจำเกี่ยวกับรอยจูบจากคนอีกคน...

               

.

.

.

 

5

คราวนี้คงไม่ได้เงิน

            แม้จะน่าขัน  แต่นั่นเป็นความคิดแรกของ บร็อค รัมโลว์ เมื่อยานกระแทกเข้ากับตึก  และเสียงระเบิดกระแทกหูของเขาอีกทอด  เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันคิดเรื่องอื่น  ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนสติจะเริ่มติด ๆ ดับ ๆ คือภาพคู่ต่อสู้วิ่งหนีหางจุกตูดออกไปอีกทาง

                เข้าใจ...ไม่ว่ากัน  ใครจะกล้ายืนสู้กับตึกทั้งหลัง  ถ้าหนีทันเขาก็หนีแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหละ

 

แรงระเบิดเหวี่ยงตัวเขาออกไปจากเศษซากยาน...

            อาการปวดแสบปวดร้อนชนิดแทบจะทนไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับที่สติแจ่มชัดขึ้นมาอีกวูบหนึ่ง

                เขาเริ่มคิด  ตรงนี้...สูงจากพื้นดินเท่าไรกันนะ  ถ้าร่วงลงดินคงบอกลาชีวิตทหารรับจ้างไปได้เลย  แต่ถ้าร่วงลงน้ำ...แรงกระแทกจากผืนน้ำคงจะทำให้กระดูกหัก....อาจจะหักมันทั้งตัวเลยก็ได้  จะร่วงลงดินหรือน้ำอาจไม่แตกต่าง

 

                ตาย...?

 

                เขาหลับตา  ไม่ต่อต้านดิ้นรน  ปล่อยให้ทุกสิ่งเป็นไป...

                ขณะที่ร่วงลงไปนั้น...ในหัวของเขามีภาพของบุคคลเพียงคนเดียว  และเศษเสี้ยวความทรงจำเพียงชิ้นเดียว  เป็นความทรงจำที่ถูกบันทึกไว้เมื่อนานมาแล้ว...ความทรงจำเกี่ยวกับจูบแรก

 

                ....ความทรงจำนั้นทำให้เขายิ้มได้

 

                เอาเถอะ...ถ้าจะตาย  ฉันจะเป็นคนที่ตายอย่างมีความสุขที่สุดในโลก

 

            เขาคิดเช่นนั้น...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

EVE: TvT)๗ ในที่สุดก็เขียนออกมา  มโนชนะเลิศ  ในหนังนี่คุณรัมโลว์ขโมยซีนมาก หวังว่าเขาจะมีบทเยอะ ๆ ในภาคต่อไป...  และถึงหนังจะไม่ได้บอกชัดเจน  แต่ถ้าอ่านคอมิคหรือเสิร์ชชื่อ  จะรู้ทันทีว่าคุณรัมโลว์สุดหล่อคืออนาคต 'Crossbones' ตัวร้ายหลักตัวหนึ่งของซีรี่ส์...

ไม่รู้ว่าดีไซน์เวอร์ชั่นหนังจะออกมาเป็นยังไง แต่เท่าที่เห็นตัวละครอื่น ๆ ค่อนข้างมั่นใจว่าจะออกมาเท่แน่ ๆ

ตั้งตารอภาคต่อเลยค่ะ...โฮรววววว //